รถตู้คณะหมอลำดัง ชนจักรยานยนต์ 4 คันขณะจอดติดไฟแดง เสียชีวิตทันที 1 ราย เจ็บสาหัสอีก 3 ส่วนหางเครื่อง 9 ชีวิตขวัญเสีย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 14.45 น. เกิดอุบัติเหตุที่บริเวณถนนสายมหาสารคาม–อำเภอโกสุมพิสัย บริเวณไฟแดงแยกปากทางเข้าบ้านบ่อน้อย ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เมื่อรถตู้คณะหมอลำ ยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า ขับขี่โดยนายวิโรจน์ อายุ 36 ปี เดินทางจากจังหวัดสระแก้ว พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดงจำนวน 4 คัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า น.ส.เครือวัลย์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาจากไปเลือกตั้งที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กลับมาทำงานในจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว แต่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ในขณะนี้

นายวิโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ขับรถตู้ยอมรับว่า สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุเกิดจากระบบเบรกของรถยนต์ที่มีปัญหาชำรุด ทำให้ไม่สามารถเบรกได้ทันทำให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดง ขณะที่คณะกำลังจะเดินทางไปแสดงในพื้นที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายวิโรจน์แสดงตัวอยู่ในที่เกิดเหตุและไม่ได้หลบหนี

ในรถตู้คันดังกล่าวมีผู้โดยสารจำนวน 9 ราย ซึ่งเป็นหางเครื่องหมอลำ หมอลำซิ่ง ดอกเหมย เพ็ญนภา สมสุข ฉายาแม่ทัพดอกเหมย ขณะเกิดเหตุ อยู่ในอาการตกใจและช่วยกันขนอุปกรณ์ชุดตกแต่งหมอลำไปยังรถอีกคันที่จอดอยู่ใกล้เคียง

พันตำรวจเอก ไกรทอง ชัยสิงห์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายวิโรจน์ในข้อหา “ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ” โดยจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามอาการของผู้บาดเจ็บและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายทองจันทร์ ซ้ายขวา เจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต. ท่าสองคอน ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ โดยระบุว่า จุดเกิดเหตุมีการเกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งหนึ่งในสาเหตุอาจมาจากขนาดของถนนที่แคบและมีสัญญาณไฟแดงบ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่จึงเสนอให้มีการปรับปรุงถนนและระบบสัญญาณไฟจราจรในบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่