จับแล้ว! เด็กเสิร์ฟย่องงัดร้าน "เจ๊เอม ลาบบุรี" สารภาพฉกเงินไปซื้อยาบ้า–เล่นพนันออนไลน์ หมดตัว
วันที่ 6 ก.พ. 69 เวลา 13.30 น. ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก. สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รองผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ และ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สารวัตรสืบสวน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายอริยวรรต อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าสีดำแดง วิทยุสื่อสารสีแดง จำนวน 1 เครื่อง และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณร้านขายของชำ ภายในหมู่บ้านย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขณะผู้ต้องหากำลังเดินมาซื้อของ

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 19.00 น. นายวิทยา อายุ 31 ปี น้องชายนายวิทวัส อายุ 37 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอม ตามใจตุ๊ด” ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ หลังถูกพนักงานภายในร้าน “เจ๊เอม ลาบบุรี” ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ลักขโมยเงินสดจำนวน 7,000 บาท พร้อมวิทยุสื่อสารสีแดงอีก 1 เครื่อง
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ไว้เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 16.25 น. พบชายต้องสงสัยคือ นายอริยวรรต เดินเข้ามาภายในร้าน โดยสวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน เสื้อคอปกแขนยาว และกางเกงขาสั้น ก่อนจะเดินไปยังด้านข้างและหลังร้าน โดยใช้มีดงัดประตูร้านที่ล็อกอยู่ รื้อค้นสิ่งของ จากนั้นหยิบร่มมากางเพื่ออำพรางใบหน้าจากกล้องวงจรปิด แล้วเดินเข้าไปบริเวณเคาน์เตอร์ ก่อนหยิบเงินสดจำนวน 7,000 บาท ที่วางบูชาอยู่บน “นางกวัก” ข้างเคาน์เตอร์ แล้วหลบหนีออกจากร้านขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไป
นายอริยวรรต ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านได้ประมาณ 15 วัน โดยจำไม่ได้แน่ชัดว่าเริ่มทำงานตั้งแต่เมื่อใด หลังจากวันที่ 2 ก.พ. 69 วันที่ตนก่อเหตุ ทางร้านให้พักการทำงานชั่วคราว ซึ่งตนทราบดีถึงสาเหตุว่าเกิดจากการลักทรัพย์ภายในร้าน ก่อนเกิดเหตุครั้งนี้ตนมีภาระต้องส่งเงินให้แม่ ประกอบกับติดการพนันออนไลน์ จึงตัดสินใจก่อเหตุ เนื่องจากรู้เส้นทางเข้า–ออกของร้านเป็นอย่างดี
ส่วนของกลางวิทยุสื่อสารนั้น ตนได้เอาวิทยุสื่อสารติดตัวออกมาด้วยหลังเลิกงานของวันที่ 1 ก.พ.69 ตนได้ขอกลับบ้านก่อนในเวลาประมาณ 22.00 น. อ้างว่าปวดศีรษะ ทั้งที่ร้านปิดจริงเวลาประมาณ 23.30 น. ก่อนจะมาก่อเหตุลักทรัพย์ในวันถัดมา (2 ก.พ. 69) ได้เงินสดจำนวน 7,000 บาท

นายอริยวรรต กล่าวทั้งน้ำตาว่า แรงจูงใจหลักมาจากการติดการพนันและความจำเป็นต้องหาเงินส่งให้แม่ จึงเลือกก่อเหตุเพื่อหวังได้เงินเพียงอย่างเดียว ไม่มีสาเหตุอื่น ตนยอมรับว่านายจ้างเป็นคนดี แต่ตนคิดได้ช้าเกินไป และรู้สึกสำนึกผิด พร้อมกล่าวขอโทษ “พี่เอม” ซึ่งเป็นนายจ้างที่ดีมากๆ
สำหรับเงินสดจำนวน 7,000 บาทที่ได้มา ตนนำไปซื้อนาฬิกา 200 บาท ซื้อยาบ้า 1,500 บาท และซื้อกระเป๋าสตางค์ราคา 200 บาท ส่วนเงินที่เหลือได้นำไปเล่นเกมสล็อตออนไลน์จนหมด พร้อมยอมรับชะตากรรมจากการกระทำของตน และยืนยันว่าจะไม่ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) มารดาของผู้ก่อเหตุ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเคยเล่าให้ฟังว่า ได้งานทำที่ร้านดังกล่าวและเจ้านายเป็นคนดี ตนจึงบอกให้ตั้งใจทำงาน ทำตัวให้ดีเพื่อให้ผ่านช่วงทดลองงาน โดยคาดว่าลูกชายเริ่มทำงานราววันที่ 20–31 ธันวาคม 2568 และทำงานได้ประมาณ 11 วัน เรื่องเงินนั้น ตนให้ลูกติดตัวไว้ใช้วันละ 100 บาท ส่วนที่เหลือให้นำมาให้แม่เก็บไว้ ไม่ได้นำไปใช้จ่ายอย่างอื่น
ในวันหนึ่ง ลูกชายโทรศัพท์มาขอให้ไปรับเงินเวลาประมาณ 20.30 น. แต่ตนไม่ได้ไปเพราะระยะทางไกล จึงบอกว่าจะไปรับที่บ้านในวันถัดไป พร้อมบอกลูกว่าไม่เป็นไร หากไม่ให้แม่ก็ได้ แต่ลูกชายตอบกลับว่าจะหาเงินมาให้ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่านี่จะเป็นชนวนของเหตุการณ์หรือไม่ โดยลูกชายอาศัยอยู่กับตายาย ส่วนตนพักอยู่ห้องเช่าอีกแห่งหนึ่ง
ภายหลังเกิดเหตุ ตนเพิ่งมาทราบเรื่อง เนื่องจากสังเกตว่าลูกชายไม่ไปทำงานติดต่อกันหลายวัน กระทั่งสองวันก่อนหน้านี้ ยายโทรศัพท์มาแจ้งว่าหัวหน้างานเดินทางมาที่บ้านและเล่าให้ฟังว่าลูกชายก่อเหตุลักทรัพย์ วันถัดมาลูกสาวเห็นโพสต์ในโซเชียลจึงนำมาให้ดู ขณะที่ลูกชายไม่เคยบอกเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง เพราะเป็นคนกลัวและรู้ว่าตัวเองทำผิด ทั้งที่นายจ้างเคยให้โอกาส หากได้เข้าไปพูดคุยกันก่อน เรื่องอาจไม่บานปลายเช่นนี้

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ตนไม่เข้าใจว่าลูกชายนำเงินไปทำอะไร ทั้งที่ที่ทำงานก็ดี และตนบอกลูกอยู่เสมอว่าเมื่อได้งานดีแล้วต้องตั้งใจทำงาน ตรงเวลา ตนโทรศัพท์พูดคุยกับลูกตลอด ไม่เคยคิดว่าลูกจะไปก่อเหตุในลักษณะนี้ แม้จะทราบว่าลูกชายเล่นเกมสล็อตออนไลน์ แต่ก็เคยเตือนเสมอว่าการพนันไม่เคยทำให้ใครได้ มีแต่เสีย จึงอยากให้เลิก
หากรู้เรื่องเร็วกว่านี้ คงเข้าไปพูดคุยและขอร้องทางร้านได้ก่อน แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว พร้อมตั้งคำถามด้วยความเสียใจว่า ลูกเดือดร้อนเรื่องใดถึงเลือกทำเช่นนี้ เพราะในฐานะแม่ไม่เคยทอดทิ้งและพยายามซัพพอร์ตลูกมาตลอด ไม่เคยคาดหวังอะไร ขอเพียงให้ลูกดูแลตัวเองได้ก็พอ
ทั้งนี้ น.ส.เอ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ที่ตนขอเก็บเงินให้ลูก เพราะเกรงว่าลูกจะใช้เงินไม่เป็น โดยตนให้เงินใช้จ่ายวันละ 100 บาท เพื่อให้เลี้ยงตัวเองได้ และเป็นห่วงลูกชายมาก พร้อมกล่าวขอโทษแทนลูกชายต่อเจ้าของร้าน ยืนยันว่าที่ผ่านมาลูกชายพูดถึงที่ทำงานในแง่ดีเสมอ เคยพบเจ้าของร้านเพียง 2–3 ครั้ง และไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร

















