"วินธัย" มั่นใจ 8 ก.พ. รับมือได้หาก "กัมพูชา" ก่อกวนก่อนเลือกตั้ง เชื่อทหารกัมพูชาเสียวินัย ยังพอรับฟังเหตุผลได้

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวสรุปภาพรวมภารกิจการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ว่าเป็นการดำเนินการเมื่อเห็นว่าสภาพแวดล้อมเริ่มปลอดภัย จากก่อนหน้านี้ที่แม้สื่อมวลชนจะเคยลงพื้นที่รายงานสถานการณ์ แต่ก็ไม่สามารถเข้าบางพื้นที่ได้ โดยการพามาครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ 1. ต้องการให้สัมผัสกับผู้บังคับหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย เนื่องจากสภาพพื้นที่ เป็นพื้นที่กึ่งชุมชน พร้อมกันนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติการอยู่ในกรอบกติกา และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย คือไม่มีประชาชนและพลเรือนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย และ ข้อ 2 พื้นที่แห่งนี้ ด้วยปัจจัยทางกายภาพพื้นที่และยุทโธปกรณ์ สื่อมวลชนจึงอาจมองและเข้าใจว่าปฏิบัติการได้สะดวกและง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงปัจจัยและขั้นตอนในการปฏิบัติต่าง ๆ อยู่ รวมทั้งผู้ปฏิบัติก็ต้องมีปฏิภาณไหวพริบในการดำเนินกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ จนสามารถสถาปนาความมั่นคง และวางแนวทางสร้างความปลอดภัยกับกำลังพลได้

ส่วนถ้าจะเปรียบเทียบ สถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มองว่าปัจจัยสำคัญ คือเรื่องการวางกำลัง จากสภาพพื้นที่ที่เป็นป่าเขา ส่วนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏข่าวเป็นระยะ เช่น เสียงระเบิด เสียงจากอาวุธ อย่างเครื่องยิงลูกระเบิด เกิดจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มีเป้าประสงค์จะคุกคามต่อปฏิบัติการทางทหาร โดยมองว่าเป็นเรื่องวินัยกำลังพลหย่อนยานมากกว่า ซึ่งเกิดจากที่ฝ่ายกัมพูชามีการสับเปลี่ยนกำลัง ทำให้กำลังพลที่มาใหม่อาจจะไม่มีความคุ้นเคย หรืออีกมุมหนึ่ง ที่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการยั่วยุ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการปฏิบัติการทางทหารของไทย

ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าหากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทหารกัมพูชาเสียวินัย และก่อสถานการณ์ขึ้นอีก โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ไป เนื่องจากหน่วยในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมีช่องทางในการที่จะติดต่อสื่อสาร ถ้าหน่วยพิจารณาและมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ หรือไม่ตั้งใจที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้อยู่ในกรอบกติกา คาดว่าในแต่ละหน่วยคงจะมีมาตรการดำเนินการตามสถานการณ์

นอกจากนี้ ในระดับนานาชาติก็จับตามองท่าทีของไทยและกัมพูชาอยู่ด้วยเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานมา ถือว่าไทยได้รับคำชื่นชม และจะต้องคงมาตรฐานเช่นนี้ไว้ แต่ยืนยันว่าไม่ต้องกังวล หากสิ่งไหนที่พิจารณาว่าควรจะตอบโต้ ก็ต้องตอบโต้ หากมองว่าการกระทำนั้น ๆ ไม่สามารถให้คำตอบกับฝ่ายไทยได้อย่างสมเหตุสมผล

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่ฝ่ายกัมพูชาสะดุดแฟลร์ หรือยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย แล้วใช้เหตุผลว่าเสียวินัย ถือเป็นข้ออ้างหรือไม่นั้น มองว่าก็เป็นไปได้ แต่หากว่าฝ่ายกัมพูชามีทัศนคติที่ไม่ดีเช่นนั้นจริง เมื่อเวลาผ่านไปความจริงก็ต้องปรากฏ แต่ในขณะนี้ ยังสามารถมองได้ว่ามีความสมเหตุสมผลอยู่ พร้อมระบุว่า ในท่าทีของการประสานงาน สามารถมองออกว่า เป็นไปด้วยความก้าวร้าวหรือเป็นไปด้วยความนอบน้อม ถ้าเป็นไปด้วยความก้าวร้าว ก็คงต้องปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าถ้าเป็นไปด้วยความสมเหตุสมผล มีลักษณะท่าทีในลักษณะท่าทีที่ไม่ได้แข็งกร้าวหรือก้าวร้าว