"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ หมิ่นประมาท ยืนยันไม่ได้ฟ้องปิดปากใคร ทำเพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตัวเอง เผยอีกเจ้าตัวไม่ได้หายไปไหนยังใช้ชีวิตปกติ แต่ที่ไม่ออกมาเพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย อยากให้ทนายทำหน้าที่ตรงนี้

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พล.ต.อ.สุรเชษฐ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความเดินทางเข้ามายื่นฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 อดีตลูกน้องคนสนิทในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการไปให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางเข้ามาดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททำด้วยการโฆษณาต่ออดีตลูกน้องคนสนิทของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผ่านสื่อออนไลน์จำนวน 3 ครั้ง การดำเนินการของพล.ต.อ.สุรเษฐ์ ได้มีการพิจารณาถ้อยคำของผู้ที่ไปกล่าวหาผ่านสื่อแล้ว คำพูดเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทชัดเจน ทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำข้อเท็จจริงผ่านพยานหลักฐานเพื่อให้ทางศาลหาข้อสรุปในการดำเนินการว่าใครเป็นฝ่ายผิด ใครเป็นฝ่ายถูก

นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีผลงานนำชื่อเสียงมาสู่องค์กรตำรวจ แต่วันหนึ่งมีคนมากล่าวหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อสังคม จึงต้องนำข้อเท็จจริงเหล่านี้มาพิสูจน์ผ่านกระบวนการของศาล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้ทำไปเพื่ออารมณ์ของตัวเอง ไม่ได้ฟ้องปิดปาก แต่ทำเพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตัวเอง ตอนนี้ก็กำลังดูอีกหลายคนที่มีลักษณะเข้าข่ายหมิ่นประมาทผ่านสื่อที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคนเหล่านั้นกระทำได้ทุกกรณี การดำเนินการทางเราจะนำหลักฐานต่าง ๆ มานำเสนอ เมื่อมีการกระทำที่กระทบศักดิ์ศรี เพื่อไม่ให้เป็นการเคลือบแคลงต่อสังคมก็จะพิสูจน์ไปเป็นกรณี วันนี้ก็มีการดำเนินการฟ้องเรียบร้อยแล้ว โดยศาลอาญากรุงเทพใต้รับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.107/2569 โดยจะนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น.

 

 

นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินการอื่น ๆ ก็ต้องฝากไปถึงทุกคนว่าตอนนี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องการให้เรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าตัวผ่านกระบวนการยุติธรรมเพื่อป้องกันความสับสน และกรณีที่มีข่าวออกมาว่ามีลูกน้องเก่าอีก 10 กว่าคน ดำเนินการกล่าวหาต่าง ๆ ตนไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าบุคคลเหล่านั้นมีหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมาย ก็มาดำเนินการเป็นเรื่องปกติได้เลย แต่ถ้าไม่มีหลักฐาน หรือนำหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์สงวนสิทธิ์ของตัวเองไว้แล้วว่าขอดำเนินคดีทุกกรณี

เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการเตรียมยื่นฟ้องใครอีกบ้าง นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการเดินทางเข้ามายื่นฟ้องอีก เพราะมีอีกประมาณ 2-3 เรื่อง ทีมทนายความก็จะเข้ามายื่นฟ้องร้องเช่นเดียวกัน โดยเป็นกลุ่มตำรวจ และตนขอย้ำว่า เรื่องที่ปรากฏในสื่อว่าจะมีลูกน้องของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่อ้างว่าเป็นผู้ใกล้ชิดถูกทำร้ายร่างกายจำนวน 17 คน ถ้ามีหลักฐานสามารถดำเนินการได้เลย แต่ถ้าไม่มีหลักฐานอย่าทำด้วยความที่ผู้อื่นอาจจะให้มาทำเพราะคนที่รับผิดชอบอาจจะเป็นพวกท่านเสียเอง

นายสัญญภัชระ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็ยังใช้ชีวิตปกติ จากที่เจ้าตัวออกมาเฉลยว่ายังอยู่บ้านหลังเดิมที่ถูกค้น และออกไปตีเทนนิส แต่ส่วนที่ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ในช่วงหลังเพราะว่าตัวพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เป็นเรื่องของข้อกฎหมายจึงอยากให้เป็นหน้าที่ของทีมทนายความมากกว่า เพราะถ้าตัวพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกมาอีกก็อาจจะเกิดการโต้แย้งกันไปกันมาทำให้เกิดความสับสนได้