"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายฟ้องศาลเอาผิด "พ.ต.ท.คริษฐ์" อดีตลูกน้องคนสนิท กรณีแจ้งความเท็จ ปมกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย.2569

วันนี้ 2 ก.พ. 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" อดีต รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมายื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต่อศาล ในความผิดฐาน "แจ้งความเท็จ" ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย.นี พร้อมเตรียมยื่นเอกสาร 200 ชุดให้ ปธ.วุฒิสภาพิจารณา คดีสินบนทอง

จากกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้มีการไปแจ้งความ กล่าวหาว่าพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ว่าทำร้ายร่างกาย มีผลทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและสังคมมองไปในแง่ที่ไม่ถูกต้อง จึงรักษาสิทธิ์ด้วยการดำเนินการมาฟ้องร้องในวันนี้ ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้มีการไปแจ้งความพันตำรวจโทคริษฐ์ ไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนที่มายื่นยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้เพื่อต้องการให้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยรวดเร็ว

ทนายความ ย้ำว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวต้องมีใครคนหนึ่งพูดไม่จริง จึงต้องมีการนำเรื่องราวและพยานหลักฐานเข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล โดยศาลรับคดีไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ ที่อ. 308 / 2569 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.

นอกจากนี้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์และทีมทนายความยังพิจารณาที่จะเตรียมดำเนินคดีกับบุคคล ที่มีการกล่าวหาพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ทำให้ได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง กรณีที่มีการนำพยานหลักฐานทางเวชระเบียนของแพทย์มาเผยแพร่ผ่านสื่อ โดยจะดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า

ส่วนกรณีที่มีการให้ข่าวของฝ่ายตำรวจว่า มีอดีตลูกน้องของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์อีกกว่า 10 นายที่เตรียม จะแจ้งความดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ในข้อหาต่างๆนั้น ทนายความขอฝากไว้ว่า หากมีพยานหลักฐานก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากไม่มีพยานหลักฐานหรือว่าหลงเชื่อบุคคลใด พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ บอกว่าก็ต้องใช้สิทธิ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองเพราะการกล่าวหาในคดีมีหลายองค์ประกอบที่นำไปสู่ความเชื่อถือเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เอง

ทนายความ ยังบอกด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ได้เตรียมเอกสาร 200 ชุด เพื่อส่งมอบให้กับ ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในการวินิจฉัยว่าจะรับสำนวนคดีสินบนทอง ที่พนักงานสอบสวนเตรียมที่จะยื่น ให้กับประธานวุฒิสภาในการพิจารณา