ชายหลอนเหล้า คลั่งทำลายข้าวของในบ้าน ญาติแจ้งตำรวจมาช่วย กลับแหกไม้ง่ามหนีไปได้ แล้วขโมยมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านขี่หนีต่อ พอจนมุมก็ขี่พุ่งลงน้ำ ตำรวจเห็นท่าไม่ดีต้องพายเรือไปรับ

วันที่ 30 ม.ค.2569 ตำรวจ สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนคลุ้มคลั่งทำลายข้าวของอยู่ในบ้าน ต.สะแก อ.สตึก ไม่มีใครห้ามได้ เกรงว่าจะลุกลาม ต่อมา พ.ต.อ.อนันต์ ทองบรรเทิง ผกก.สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้กำชับให้ พ.ต.ต.สฤษดิ์ ชำนิไกร สวป.ฯ พ.ต.ท.จักรพงษ์ อักโขสุวรรณ์ สวป.(ชส.)ฯ และ ร.ต.อ.เมธา และประโคน รอง สวป.ฯ ไปตรวจสอบและทำงานด้วยความรอบคอบ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าคนก่อเหตุมีอาวุธร้ายแรงหรือไม่

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่บ้าน พบชายทราบชื่อต่อมาคือ นายกษิดิ์เดช อายุ 34 ปี ชาว ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กำลังคลุ้มคลั่งทำลายข้าวของภายในบ้าน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะหลอนสุรา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้ยุทธวิธีตามขั้นตอน ด้วยการใช้ไม้ง่ามเข้าไประงับเหตุ แต่นายกษิดิ์เดช ซึ่งมีรูปร่างใหญ่สามารถแหวกไม้ง่ามของตำรวจไปได้ เจ้าหน้าที่ได้วิ่งไล่ตามแต่ไม่ทัน เนื่องจากนายกษิดิ์เดชขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่เสียบกุญแจเอาไว้ ขับหนีไปต่อหน้าตำรวจ

เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ตามไปจนกระทั่งไปถึงลำน้ำ ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 5 กม. นายกษิดิ์เดช เห็นตำรวจขับรถไล่จวนตัว ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์พุ่งลงน้ำ แล้วว่ายไปกลางลำน้ำซึ่งมีความลึกไม่น้อยกว่า 3 เมตร

ร.ต.อ.เมธา และประโคน รอง สวป.เห็นท่าไม่ดี จึงขอใช้เรือของชาวบ้าน พร้อมหน่วยกู้ภัยวังกรูด พายเรือไปนำตัวอยู่กลางน้ำขึ้นมา เพราะหากปล่อยเอาไว้มีโอกาสจมน้ำตายได้ โดยสรุปใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ไประงับเหตุจนถึงการควบคุมตัวได้

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสตึก เพื่อตรวจหาสารเสพติดและจะสอบสวนอีกครั้งถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้