ระทึกกลางงานลิเก! "ศรราม น้ำเพชร" มือมืดทุบกระจกรถแม่ค้าพวงมาลัยเงินสด ฉกเงินหายวับ 5 หมื่น กลางลานจอดรถศิลปิน ส่อมีพิรุธ! ชายดูแลลานจอดรู้ข้อมูล "ในรถมีเงินที่จะนำไปมอบให้คณะลิเก" หวั่นคดีเงียบหลัง ตร. บอกให้ทำใจ
วันที่ 30 ม.ค. 2569 มีรายงานว่า น.ส.นันท์ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี พร้อมด้วย น.ส.พร (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พี่สาว เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังถูกคนร้ายทุบกระจกด้านหลังขวารถยนต์ MPV ฉกพวงมาลัยเงินสดจำนวน 9 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 50,000 บาท เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถวัดแห่งหนึ่ง ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 20.00-23.30 น.

น.ส.นันท์ เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพค้าพวงมาลัยเงิน ส่งมอบให้คณะลิเก "ศรราม น้ำเพชร" โดยรับออร์เดอร์ตามคำสั่งลูกค้าและเป็นผู้ขับรถนำพวงมาลัยไปมอบให้ศิลปินด้วยตนเอง วันเกิดเหตุตนได้นำพวงมาลัยเงินสดจำนวน 9 ชุด รวมเงินประมาณ 50,000 บาท วางไว้ที่เบาะหลังผู้โดยสาร ก่อนขับรถไปยังลานจอดรถภายในวัด แต่เนื่องจากลานจอดรถด้านหน้าเต็ม จึงได้พูดคุยกับชายที่ดูแลลานจอด โดยแจ้งไปตรงๆ ว่า “ในรถมีเงินที่จะนำไปมอบให้คณะลิเก” และขอเข้าไปจอดบริเวณลานจอดของศิลปิน ซึ่งชายดังกล่าวได้โบกรถให้เข้าไปจอด พร้อมบอกว่าเหลือที่จอดเพียงคันสุดท้าย และปกติจะไม่ให้ใครจอดง่ายๆ ตนจึงให้ทิปไปส่วนหนึ่ง และย้ำอีกครั้งว่า “ช่วยพี่หน่อย เพราะในรถพี่มีเงิน”

จากนั้นตนได้นำพวงมาลัยอีกส่วนหนึ่งที่แยกไว้ไปทำงาน มอบให้ศิลปินตามปกติ ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น. จนกระทั่งเสร็จงานราว 23.30 น. เมื่อกลับมาที่รถพบว่ากระจกรถด้านหลังแตก จึงรีบตรวจสอบภายในรถและพบว่าพวงมาลัยเงินสดจำนวน 9 ชุด ถูกขโมยหายไปทั้งหมด ตนจึงรีบโทร. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

น.ส.นันท์ กล่าวต่อว่า ภายหลังเข้าแจ้งความที่ สภ.โพธิ์แก้ว ตนรู้สึกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความคืบหน้า และมีการพูดในลักษณะให้ตนทำใจ โดยแจ้งว่าตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ไม่มีกล้องในจุดเกิดเหตุ และไม่พบภาพที่เป็นประโยชน์ แม้ตนจะพยายามสอบถามถึงกล้องบริเวณใกล้เคียงที่อาจบันทึกภาพคนเข้า-ออกได้ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ ทำให้ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและกังวลว่าคดีจะเงียบ วันนี้จึงตัดสินใจมาร้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.แก้ว ให้ช่วยติดตามคดี

ทั้งนี้ ตนยังตั้งข้อสงสัยไปที่บุคคลที่ทำหน้าที่โบกรถภายในงาน ซึ่งมีอยู่ 2 คน เนื่องจากเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ตนให้ข้อมูลไปว่าในรถมีเงิน อีกทั้งรถของตนติดฟิล์มมืด มองเห็นภายในได้ยาก ต้องใช้ไฟฉายส่องเท่านั้น นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบจอบต้องสงสัย 1 อัน มีผ้าขาวบางพันอยู่บริเวณด้าม วางอยู่ในพื้นที่ป่าภายในลานจอดรถ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทุบกระจกรถ โดยตนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เรียกตัวผู้โบกรถมาสอบปากคำ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว

ด้าน ดร.แก้ว เปิดเผยว่า กรณีนี้พนักงานสอบสวนควรประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรถยนต์ของผู้เสียหาย รวมถึงจอบต้องสงสัยที่พบในที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาลายนิ้วมือหรือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในการทำงานของพนักงานสอบสวน อีกทั้งยังมีการพูดในลักษณะให้ผู้เสียหายทำใจ ซึ่งไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ฝากไปถึงผู้กำกับการสถานี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้เข้ามากำกับดูแลคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย หากพนักงานสอบสวนในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ














