โรงงานพลุ จ.สุพรรณบุรี ระเบิด ฉีกร่างคนงานดับ 1 เจ็บอีก 3 พบประกอบพลุมากว่า 30 ปี มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่เพิ่งหมดอายุเมื่อ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ยื่นต่อใบอนุญาตใหม่แล้ว อยู่ระหว่างรอพิจารณา

วันที่ 30 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 07.30 น. พ.ต.ท.สุคนธ์ สงสกุล สารวัตรสอบสวน สภ.ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี รับแจ้งเกิดเหตุโรงงานประกอบพลุระเบิด พื้นที่ตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา เกาชวัต ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ กำลังชุด EOD เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นโรงงานประกอบพลุ ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นสถานที่ประกอบพลุ ถูกแรงระเบิดพังเสียหายทั้งหลัง

ที่เกิดเหตุมีป้ายเตือน มีหลุมบังเกอร์เก็บดินปืน ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้สำหรับผสมดินปืน สภาพบ้านพังเสียหาย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำฉีดหล่อเลี้ยงป้องกันการปะทุอีก

เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อนายเสน่ห์ อายุ 58 ปี เป็นคนงานประกอบพลุ ร่างผู้เสียชีวิตถูกแรงระเบิดของพลุแหลกเป็นชิ้นส่วนกระจายไปทั้งบริเวณ และยังมีคนงานได้รับบาดเจ็บ 3 คน เป็นชาย ถูกนำตัวส่ง รพ.ดอนเจดีย์ ทราบชื่อนายไชยา อายุ 38 ปี มีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ นายวิโรจน์ อายุ 58 ปี มีแผลฉีกขาดที่คอ นายอำนาจ อายุ 49 ปี มีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ

จากการสอบถาม นายธงชัย อายุ 56 ปี เจ้าของโรงพลุ กล่าวว่า ที่นี่ขออนุญาตถูกต้อง แต่ใบอนุญาตหมดอายุ วันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ยื่นต่อใบอนุญาตใหม่แล้ว ระหว่างรอการพิจารณาก็มาเกิดเหตุ ซึ่งตนทำพลุไฟสวยงาม ปกติจะมีคนงาน 6-7 คนมาทำงาน แต่วันนี้ ผู้เสียชีวิตมาก่อนประมาณ 7 โมงเศษ โดยมีคนงานอีก 2 คน ที่เดินทางมารอเข้างาน คาดว่าตอนผสมดินปืนคงเกิดผิดพลาด ทำให้เกิดระเบิดขึ้น ซึ่งผู้เสียชีวิตทำงานผสมดินปืนผลิตพลุมากับตนตั้งแต่เริ่มทำโรงงานพลุมากว่า 30 ปีแล้ว ครั้งนี้เกิดเหตุ ตนเสียใจไม่คิดว่าจะเกิดเพราะปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

ล่าสุดนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นโรงงานพลุมีใบอนุญาต จาการตรวจสอบใบอนุญาต หมดอายุเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 โดยมีนายธงชัย เป็นเจ้าของผู้รับใบอนุญาต ช่วงเกิดเหตุนายธงชัย เจ้าของไม่ได้อยู่ที่โรงงาน

ด้านนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กันพื้นที่เป็นพื้นอันตราย ไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด และให้ชุด EOD และชุดพิสูจน์หลังฐานเข้าตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเกิดระเบิดครั้งนี้