รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เกี่ยวสายไฟ ทางเข้านิคมบางปู เสาไฟฟ้าแรงกลางหักโค่นกว่า 70 ต้น เสียหายตลอดแนว 2 กิโลเมตร การไฟฟ้านครหลวงประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอาจสูงถึงหลายล้านบาท ระดมกำลังเร่งซ่อม จ่ายไฟคืนประชาชนโดยเร็ว

วันที่ 30 มกราคม 2569 จากกรณีกลางดึกที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงตู้คอนเทนเนอร์เกี่ยวสายไฟฟ้า ส่งผลให้เสาไฟฟ้าหักโค่นกว่า 70 ต้นเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณช่วงโค้งหน้าโรงพยาบาลเมืองสมุทรบางปู ต่อเนื่องไปจนถึงปากซอยนวลเนตร เหตุเกิดบริเวณสะพานทางเข้านิคมอุตสาหกรรมบางปู ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในหลายชุมชนใกล้เคียง


เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรบนถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนสายหลักแต่อย่างใด โดยยังสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ และไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต


จากการสอบถาม นายตู้ คนขับรถบรรทุก ให้การว่า กำลังเดินทางไปส่งของในนิคมอุสาหกรรมบางปู เพิ่งเข้ามาใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นครั้งแรก ระหว่างทางได้สอบถามเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับเส้นทาง โดยได้รับคำแนะนำให้ขับตามป้ายบอกทาง เมื่อเลี้ยวเข้าซอยและขับขึ้นเนิน พบว่าบริเวณดังกล่าวมีแสงสว่างน้อย ทำให้มองไม่เห็นแนวสายไฟด้านบน จนกระทั่งรู้สึกว่ารถไปเกี่ยวกับสายไฟ ก่อนจะเห็นเสาไฟฟ้าล้มต่อเนื่องกันเป็นลักษณะโดมิโน จึงหยุดรถลงมาตรวจสอบ


ต่อมา สิบเอกสรชา พันธุ์ไชย ช่างเทคนิคสายอากาศ 5 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเสาไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายเป็นเสาไฟฟ้าแรงกลาง ขนาดความสูงประมาณ 12 เมตร จำนวนราว 70 ต้น ตลอดระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่กับเสาไฟฟ้า อาทิ หม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบระบบจ่ายไฟ ได้รับความเสียหายร่วมด้วย


อย่างไรก็ตาม ความเสียหายทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงหลักหลายล้านบาท โดยจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายอีกครั้งในช่วงเช้า เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วน


สิบเอกสรชา ระบุอีกว่า ภายหลังจากนี้จะรายงานความเสียหายให้ผู้บังคับบัญชาของการไฟฟ้าทราบ เพื่อขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์จากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาเร่งซ่อมแซมระบบไฟฟ้าโดยเร็ว เพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนสู่ประชาชนในพื้นที่ได้โดยเร็วที่สุด


ขณะนี้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ขณะที่หลายจุดยังไม่สามารถจ่ายไฟได้ เนื่องจากอุปกรณ์ได้รับความเสียหาย ส่วนกำหนดเวลาที่จะสามารถจ่ายไฟได้ตามปกติทั้งหมด ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เนื่องจากต้องระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าดำเนินการซ่อมแซม