ทนายเผย ทักษิณ สุขภาพและกำลังใจดี ฝากขอบคุณประชาชนและอยากเห็นการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 ก.พ. ย้ำการพักโทษเป็นสิทธิผู้ต้องขังตามกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ

วันนี้ ( 22 ม.ค. 69) ที่เรือนจำกลางคลองเปรม
นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคนโตของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา นายทักษิณ เป็นตัวแทนเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะทำงาน และ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว

นายวิญญัติ กล่าวภายหลังการเข้าเยี่ยมว่า นายทักษิณ มีสุขภาพแข็งแรง กำลังใจดี และยังติดตามสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมฝากความห่วงใยและอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันให้มาก เพื่อร่วมกำหนดทิศทางประเทศ

นายวิญญัติกล่าวว่า ในการพูดคุยครั้งนี้ นายทักษิณไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดหรือทิศทางทางการเมืองใด ๆ โดยประเด็นหลักที่สนทนากันเป็นเรื่องคดีและหน้าที่ตามกฎหมายที่ทีมงานรับผิดชอบอยู่ พร้อมฝากขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจมาอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มีการกำชับหรือสั่งการเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องอื่นใด

ส่วนความคืบหน้ากรณีการพักโทษ นายวิญญัติระบุว่า ขณะนี้เป็นขั้นตอนของกระบวนการรวบรวมและคัดกรองรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย หลังจากนั้นจะมีการเสนอรายชื่อไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามระเบียบ ซึ่งเป็นไปตามกรอบกฎหมายและแนวทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้

นายวิญญัติย้ำว่า การพักโทษถือเป็นสิทธิและประโยชน์ของผู้ต้องขังทุกคนที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลหรือมีการเลือกปฏิบัติ และขึ้นอยู่กับระยะเวลาการถูกคุมขังเป็นสำคัญ หากไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่สามารถได้รับการพิจารณา ทั้งหมดเป็นกระบวนการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ขณะที่กรณีกลุ่ม คปท. เดินทางไปยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อคัดค้านคุณสมบัติการพักโทษของนายทักษิณ นายวิญญัติกล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของกลุ่มดังกล่าว แต่เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไปขวางการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปหรือครอบครัวของผู้ยื่นคัดค้านเอง ก็คงไม่เป็นที่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม นายวิญญัติ ยืนยันว่า ไม่ได้กังวลต่อการเคลื่อนไหวของ คปท. เนื่องจากการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะยึดหลักคุณสมบัติ และข้อกฎหมายเป็นสำคัญ หากเข้าเกณฑ์ก็สามารถพิจารณาได้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันจากภายนอก