กกล.บูรพา สกัดจับ 14 ราย! คนไทยลอบข้ามแดนจากกัมพูชา อ้างหนีงานเว็บพนันหลอกลวง ในกัมพูชา
วันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 19.30 น. กองกำลังบูรพา โดย หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 และกองร้อยทหารพรานที่ 1206 ได้จัดกำลังพลออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณเส้นทางธรรมชาติ ระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 14 คน (ขาเข้า) กำลังเดินเท้าลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ ระหว่าง จุดตรวจการณ์ อ.39 – อ.40 ห่างจากทางหลวงหมายเลข 3511 ประมาณ 150 เมตร บริเวณ พิกัด บ้านใหม่ปากฮ่อง หมู่ 8 ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลทั้งหมดเป็น ชาวไทย 14 คน (ชาย 9 คน หญิง 5 คน) โดยตรวจพบเอกสารแสดงตนเป็นบัตรประชาชน 13 ใบ และเอกสารบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 ฉบับ ทั้งหมดยอมรับว่าได้ ลักลอบเดินเท้าข้ามแดนจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา
จากการสอบถามเบื้องต้น ชาวไทยทั้งหมดให้การว่า เมื่อช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน 2568 ได้รับการชักชวนจากแอดมินเพจบนแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ให้ไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ในประเทศกัมพูชา โดยเสนอค่าตอบแทนเดือนละ 25,000 บาท จึงตัดสินใจเดินทางไปทำงาน โดยมีผู้นำพาขับรถมารับจากภูมิลำเนา และพาลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ต่อมาถูกพาไปทำงานในพื้นที่ เมืองบาเวต จังหวัดสวายเรียง แต่เมื่อเริ่มทำงานจริง หากทำยอดไม่ได้ตามเป้าหมาย จะถูกหักเงินเดือน และถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ทั้งหมดตัดสินใจ หลบหนีออกจากสถานที่ทำงานเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 และเดินทางต่อมายังกรุงปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อหาทางกลับประเทศไทย
ต่อมา กลุ่มผู้หลบหนีได้ติดต่อชายชาวไทยชื่อ “วิน” (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ในกรุงปอยเปต เพื่อช่วยจัดหาช่องทางกลับประเทศไทย โดยต้องจ่ายค่าเดินทาง คนละ 2,500 บาท จากนั้นถูกพาไปส่งในพื้นที่ ตำบลตวลปงโร อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย และให้เดินเท้าลัดเลาะเข้าประเทศไทย ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยตรวจพบและจับกุมได้ดังกล่าว โดยไม่พบผู้นำพาในขณะจับกุม
ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำชาวไทยทั้ง 14 คน มาสอบถามเพิ่มเติม ณ กองร้อยทหารพรานที่ 1206 และได้ส่งตัวให้กับ สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

















