ผู้สมัคร สส.พปชร. รวมตัว เรียกร้อง "บิ๊กป้อม" กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค หลัง "ตรีนุช" ไร้ทิศทาง-ช่วยผู้สมัครหาเสียง ฟาด กก.บห.ไม่ให้เกียรติผู้สมัคร ปล่อยลอยแพ รับเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง จนอยากร้องไห้ ขณะที่ "พล.อ. ประวิตร" ยืนยันไม่กลับมาแล้ว
วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ย่านบางโพ มีกลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นัดรวมตัวเพื่อทวงถามความชัดเจนด้านนโยบาย และการบริหารจัดการภายในพรรค พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา และอดีตหัวหน้าพรรค กลับมาบริหารงานพรรคอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้สมัครและสมาชิกพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดหมาย 10.00 น. ปรากฏว่ามีผู้สมัคร สส.เดินทางมาไม่ถึง 10 คน จากเดิมที่มีการแจ้งว่าจะมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 100 คน โดยผู้สมัครที่เดินทางมาจากหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดอุบลราชธานี นครพนม ปัตตานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และชลบุรี ขณะที่มีผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักเดินทางมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก
นายศุภศิษฎิ์ สรภัสจิรพงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 4 จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า การรวมตัวในวันนี้มีเป้าหมายเพื่อสอบถามและขอความชัดเจนจากพรรคพลังประชารัฐเกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุนและการดูแลผู้สมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งด้านนโยบาย การสื่อสาร การจัดสรรทรัพยากร และการประสานงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของพรรคอย่างชัดเจน
นายศุภศิษฎิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกพรรคจำนวนมากรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคลงพื้นที่ดูแล หรือให้การสนับสนุนเชิงนโยบายในการหาเสียง จึงอยากให้พรรคจัดสรรทีมดูแลผู้สมัคร สส.เขตในทุกภูมิภาค และสนับสนุนการหาเสียงในแต่ละเขตทั่วประเทศ เนื่องจากขณะนี้ไม่มียุทธศาสตร์การหาเสียงที่ชัดเจน แตกต่างจากช่วงที่ พล.อ.ประวิตร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งมีการมอบหมายนโยบายและชี้แจงแนวทางการหาเสียงอย่างเป็นระบบ
นายศุภศิษฎิ์ ระบุว่า ขณะนี้ผู้สมัครรู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก และไม่สามารถหาจุดยึดเหนี่ยวได้ ไม่มีโอกาสพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคคนใด หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมมองว่าการหาเสียงในพื้นที่ไม่ได้แพ้คู่แข่ง แต่แพ้แกนนำพรรคที่ไม่ลงมาช่วย และยืนยันยินดีให้ พล.อ.ประวิตร กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นนักสู้ตัวจริงและดูแลผู้สมัครได้ดี นายศุภศิษฎิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะการทำงานในปัจจุบันเหมือนพอได้หมายเลข ได้เบอร์แล้วก็ปล่อยทิ้ง ไม่มีการเรียกประชุมชี้แจงแนวทาง ไม่มีการอบรม หรือส่งเสริมการหาเสียงในเชิงประชาธิปไตย พร้อมยกตัวอย่างว่า ตนเป็นผู้สมัคร สส.เขต 4 ชลบุรี ขณะที่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ซึ่งถือว่าอยู่ “ในบ้านเดียวกัน” ยังถูกปล่อยทิ้ง แล้วผู้สมัครในพื้นที่อื่นจะเป็นอย่างไร โดยนายภัครธรณ์มีภูมิลำเนาอยู่บางแสน จังหวัดชลบุรี ส่วนตนอยู่ที่อำเภอบ่อทอง
ด้าน นายกิตติศักดิ์ ครุฑประเสริฐ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า กิจกรรมของพรรคเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่สร้างกำลังใจให้สมาชิกพรรคเป็นอย่างมาก โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้งสองคน คือ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้ขึ้นพูดปลุกใจลูกพรรคอย่างเข้มข้น แต่หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทำให้กำลังใจของผู้สมัครที่ฝากอนาคตไว้กับพรรคตกลงอย่างชัดเจน
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ผู้สมัครยังคงรอคอยว่าเมื่อใดผู้บริหารพรรคหรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะจัดกิจกรรม Kick-Off การหาเสียงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้สมัครได้นำเสนอนโยบาย แต่จนถึงวันที่ 16 มกราคม และเหลือเวลาอีกเพียงกว่า 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง ก็ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ขณะที่พรรคการเมืองอื่น เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน หรือพรรคโอกาสใหม่ ต่างจัดกิจกรรม Kick-Off กันแล้ว นายกิตติศักดิ์ ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เคยบริหารประเทศและมีผลงานเป็นรูปธรรม แต่กลับปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า ทั้งที่แนวทาง “ลุง 3 ป.” เคยประสบความสำเร็จ และประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายของพรรค พร้อมยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐยังมีจุดขาย
ด้าน น.ส.ณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้สมัครได้ทำหนังสือถึงพรรคเพื่อขอให้ชี้แจงยุทธศาสตร์และแนวทางการหาเสียง แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ จึงอยากให้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพ และไม่ให้เกียรติผู้สมัคร
น.ส.ณัฐพร กล่าวว่า ผู้สมัครยังเชื่อมั่นในการทำงานของพรรคและ พล.อ.ประวิตร จึงต้องการความชัดเจน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไป แต่ขอให้พรรคช่วยเหลือ ไม่ใช่ปล่อยทิ้งกลางทาง เพราะทุกคนเสียสละลงสมัครเพื่อหวังให้พรรคได้ สส.บัญชีรายชื่อจำนวนมาก หากมีความสามัคคีเชื่อว่าพรรคจะเดินหน้าต่อไปได้อีกยาวนาน ส่วนประเด็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ยอมรับว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาหลักคือคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ให้เกียรติผู้สมัคร
ขณะที่ นายอิบรอเฮง โตะฮีแล ผู้สมัคร สส.ปัตตานี เขต 2 กล่าวว่า ตนเคยลงสมัครกับพรรคพลังประชารัฐมาก่อน และไม่เคยพบสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่ป้ายหาเสียงก็ยังไม่มี พร้อมฝากถึง พล.อ.ประวิตร ว่าผู้สมัครรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ทุกคนทำงานด้วยหัวใจเพื่อประเทศชาติและศาสนา รู้สึกเหมือนถูกทิ้งกลางทาง และอยากร้องไห้หลายครั้ง ยืนยันว่าประชาชนในภาคใต้ยังคิดถึงและเคารพ พล.อ.ประวิตร หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ก็ไม่ทราบว่าจะช่วยพรรคอย่างไร
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายภัครธรณ์ เทียนไชย มีกำหนดเดินทางมารับฟังข้อเสนอและเป็นตัวแทนรับเรื่องจากผู้สมัคร แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้บริหารระดับสูงของพรรคเดินทางมารับเรื่องแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดเผยยืนยันว่า จะไม่กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอีกแล้ว เนื่องจากได้ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว

















