ภารกิจกว่า 4 ชั่วโมง กู้ภัยนับสิบช่วยหนุ่มน้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ติดบนอาคารชั้น 5 ย่านคลองเตย พบขวดปัสสาวะเรียงข้างกายหลายร้อยขวด
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ทีมข่าวออนไลน์ช่อง 8 ได้รับแจ้งจากนายอัญวุฒิ โพธิ์อําไพ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญู ว่ามีภารกิจเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม ในอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ใกล้กับชุมชน 70 ไร่คลองเตย แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู พร้อมศูนย์แพทย์ฉุกเฉินเอราวัณและเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กรุงเทพมหานคร ได้วางแผนเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยรายดังกล่าว โดยการเตรียมเชือกและอุปกรณ์ช่วยเหลือ ก่อนนำขึ้นไปบริเวณชั้น 5 ของอาคาร

ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ชายคนดังกล่าวมีรูปร่างใหญ่ มีบาดแผลบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ลักษณะคล้ายเชื้อราดำคล้ายตกสะเก็ด โดยในช่วงเวลาที่พบมักมีการใช้ผ้าและผ้าก๊อซพันบริเวณขาไว้ตลอดเวลา โดยปกติแล้วพบว่าเจ้าตัวมักออกไปซื้ออาหารและของใช้ที่ร้านสะดวกซื้อเพียงลำพัง และสามารถขับรถจักรยานยนต์ได้ตามปกติ แต่ไม่พบว่ามีครอบครัวพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ทราบเพียงว่ามีพ่อและแม่ที่แวะมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว
ด้านนางสาวจิตติมา ประดับศรี พยาบาลวิชาชีพประจำศูนย์แพทย์ฉุกเฉินเอราวัณ เปิดเผยกับทีมข่าวออนไลน์ช่อง 8 ว่า เจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ดังกล่าวเวลาประมาณ 10.00 น. และเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณด้านบนมีขวดปัสสาวะรายล้อมผู้ป่วยมากกว่า 200 ขวด และพบว่าผู้ป่วยมีอาการขยับตัวไม่ได้ ซึ่งทางหน่วยแพทย์ฉุกเฉินได้ประเมินและคาดว่าผู้ป่วยรายนี้มีอาการเส้นเลือดในสมองตีบร่วมด้วย เจ้าหน้าที่ได้วางแผนในการช่วยเหลือทั้งหมดสองทาง โดยแผนแรกจะนำตัวผู้ป่วยหย่อนลงทางระเบียง และแผนที่สองคือนำผู้ป่วยลงทางบันได แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการประเมินความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว จึงตัดสินใจเลือกใช้แผนที่สอง เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่า

หลังจากวางแผนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปทำตามแผนและสามารถนำผู้ป่วยรายดังกล่าว ลงมาได้อย่างปลอดภัย ในช่วงเวลา 14.10 น. หรือใช้เวลาร่วมกว่า 4 ชั่วโมง นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานมาถึง ก็ได้ให้แพทย์และพยาบาล ช่วยกันประเมินอาการผู้ป่วย จนได้ข้อสรุปว่าสามารถย้ายผู้ป่วยลงมาได้ ซึ่งตามปกติการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่อยู่ตึกสูง จะใช้วิธีการเคลื่อนลงมาแบบแนวดิ่ง นั่นก็คือการนำใส่เปลแล้วใช้สลิงยกผ่านออกมาทางระเบียง แม้ผู้ป่วยรายนี้จะน้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่มีสามารถยกลงมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน
แต่อุปสรรคสำคัญที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายลงมาในแนวดิ่งได้ ก็เป็นเพราะสายไฟของอาคารพาณิชย์ที่มีเป็น 100 เส้น หากใช้วิธีย้ายจากแนวดิ่ง มีความเสี่ยงและอันตรายมากเกินไป จึงต้องมีการประเมินสถานการณ์กันใหม่ด้วยการย้ายลงมาทางบันไดของอาคารพาณิชย์แทน โดยวิธีนี้ยากตั้งแต่พาผู้ป่วยขึ้นเป เพราะขนาดตัวของผู้ป่วยมีความใหญ่มากกว่าเปล จึงต้องใช้วิธีการเสริมด้านข้างเพื่อให้สามารถล็อคตัวผู้ป่วยได้

ความยากต่อมาก็คือการนำผู้ป่วยออกมาจากห้องนอน เนื่องจากวงกบประตูช่วงลำตัวของผู้ป่วยมีความใหญ่กว่า จึงต้องใช้ความพยายามและความระมัดระวังกว่าจะพาผู้ป่วยออกมาจากประตูได้ และอุปสรรคที่มีความยากมากที่สุดก็คือการสไลด์เตียงลงมาทางบันได ต้องมีการใช้เชือกมัดที่หัวเปลของผู้ป่วยเพื่อช่วยประคอง จากนั้นใช้เจ้าหน้าที่ 10 กว่าคนประกบซ้ายขวา แล้วค่อยๆยกผ่านทางบันไดลงมาอย่างช้าๆ เพราะทุกชั้นของบันไดจะมีทางโค้งหักศอกอยู่ทุกชั้น จนสุดท้ายใช้เวลาทั้งหมดกว่า 4 ชั่วโมงก็สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยลงมาได้อย่างปลอดภัย
สำหรับผู้ป่วยทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยหลังจากนี้ก็จะจะให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียดว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง แต่ข้อมูลเท่าที่ทราบผู้ป่วยมีอาการป่วยเป็นโรคเบาหวาน และความดันอยู่ก่อนหน้าแล้ว














