ตำรวจไซเบอร์จับบัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ หลังคุย 3 ชั่วโมง อ้างเป็นพนักงานธนาคาร และตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ หลอกดูดเงินเกือบ 5 แสน ตรวจเส้นทางการเงินพบวันเดียวรับโอนเกือบ 100 ครั้ง รวมกว่า 1.2 ล้านบาท
วันที่ 13 ม.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นพนักงานจากธนาคารที่ผู้เสียหายใช้บริการอยู่ แจ้งว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางการเงิน จากนั้นผู้เสียหายได้หลงเชื่อและทำตามคำแนะนำของคนร้าย

ต่อมาในวันเดียวกัน ได้มีมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายเพิ่มเติมอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ มีการโอนสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ(ปลอม)หลายราย ใช้เวลาพูดคุยกับผู้เสียหายนานเกือบ 3 ชั่วโมง เพื่อหลอกถามข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ จนทำให้ผู้เสียหายตื่นกลัวและเชื่อว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาญา
ภายหลังจากวางสายกับคนร้าย ผู้เสียหายได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของตนเอง กลับพบว่าเงินภายในบัญชีได้ถูกโอนออกไป จำนวน 494,000 บาท โดยที่ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ทำรายการดังกล่าว จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเงินของผู้เสียหายได้ถูกโอนต่อเป็นทอดๆ อย่างรวดเร็วในเวลาใกล้เคียงกัน ผ่านบัญชีม้าชื่อบัญชีแตกต่างกัน ในส่วนบัญชีธนาคารแถวที่ 3 ที่ใช้ชื่อบัญชีนายสุทัศน์ อายุ 40 ปี จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าในเวลาเพียง 1 วัน มีการรับโอนเงินรวมทั้งสิ้น 96 ครั้ง เป็นจำนวนเงินรวม 1,295,493.88 บาท โดยเป็นการรับเงินที่เชื่อว่าเป็นเงินของผู้เสียหายในคดีนี้จำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 494,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ต่างๆ ในขบวนการได้หลายราย โดยล่าสุด พ.ต.ท.อนุรักษ์ พรมเมือง รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนาชัย สุวรรณโท, พ.ต.ท.ยุทธภูมิ วาแวนิ และ พ.ต.ต.สุวัฒน์ สายปัญญา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 ได้นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา ที่ 7065/2568 ลง 27 พ.ย.2568 เข้าจับกุมตัวนายสุทัศน์ อายุ 40 ปี ได้ที่ริมถนนหน้าพระลาน-บ้านครัว ม.7 ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี
ในข้อหา “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมทั้งขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่น เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

















