เมียสุดจะทน! แทงผัวตัวเองดับคาห้อง เผยทนไม่ไหวที่ถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด หลังก่อเหตุรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อเวลา 13.10 น.วันที่ 11 มกราคม 2569 ร.ต.อ.ศุภชัย แช่มช้อย เป็นรองสารวัตร (รอง สว.) สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย ที่เกิดเหตุหอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพกุญชร7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท. กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รองผกก.ป.สภ.คลองหลวง พ.ต.ต. พงษ์นพนนท์ รุ่งโรจน์ สว.สส.สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งแพทย์เวรรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง4ชั้น ภายในห้องน้ำพบผู้เสียชีวิต1รายลักษณะนอนคว่ำหน้า เป็นชายทราบชื่อนายเมริน อายุ 31 ปีสัญชาติเมียนมา มีบาดแผลถูกทำร้ายด้วยของมีคมเข้าที่ท่อนแขนซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ บริเวณลำคอ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตข้างกันบริเวณหน้าห้องน้ำพบมีดทำครัวปลายแหลมด้ามสีฟ้ายาวประมาณ 6 นิ้วตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยที่ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.เวนม่า อายุ 33ปี สัญชาติเมีนนมา หลังก่อเหตุได้ยืนรอพอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยสภาพตื่นตกใจ
น.ส.เวนม่า ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ตนเองและสามีอยู่กินกันมาเป็นเวลา 2 ปี โดยระหว่างที่คบหากันตนเองได้ถูกทำร้ายมาตลอดโดยในวันนี้ไม่ได้เกิดปากเสียงกัน แต่ครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ตนเองถูกสามีทำร้ายจนไม่สามารถไปทำงานได้เพราะอายเพื่อน วันนี้เป็นวันที่สามีหยุดงานและอาศัยช่วงจังหวะที่สามีเผลอจึงก่อเหตุขึ้นและรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ผกก.สภ.คลองหลวง โดยผู้เป็นภรรยาได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองเป็นผู้ที่ทำร้ายร่างกายสามีและรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางมาตรวจสอบจึงพบว่าภรรยาซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุได้รอมอบตัวจริง โดยอาการปกติโดยจากการสอบถามผ่านล่ามทราบว่าเคยถูกทำร้ายบ่อยครั้งกระทั่งสามีเผลอจึงลงมือก่อเหตุขึ้น จนสำนึกผิดจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ร.ต.อ.ศุภชัย แช่มช้อย เป็นรองสารวัตร (รอง สว.) สภ.คลองหลวง ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุบันทึกภาพเป็นหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมายพร้อมให้อาสาสมัครมูลนอธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติวิทยาศาสตร์รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

















