ที่แท้ฝีมือคนใน! จับแล้วมือฉกทองคำโรงรับจำนำตรัง เป็นเจ้าหน้าที่และเป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟ อ้างทำไปเพราะติดหรู ตำรวจคุมเค้นสอบขยายผล พร้อมเร่งติดตามทองของกลางคืน หลังได้คืนแค่บางส่วน

จากกรณีทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ ที่ประชาชนนำไปจำนำไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) ได้ถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปจากตู้เซฟภายในที่ทำการสถานธนานุบาลฯ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา โดยภายในสถานธนานุบาลฯ มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 9 คน โดยคนรับผิดชอบดูแลห้องนิรภัย และสถานที่ จะมีด้วยกัน 3 คน (มีกุญเจทั้งหมด 3 ดอก) โดยคนแรก เป็นผู้รักษาทรัพย์ จะมีกุญแจห้องนิรภัย ( ใช้ปิดเปิดประตูห้องนิรภัยเพื่อเข้าไปที่ตู้เซฟ) ส่วนอีก 2 คน เป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟที่ใส่ทรัพย์สินมูลค่าสูง เช่น ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ

ศาลจังหวัดตรังได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 คน หลัง ทราบชื่อ นายนิพิฐพนธ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงรับรับจำนำ และเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟ

หลังจากเหตุการณ์ผ่านมา 5 วัน วันนี้ 9 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 เทศบาลนครตรัง นายรักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง ได้แถลงข่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้

นายรักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า จากกรณีทองจากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง(โรงรับจำนำ) หายออกจากโรงรับจำนำหลายรายการ ตามที่มีการนำเสนออกไปนั้น ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ทางเทศบาลนครตรัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรวดเร็วและรอบคอย จนถึงวันนี้จากการตรวจสอบพบความเสียหายเล็กน้อย และเทศบาลนครตรังสามารถดูแลได้ ตนขอยืนยันว่าทางโรงรับจำนำสามารถดูแลทรัพย์สินได้ทุกบาททุกสตางค์ ผู้ที่ได้รับความเสียหายทางโรงรับจำนำจะติดต่อไปในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 10-11 ม.ค.69 และวันจันทร์ ที่ 12 มกราคมนี้ จะเปิดให้บริการตามปกติ

ดังนั้นอยากเรียนให้ผู้ใช้บริการ และ ลูกค้าของโรงรับจำนำทราบว่าไม่ต้องกังวล จริงๆไม่อยากให้ต้องมาตรวจสอบทรัพย์สิน เพราะโรงรับจำนำจะดูแลทรัพย์สินทั้งหมด และกลัวว่าจะกระทบกับผู้ใช้บริการ และต้องขออภัยที่เราต้องปิดบริการเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา เพื่อการตรวจสอบ และเห็นใจผู้รอใช้บริการที่ต้องการนำเงินสดในการใช้ดำเนินชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม การแถลงข่าวในครั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานโดยตรงจากเทศบาลนครตรัง หลังจากที่ตำรวจสามารถจับกุม นายนิพิฐพนธ์ ได้แล้ว โดยถูกคุมตัวสอบปากคำ อย่างเข้มงวดอยู่ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อขยายผลนำไปเอาทรัพย์สินที่เหลือคืน

โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ตอนนี้ยึดคืนทองคำมาแล้วเพียงแค่เล็กน้อยจากทั้งหมดที่เอาไป บางส่วนนำไปจำนำ และขายตามโรงรับจำนำต่างๆ จะต้องตามไปเอาคืน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ทรัพย์สินประมาณ 200 รายการ แต่เจ้าตัวบอกแค่ 30 รายการ หรือประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น โดยอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เบื้องต้นพบว่าทำเพียงลำพัง สาเหตุเพราะติดหรู