สยบข่าวลือ "บิ๊กโจ๊ก" เตรียมกลับมาเป็น #ตำรวจ อีกครั้ง?! "รองโฆษก ตร." ยันแม้พรุ่งนี้คำพิพากษาคดีศาลปกครองสูงสุดเป็นคุณ แต่ไม่ทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" กลับ สตช. ได้

วันนี้ (8 ม.ค.69) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีวันที่ 9 มกราคม ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ฟ้องคดี

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นการฟ้องคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยมีผู้ถูกฟ้องคือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร.และนายกรัฐมนตรี

รองโฆษก ตร. ชี้แจงว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่การเร่งกระบวนการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแข่งกับการพิจารณาของศาลปกครองแต่เป็นขั้นตอนตามข้อเท็จจริงของคดีที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ มีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ว่าอดีตรอง ผบ.ตร. อาจกลับมารับราชการตำรวจได้อีกครั้งซึ่งสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ อธิบายว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนต่อมา พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. โดยเห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มติ ก.พ.ค.ตร. มีความเห็นให้ยกอุทธรณ์โดยระบุว่าการใช้ดุลยพินิจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นไปโดยชอบแล้วจึงนำมาสู่การฟ้องคดีต่อ ศาลปกครองสูงสุด

ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งไล่ออก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลตามกฎหมายแล้วและถูกนำไปฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดอีกคดีหนึ่ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

รองโฆษก ตร. ย้ำว่า คำพิพากษาที่จะอ่านในวันที่ 9 มกราคมนี้ไม่ว่าผลจะออกมาในทางใดก็ยังไม่ทำให้อดีตรอง ผบ.ตร. กลับเข้ารับราชการตำรวจได้ เนื่องจากยังต้องรอผลการพิจารณาในคดีคำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ ซึ่งเป็นอีกกระบวนการหนึ่งตามกฎหมาย