รวบหนุ่มติดพนัน ตุ๋นเงินมัดจำติดตั้งเน็ตบ้าน ตระเวนก่อเหตุทั่วประเทศกว่า 100 คดี ตร.ขอผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่ม

วันที่ 8 มกราคม 2569 ตำรวจสถานีตำรวจภูธร อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท นำตัวนายสิทธิกร อายุ 35 ปี มาสอบปากคำ หลังจากที่ติดตามจับกุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ปลอมและใช้เอกสารปลอม หลังก่อเหตุหลอกลวงประชาชนในพื้นที่อำเภอหันคา โดยอ้างเป็นพนักงานของบริษัทให้บริการติดตั้งอินเทอร์เน็ตและหลอกเอาเงินมัดจำ รายละ 700 ถึง 800 บาท ก่อนหลบหนีไป

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ทำให้ได้เบาะแสว่า นายสิทธิกรใช้รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียนพัทลุง มีตำหนิ คือ กระจกมองข้างฝั่งซ้ายหักเสียหาย ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรหันคาและชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท จึงประสานความร่วมมือกับตํารวจทางหลวงพะเยา และชุดสืบสวน ตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย สกัดติดตามตัว หลังจากทราบเบาะแสว่าขับรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุหลบหนีขึ้นไปทางจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งต่อมาจับกุมได้ที่โรงแรมดังกล่าว

เบื้องต้น นายสิทธิกรให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้หลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเงินที่ได้มานำไปเล่นการพนันออนไลน์ เพราะตนติดการพนันฟุตบอลออนไลน์อย่างหนัก เล่นวันละ 500-700 บาท และใช้ชีวิตส่วนใหญ่แบบเร่ร่อนอยู่บนรถ นอนบนรถ หรือถ้าบางวันหลอกลวงได้เงินพอสมควรก็จะนอนโรงแรมบ้าง

ซึ่งนายแจ็ค เล่าในตอนท้ายทั้งน้ำตาว่า เรื่องนี้ตนขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ครอบครัวของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอสังคมอย่าได้คุกคามหรือประณามพี่สาวซึ่งเป็นเจ้าของรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุ และครอบครัวตน ส่วนเรื่องของป้ายภาษีรถเก๋งคันดังกล่าวที่เป็นของรถจักรยานยนต์ที่นายสิทธิกรนำมาใส่เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่นั้น นายสิทธิกรรับว่า ลักเอามาจากรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมทาง

ด้าน พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ลักษณะพฤติกรรมของนายแจ็ค จะเที่ยวตระเวนไปตามหมู่บ้าน เพื่อหลอกลวง โดยมีบัตรประจำตัวของพนักงานบริษัทดังมาแอบอ้าง ซึ่งบัตรดังกล่าวนายสิทธิกรได้แอบถ่ายไว้ในโทรศัพท์ก่อนที่จะถูกไล่ออกเมื่อปี 2561

จากการติดตามหาเบาะแสบนโลกออนไลน์ ทำให้ทราบว่า นายสิทธิกรได้ก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ไปทั่วประเทศ นับแล้วมากกว่า 100 คดี จึงฝากประชาสัมพันธ์ผู้เสียหายที่ดูข่าวนี้อยู่ ถ้าถูกนายสิทธิกรหลอกลวงให้รีบไปแจ้งความที่โรงพักใกล้บ้าน เพื่อดำเนินคดีเพิ่มในกระทงต่างๆ เพื่อจะได้รับโทษสูงขึ้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ

ด้านฝ่ายกฎหมายของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ถูกแอบอ้าง เปิดเผยว่า ในเรื่องนี้แม้ทางบริษัทจะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่การกระทำของนายสิทธิกรถือว่าสร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้กับบริษัท ทางบริษัทจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในกรณีปลอมและใช้เอกสารปลอมสร้างความเสียหายอีกด้วย พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนที่ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตของทรู ขอให้ติดต่อกับทางบริษัททางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ หรือที่ทรูชอปสาขาต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยการติดต่อกับพนักงานโดยตรงจะต้องมีบัตรประจำตัวตัวจริงมาแสดง แต่ห้ามโอนเงินต่างๆ ให้กับบัญชีส่วนตัว หากมีการให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวให้สันนิษฐานว่าเป็นการฉ้อโกง หรือเป็นพนักงานที่กระทําการทุจริต