จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้เผยแพร่คลิปการรักษาโรคให้กับชาวบ้าน แบบการอธิฐานจิต โดยรักษาด้วยวิธีการสวดอธิฐาน แป๊บเดียวหาย บางคนป่วยติดเตียงหายลุกเดินได้ บางคนหูหนวกตาบอดก็หายได้นั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวช่อง 8 ได้ข้อมูลมาว่า ลัทธิดังกล่าว มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหนองบุญมากจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วม
ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางมาสอบถามข้อมูลจนกระทั่งพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของชาวบ้านรายหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลหนองตะไก้ อำเภอหนองบุญมากจังหวัดนครราชสีมา แต่ทันทีที่เรามาถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่มีคนอยู่บ้านแต่พบว่าที่บริเวณหน้าบ้านมีการติดตั้งป้าย จุดประกาศสามัคคีธรรมหนองตาไก้ องค์กรคริสตจักรสามัคคีธรรมกรุงเทพ สังกัดสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม สิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้แต่พระเจ้าทรงกระทำได้
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายสมร อายุ 72 ปี เพื่อนบ้านของหญิงรายดังกล่าว ทราบว่า ก่อนหน้านี้หญิงคนดังกล่าวอาศัยอยู่กับสามี แต่พอเข้าร่วมการสวดอธิษฐานแบบพระเยซู ปัจจุบันพบว่าหญิงคนนี้ได้เลิกรากับสามีและได้แยกทางกันแล้ว แต่บ้านหลังดังกล่าวตนเองก็ยังพบว่ามีกลุ่มคนมาทำพิธีที่บ้านหลังนี้ทุกวันอาทิตย์ โดยจะมีชาวบ้านทยอยเข้ามาร่วมรักษาโรคหลาย 10 คน
โดยในช่วงแรกภรรยาของตนที่ป่วยก็ได้เข้าร่วมจากการชักชวนของหญิงเจ้าของบ้านและชาวบ้าน ซึ่งหลังจากที่เข้าร่วมตนได้มีการสอบถามภรรยาทราบว่าการรักษาก็ไม่ได้มีอะไรมากเป็นการเข้าไปร่วมรับฟังเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และพระเยซูจากนั้นก็ให้มีการสวดอธิษฐานก็เป็นอันเสร็จ ทันทีที่ตนเองทราบก็เชื่อได้ทันทีว่าถูกหลอกให้เข้าร่วมลัทธิแปลกแปลก ตนจึงได้ห้ามภรรยาไม่ให้เข้าร่วมอีก ซึ่งการเข้าร่วมพิธีของภรรยาตนเองก็ไม่ได้หายป่วยจากโรคแต่อย่างใดก็ยังคงเจ็บป่วยและไปหาหมออยู่เป็นประจำ
นายสมรยังบอกอีกว่าทุกเย็นวันอาทิตย์ตนก็เห็นชาวบ้านไปร่วมพิธีรักษาโรคอยู่เป็นประจำบางคนก็บอกว่าเข้าไปรักษาแล้วหาย แต่ตนก็ไม่เชื่อเพราะตนก็เห็นว่าบางคนก็ยังเจ็บป่วยอยู่เหมือนเดิมไม่ได้หายขาด แต่ตนเชื่อว่าลัทธินี้จะเป็นการจูงใจ ว่าทำให้หายจากโรคได้ แต่แท้ที่จริงจะรักษาโรคได้อย่างไรเพียงแค่การสวดมนต์อธิษฐานเท่านั้น ซึ่งในหลักพระพุทธศาสนาหากมีการสวดมนต์ก็จะทำให้จิตใจผ่อนคลายก็ทำให้บรรเทาจากโรคได้ ส่วนอาการเจ็บป่วยก็ยังคงต้องไปหาหมอเหมือนเดิม

ทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับนางอิ่มเอม (นามสมมติ) คนที่เคยรักษากับคริสตจักรนี้ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองเคยเป็นมะเร็งตับ เพราะตอนวัยรุ่น กินเหล้าดูดบุหรี่ทุกอย่าง จนไม่สบายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเลย จะตายแล้ว ขนาดยามอร์ฟีนยังเอาไม่อยู่ ต้องฉีดยาที่แรงกว่านั้น จนตนได้ขอพระเจ้า แล้วพระเจ้าช่วย ตนจึงถวายตัวให้กับพระเจ้า
ก่อนหน้านี้ตนก็นับถือศาสนาพุทธ จนมาเจอกับที่นี่ แต่ก่อนตนเป็นคนขาดความรัก พ่อแม่ก็เป็นเพียงพ่อแม่บุญธรรมเท่านั้น แต่พอมาอยู่ที่นี่พบว่าพระเจ้าให้ความรักกับตน และตนได้สัมผัสความรักจากพี่น้องคริสเตียนที่เขาห่วงใยตน ตนป่วยเขาก็อธิษฐานเผื่อ ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล จนได้อธิฐานกับพระเจ้าร่วมกันที่โรงพยาบาล ตนจึงอธิษฐานกับพระเจ้าเลยว่า หากตนหายก็จะรับใช้พระเจ้า แล้วตนก็หาย
ส่วนคนที่มารักษากับอาจารย์ชินวัตร ตามในคลิปนั้น บางคนเขาก็ไม่ได้เป็นคริสเตียน แต่พอมารักษาเขาก็เชื่อในพระเจ้าและเปลี่ยนมาเป็นคริสต์ แต่ก็มีบางคนที่รักษาหายแต่ไม่เชื่อในพระเจ้า เขาก็กลับไปเป็นแบบเดิม ซึ่งก็เหมือนการทดสอบจากพระเจ้า หากเชื่อ อาการก็จะค่อยๆทุเลาไป
อย่างวันนี้ตนพึ่งรับสายไป 2 สาย เขาเห็นข่าวเห็นคลิป TikTok เขาเป็นตาต้อ เขาบอกว่าเขาไปผ่าเสร็จแล้ว เขาขอมารักษาที่นี่ได้ไหม ตนก็บอกว่าได้

ซึ่งบางคนมารักษาที่นี้ อธิษฐานจบหายเลยก็มี ซึ่งอาจารย์ชินวัตร ท่านสามารถรักษาได้ทุกแบบ แม้แต่คนนั่งรถเข็นก็มาให้ท่านช่วยอธิฐาน ก็หายก็มี มะเร็งก็หาย ลูคีเมียก็หาย
ซึ่งหลังจากรักษาหาย ทางเราไม่ได้ติดตามอาการต่อ แต่ทุกคนจะโทรกลับมา หรือมาหาที่คริสตจักรเลย และมาบอกว่าหายแล้ว หากสนใจอยากมาก็สามารถมาได้ ทางคริสตจักรเปิดอธิฐานทุกวันอาทิตย์
ทีมข่าวได้มีโอกาสคุยกับอาจารย์ที่ทำพิธี เผยทำพิธีนี้มา 14 ปีแล้ว ยันรักษาได้ทุกโรค ไม่ได้หลอกลวงหลักศาสนาตามพระคัมภีร์ของพระเยซู มีการเทศนา วางมืออธิฐานรักษาโรค ซึ่งการรักษาแล้วแต่คน มันขึ้นอยู่แต่ละคน แล้วแต่พระเจ้า โดยการทำพิธีต้องวางที่ศีรษะ ไม่มีทำอย่างอื่น ทำมา 14 ปีแล้ว การรักษาสามารถรักษาได้ทุกโรค มันคืออภินิหาร ยืนยันไม่ใช่การหลอกลวง ครั้งหนึ่งก็สวดราว 5 นาทีต่อ 1 คน การเทศนาก็เป็นการพูดเรื่องชีวิตทั่วไป การรักษากับหมอก็ยังต้องรักษา ซึ่งคนที่มาหาตนส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่รักษาไม่ไหวแล้ว















