จากกรณี น.ส.โสรวีร์ อายุ 38 ปี หรืออาจารย์น้องหญิง ที่เปิดดินแดนธรรมสุขขาววะดี บ้านโนนตาแสง ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี รักษาโรคให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยอ้างว่า สื่อสารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ เรียก คลื่นพลังบุญ ดึงพลังรักษาได้ทุกโรค

ถูกตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี และตำรวจ สภ.กลางใหญ่ จ.อุดรธานี นำหมายศาลอาญามีนบุรี เข้าจับกุม น.ส.โสรวีร์ อายุ 38 ปี หรือ น้องหญิง คดีร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นผู้การค้า นำตัวไปลงบันทึกจับกุม ที่สภ.กลางใหญ่ ก่อนส่งตัวไปดำเนินคดีที่สน.โคกคราม เมื่อคืนที่ผ่านมา
เช้าวันนี้ พนักงานสอบสวนสน.โคกครามควบคุมตัวอาจารย์น้องหญิง ในห้องคุมตัว โดยพนักงานสอบสวน ระบุว่าขณะนี้การสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้นซึ่งได้ควบคุมตัวอาจารย์น้องหญิงสอบปากคำเพิ่มเติมกับกรณีที่กระทำผิดข้อหาเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ โดยพบว่าระหว่างที่ควบคุมตัวอยู่ที่สน. นั้นพบว่าอาจารย์น้องหญิงมีอาการท่าทางคล้ายคนแก่เดินหลังค่อม ตัวงอ และตอนเช้าสวดมนต์ นั่งสมาธิ จากนั้นก็นอนหลับ และตื่นมาก็นั่งสมาธิ เวลาเดินก็เหมือนคนแก่ หลังค่อม เดินย่อง ช้าๆ ซึ่งสิบเวรที่ดูแลห้องขังได้สอบถามว่ามีอาการเจ็บ ป่วย หรือไม่ แต่เจ้าตัวก็บอกว่าอาการปกติ
ล่าสุดทีมข่าวช่องแปดได้เดินทางมาพบกับอาจารย์ ซึ่งเป็นสามีของน้องหญิงหรืออาจารย์หญิง เปิดเผย กับทีมข่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นข้อความเตือนมาจากเบื้องบนแล้ว เตือนให้เตรียมตัวให้พร้อม ข้อความส่งมาทางจิตว่า
เจ้าไปกับเราไหม //แต่ไม่รู้ว่าไปไหน //
ให้เตรียมตัวให้พร้อม //จะมีคนมารับ แบบไม่ทันตั้งตัว //
จนกระทั่งมารู้ว่าถูกจับกุมในคดีพรบ.คอมพิวเตอร์
ทั้งนี้ลูกศิษย์ ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวจำนวน 40,000 บาท ส่วนสาเหตุที่ถูกจับนั้น อาจารย์อธิบายว่า เริ่มมาจากในอดีตน้องหญิงเคยทำงานบริษัท แต่เวลาออกจากงานไม่ได้แจ้ง ข้อมูลให้กับบริษัทรับทราบและช่วงหนึ่ง ตอนอาจารย์น้องหญิงเป็นนักธุรกิจอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทอยู่ที่เอ็มควอเทียร์ ไปเช่าบริษัท และวันหนึ่งได้ถ่ายรูปติดป้ายชื่อบริษัทแล้วนำไปโพสต์และ มีบริษัทหนึ่งที่เขาทำธุรกิจเหมือนกันเห็นรูปอาจารย์น้องหญิง จึงเข้าใจผิดว่าอาจารย์น้องหญิง ยังคงอยู่บริษัทนั้น ภาพที่โพสต์จึงทำให้คนเข้าใจผิด และถูกดำเนินคดี
ส่วนกรณีที่มีการร้องไห้กรีดร้องอย่างหนักที่สภ. กลางใหญ่ จ. อุดรธานี นั้น
เป็นเสียงของน้องหญิงที่สัมผัสวิญญาณต่างๆได้และมีการถอดสร้อย เครื่องรางซึ่งเป็นสร้อยประจำตัว หรือที่เรียกว่าเครื่องทรง เป็นสิ่งสำคัญและสิ่งที่เชื่อมจิตวิญญาณได้ เมื่อ อาจารย์น้องหญิงถูกถอดออกจึงมีอาการ ส่งเสียงกรีดร้อง
ขณะที่ผู้สื่อข่าวเกาะติดคดีอยู่ที่สน. โคกครามพบว่า ช่วงที่พนักงานสอบสวนควบคุมตัวอาจารย์น้องหญิงออกมาจากห้องคุมขังเจ้าตัวเดินมาในสภาพหลังค่อมและเดินช้าๆ คล้ายกับคนแก่
จากนั้นอาจารย์ผู้ชายได้นำ สร้อยคอซึ่งเป็นเครื่องรางประจำตัวน้องหญิงจากนั้นก็ใช้คลุมใบหน้าและศีรษะซึ่งผ้านั้นลักษณะคล้ายจีวรพระแล้วก็ใส่หมวกจากนั้นน้องหญิงก็เกิดอาการร้องคำรามกลางโรงพักท่ามกลางความตกใจของผู้สื่อข่าว
จากนั้นน้องหญิงก็พูดว่าตอนนี้ไม่ใช่น้องหญิงแล้วเราเป็นองค์ที่ห้าซึ่ง ที่ถูกตำรวจจับเพราะเป็นคดีทางโลกแต่ที่จริงแล้วน้องหญิงได้ตายไปแล้วหายไปจากโลกนี้แล้วตอนนี้เราคือองค์ที่ห้าเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าองค์ที่ห้าคืออะไรน้องหญิงก็พูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยและคล้ายกับคนห่อลิ้นพูดตอบว่าเป็นองค์ศรีอาริยะ ดวงจิตของพระศรีอาน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าแล้ว เป็นองค์พระศรีอาริยะจะสามารถสื่อสารกับคณะพนักงานสอบสวนได้หรือไม่ อาจารย์น้องหญิงตอบว่าสามารถให้ ให้ปากคำได้

จากการสอบถามอาจารย์น้องหญิงบอกว่าตั้งแต่เข้ามาอยู่ในห้องขังของสน. โคก ครามได้ช่วยเหลือดวงจิตวิญญาณไปแล้ว 50,000 ดวงวิญญาณ ซึ่งเป็นดวงจิตวิญญาณที่เป็นนักรบและตายอยู่ที่สน. โคกคราม หลายพบหลายชาติ ซึ่ง ขณะที่ตนเองถูกคุมขังก็ทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณทั้งหมด หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนก็เชิญตัวน้องหญิงไปสอบปากคำ
ปล่อยเสียงน้องหญิงเล่าว่า ที่ถูกดำเนินคดีเพราะ ครั้งหนึ่งตนเองก็เป็นมนุษย์เหมือนทุกคนที่ทำมาหากินแล้วก็ถูกดำเนินคดีแต่สามารถชี้แจงกับพนักงานสอบสวนได้
โดยทีมข่าวได้สังเกตว่าในช่วงการสอบปากคำ อาจารย์น้องหญิงก็มีน้ำเสียงปกติพูดคุยเหมือนคนปกติกับพนักงานสอบสวนโดยเล่ารายละเอียดถึงการที่มาสัมผัสถึงสิ่งพิเศษได้และเมื่อสอบถามเรื่องคดีก็สามารถตอบคำถามได้เป็นภาษาตามปกติไม่มีน้ำเสียงเหมือนตอนที่พบผู้สื่อข่าว
ต่อมาลูกศิษย์โชว์ไม้ ศักดิ์สิทธิ์ให้กับทีมข่าวดูพบว่าเป็นหวายสองเส้นถูก ด้ายสายสิญจน์ สีขาวและเพสีขาวเคลือบอีกชั้นหนึ่ง โดยไม้นี้จะใช้สำหรับการปัดเป่าสิ่งไม่ดีและถ้าเป็นสิ่งดีไม้นี้ก็จะช่วย ปกป้อง รักษาแต่ถ้าเป็นเจอสิ่งไม่ดีก็จะตัดคอเลยโดยใช้ไม้นี้ลักษณะคล้ายฟาด และทำท่าคล้ายตัดคอ
จากนั้น แม่หนู ลูกศิษย์หนึ่งใน 16 คนที่สัมผัสพลังพิเศษได้โชว์ไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้กับทีมข่าวดูพร้อมทั้งสื่อสารกับดวงวิญญาณของพระเจ้าตากจากนั้นก็ร้องออกมาว่า พระเจ้าตากบอกว่าให้ทำความดีเพื่อประเทศชาติ พวกเจ้าได้ยินไหม โดยส่งเสียงร้องดังคำรามและตะโกน ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าพระเจ้า ตากอยู่ในลักษณะใดแม่ตุ๊กบอกว่าส่งมาอยู่ซึ่งม้าเป็นสี แดงหมอกสวมเครื่องแต่งกายสีทองรองเท้าก็สีทอง เมื่อคืนท่านแกว่งดาบ แต่ตอนนี้ท่านส่ง ยิ้มแล้ว

หลังจากให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเสร็จสิ้นแล้วอยู่ดีดีก็พบว่าลูกศิษย์คือป้าตุ๊กมีอาการเหนื่อยและบอกกับอาจารย์ชายและอาจารย์น้องหญิงว่า มีเจ้ากรรมกำหนด จากนั้นอาจารย์ น้องหญิง และอาจารย์ชายก็ทำท่านับนิ้วมือแล้ว ทุกคนก็ยกมือขึ้นเหนือหัว พูดว่าว่าสาธุ จากนั้น ป้าตุ๊ก ก็บอกว่ายังเหลืออีก
ทั้งหมดก็พูดพร้อมกันว่า นี่คือแผนสวรรค์สาธุแล้วก็บอกว่าอาจารย์แล้วหายแล้วเจ้าค่ะ
โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมงก็อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน
โดยอาจารย์น้องหญิงเมื่อเดินออกมาจากห้องพิมพ์ลายนิ้วมือก็มีอาการเหมือนคนปกติและให้สัมภาษณ์ว่าในทางคดีตนเองถือว่าเป็นวิบากเพราะตอนนั้นที่ทำธุรกิจและรู้ตัวว่ามีองค์ก็เลยทำให้หนีเข้าป่าทันที ทิ้งทรัพย์สมบัติทุกอย่างทั้ง
คอนโด รถยนต์ เสื้อผ้า ไปที่ป่าและรู้ตัวว่ามีสัมผัสพิเศษในการติดต่อหาพระองค์ได้ประกอบด้วย
1.กะกุกสันโท
- โกนาคะมโน
- กัสโป
- โคตะโม
- พระศรีอริยะเมตไตร
ทั้ง 5 นี้ เป็นลูกพระแม่กาขาว หรือท่านแม่ กับ สมเด็จพระปฐม หรือท่านพ่อ
จึงทิ้งทุกอย่างและไปปฏิบัติตามคำสั่งของห้าพระองค์โดยทางคดีถือว่าเสร็จสิ้นแล้วและไม่มีคดีอะไรติดตัว
ระหว่างที่สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวได้ถาม เกี่ยวกับภาพพระองค์แต่ใช้คำแทนว่าเขาไม่ได้เรียกองค์ หรือท่านทำให้อาจารย์น้องหญิงและอาจารย์ชายไม่พอใจและสั่งบอกว่าให้ขอโทษพระเจ้าค่ะผู้สื่อข่าว ก็ทำการขอโทษแต่น้องหญิงบอกว่าต้องพูดขอโทษพระเจ้าค่ะแล้วก็ทำการทดสอบว่าองค์ที่เอ่ยถึงนั้นให้อภัยหรือไม่ปรากฏว่าองค์ที่ อาจารย์น้องหญิงเอ่ยถึงนั้นไม่ให้อภัยและทดสอบว่ามีจิตวิญญาณสื่อถึงความบริสุทธิ์และขอโทษจากใจหรือไม่ก็พบว่าผู้สื่อข่าวคนนี้ไม่มีจิตใจบริสุทธิ์และไม่ ตั้งใจขอโทษขณะที่ อาจารย์ชายก็ได้สแกนตรวจสอบผู้สื่อข่าวของเราก็พบว่าผู้สื่อข่าวช่องแปดก็ไม่มีจิตใจบริสุทธิ์ พระองค์ไม่สามารถให้อภัยได้

จากนั้นอาจารย์น้องหญิงได้กล่าวว่าแนวทางต่อไปจะดำเนินการตามหาดวงจิต 5,000,000 ดวงจิต ให้มาเป็นมนุษย์บริสุทธิ์ โดยอาจารย์น้องหญิงบอกว่าตนเอง ได้ลงมาสร้างบุญบารมีช่วยเหลือผู้คนที่มีบุญสัมพันธ์นะเจ้าคะ
คนจะสัมผัสได้ต้องมีคลื่นที่จูนกันได้และศีลเสมอกัน ถ้าไม่มีคือรักษาไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้นการเหตุการณ์ ข้างหน้าผู้มีศีล มีธรรม จะเป็นผู้รอด ผู้มีศีลทำตามวิบากกรรม เราสามารถที่จะบำบัดเยียวยาให้ร่างกายเราแข็งแรงเป็นคนดีมีศีลธรรมบนโลกใบนี้
“อาจารย์น้องหญิงมาเป็นมนุษย์ตัวอย่างเรื่องของศีลของธรรมและก็จะตามหา 5,000,000 ดวงจิตมาเป็นมนุษย์ที่จะประพฤติดีประพฤติงามเป็นตัวอย่างให้คนทั้งโลก”
เพราะฉะนั้นแล้วศีลของน้องหญิงคือศีลขั้นสูงมากไม่ใช่ทุกคนนั้นเจ้าค่ะที่จะรักษาได้ใครรักษาศีลไม่ได้ รักษาให้ไม่ได้

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังสอบถามว่าพฤติกรรมและการกระทำทุกอย่างของอาจารย์น้องหญิงอาจารย์ชายและพวกคืออาการของคนไม่ปกติหรือไม่
อาจารย์น้องหญิงตอบว่า อะไรก็ตามกระบวนการทางสวรรค์กำหนดไว้
วันนี้ใครจะมองอย่างไรก็ไม่เป็นไร แต่เราก็จะทำความดีต่อไปผู้มีศีลเสมอกันเท่านั้นจะเข้าใจ และเราในทำในสิ่งที่ถูกกาย วาจา ใจ ถึงพร้อมถ้าบุคคลที่ไม่ได้เชื่อไม่ได้ศรัทธาก็มีบุญร่วมกันแต่บุคคลที่เชื่อและศรัทธาก็มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อ ต้องเป็นมีคนบุญเท่านั้น
นอกจากนี้การบำเพ็ญศีลปฏิบัติธรรมของอาจารย์น้องหญิงยังเล่าให้ทีมข่าวฟังว่าตั้งแต่ถูกจับกุมและควบคุมตัวเดินทางขึ้นรถไฟจากจังหวัดอุดรธานีมาที่กรุงเทพมหานครในระหว่างทางก็สามารถช่วยดวงจิตวิญญาณไป 5000 ดวงจิตที่สถานีรถไฟเพราะระหว่างที่รถไฟวิ่งนั้นพบว่ามีดวงจิตที่เสียชีวิตจากรถไฟและผู้ที่ถูกทำให้เสียชีวิตจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เป็นการสู้รบหลังจากนั้นตนเองจึง ช่วย 5000 ดวงจิตและเมื่อมาถึงสน. โคกครามก็พบว่ามีนักรบอีก 50,000 ดวงจิตให้ช่วยจึงได้ทำการช่วย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่าในระหว่างการสอบปากคำได้ยินเสียงร้องคำรามเป็นระยะน้องหญิงตอบว่าเสียงร้องดังกล่าวนั้นเป็นเสียงร้องของวิญญาณบางครั้งที่เข้ามาอยากจะมาขอความช่วยเหลือก็จะทำให้ตนเองเกิดอาการร้องคำรามและมีอาการอยากอาเจียนคล้ายกับหมอปลาแต่ไม่ใช่เหมือนหมอปลา















