จากกรณีมีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง โพสต์คลิปเหตุการณ์ หลังเจอชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ริมถนน มีอาการขาบวม โดยบอกว่าเมียเอามาทิ้ง ระบุข้อความว่า “พบชายนอนร้องไห้อยู่ข้างถนน สอบถามแล้ว ว่าถูกภรรยานำมาทิ้งไว้เพราะตนป่วยเป็นโรคไต มีอาการขาบวม เดินไม่ไหว”
จากในคลิปจะเห็นชายคนดังกล่าวนั่งสะอื้นอยู่ริมถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ โดยมีอาการขาบวม เดินไม่ไหว ทราบต่อมาว่า ชายคนดังกล่าวถูกเมียเอามาทิ้งไว้ข้างถนน เพราะตัวเองป่วยเป็นโรคไต เคยทำงานขับรถอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้ขับไม่ได้แล้ว บ้านอยู่คลอง 2 พ่อแม่เสีย พี่สาวขายบ้านทิ้ง
ในคลิปยังจะเห็นคนที่อยู่บริเวณดังกล่าว สงสารลุงจึงให้เงินไปไว้กินข้าว ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจของเทศบาลเมืองบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี มาดูแล ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ลักษณะว่ามีสาเหตุอะไรถึงได้พาสามีมาทิ้งริมถนนแบบนี้
ทีมข่าวช่อง 8 ได้ภาพวงจรปิดเพิ่มเติมเป็นนาทีตอนเกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
จากภาพจะเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งขับเข้ามาจอดที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งภายในรถมีคนขับแท็กซี่ นายอำนวย (สงวนนามสกุล) หรือ เล็ก อายุ 47 ปี ผู้เสียหาย และนางสาวดา ภรรยาของผู้เสียหาย ทราบต่อมาว่ารถแท็กซี่คันนี้ถูกนางสาวดาจ้างให้ขับรถมาส่งที่หน้าร้านสะดวกซื้อ โดยคนขับรถแท็กซี่ไม่ทราบมาก่อนว่านางสาวดาจะจ้างตนให้มาส่งที่นี่เพื่อนำลุงเล็กมาทิ้ง
ต่อมาจะเห็นนางสาวดา เดินวนไปวนมาลำพังในบริเวณดังกล่าว สุดท้ายจะเห็นนาทีที่นางสาวดาเดินออกจากจุดที่นายเล็กอยู่เพื่อหนีออกจากจุดนั้น ซึ่งต้องการทิ้งลุงเล็กหน้าร้านสะดวกซื้อเพื่อให้ออกไปจากตน สักพักนายเล็กรู้ตัวแล้วว่าเมียนำตัวเองมาทิ้งที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จึงเดินออกมาด้านหน้า โดยสภาพร่างกายของนายเล็กไม่แข็งแรงและเดินขากะเผลก เมื่อนายเล็กไม่เห็นเมียก็ถึงกับทรุดกลางพื้นถนน
ในนาทีต่อมาจะเห็นว่า นายเล็กคล้ายหมดอาลัยตายอยาก และเสียใจหนัก หลังถูกเมียทิ้งก็นอนหงายกลางถนนท่ามกลางแดดร้อนจัด แล้วสักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ สังกัดเทศบาลเมืองบึงยี่โถ จอดรถแล้วให้การช่วยเหลือนายเล็กในขณะนั้น จากนั้นทางเจ้าหน้าที่เทศกิจก็นำตัวนายเล็กเข้าที่ร่ม เพื่อสอบถามและมีการเรียกเจ้าหน้าที่ พม. มาที่จุดนี้เพื่อช่วยเหลือต่อไป
ซึ่งในตอนเกิดเหตุ มีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ถ่ายคลิปนาทีตอนที่เทศกิจเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งตอนนั้นคุณลุงนอนอยู่กลางถนน และเป็นที่สนอกสนใจของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ พม. มาถึงก็มีการสอบถามนายเล็ก ซึ่งนายเล็กพูดจารู้เรื่อง และมีการนำบัตรประชาชนและใบขับขี่มาให้ทางเจ้าหน้าที่ดู พร้อมกันนั้นยังพบใบสูติบัตรของลูกสาวและลูกชายมาโชว์ด้วย กรอกข้อมูลเพียงว่าถูกเมียนำมาทิ้งที่นี่ ส่วนลูกเป็นเด็กชายอายุ 6 ขวบ และเป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
แต่ปรากฏว่าหลังมีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ นายเล็กไม่ยอมออกบ้านพักของญาติและบ้านพักของภรรยา เอาแต่เพียงบอกเจ้าหน้าที่ว่า ให้ไปส่งตนเองที่ศาลาเล็กหน้าวัดแสงสรรค์ และยืนยันไม่เข้าไปอยู่ในบ้านพักของ พม. ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องทำตามความต้องการของคุณลุงมาส่งที่ศาลาเล็ก หน้าวัดแสงสรรค์
ต่อมานายชินวัทน์ วรรักษ์พรภัทร์ อายุ 44 ปี พนักงานทั่วไปงานเทศกิจ เทศบาลเมืองบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี และเป็นคนโพสต์คลิปลงบน TikTok เปิดใจกับช่อง 8 นาทีที่เข้าช่วยนายเล็ก เล่าว่า ตอนนั้นตนปฏิบัติหน้าที่ตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยของชุมชนต่าง ๆ และต้องตกใจเมื่อพบนายเล็กนอนอยู่กลางถนน ในสภาพคล้ายหมดอาลัยตายอยาก และเหมือนจะป่วยอยู่ จึงเข้าไปพูดคุยเพื่อเข้าช่วยเหลือ
ตนก็ถามว่า “มานอนตรงนี้ทำไม” แต่นายเล็กก็ตอบว่า “ผมโดนเมียทิ้ง เมียมาทิ้งตรงนี้ ผมป่วยโรคไต หมดเงินการรักษาไปเยอะ จึงเดินออกมาแล้วก็มาล้มลงตรงนี้ โดยก่อนหน้านี้เป็นคนขับรถของบริษัทหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี ตนมีลูกสองเป็นผู้ชายและหญิง ตอนนี้อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
หลังจากได้พูดคุย ก็พบว่านายเล็กสติดี พูดจารู้เรื่อง และสามารถเล่าเรื่องตนเองที่ผ่านมาได้ จึงประคองนายเล็กให้ลุกขึ้นและเข้าไปบริเวณที่ร่มเพื่อซักถามต่อ พร้อมกับโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ พม. ให้เร่งเข้าช่วยเหลือ
เมื่อสอบถามประวัติเพิ่มเติม ก็ทราบว่า ตนเองและภรรยาเป็นคนเร่ร่อนไม่มีบ้านพัก ภายหลังมีลูกด้วยกันก็ทำให้ลูกต้องถูกส่งไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนมาเร่ร่อนนายเล็กเคยเป็นคนขับรถที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี แต่พอตกงานแล้วกลับมาที่ จ.ปทุมธานี ก็ป่วยพบว่าเป็นโรคไตระยะสุดท้ายรักษาตัวจนเงินหมด จึงมาเร่ร่อนแล้วสุดท้ายเมียก็นำมาปล่อยทิ้ง
พยายามสอบถามว่าบ้านญาติอยู่ที่ไหน เพราะนายเล็กบอกว่ามีพี่สาวอยู่คนหนึ่ง แต่นายเล็กกลับไม่ประสงค์ที่จะบอก และบอกเพียงว่าประสงค์ที่จะอยู่ศาลาเล็ก หน้าวัดแสงสรรค์ และเป็นคนเร่ร่อนต่อ ภายหลังนำไปส่งที่ศาลาดังกล่าววันที่ 20 มกราคม ตนก็ได้โพสต์เหตุการณ์ดังกล่าวลงบน TikTok ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าจะมีคนเข้ามาดูจำนวนมาก ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนก็ได้ไปดูนายเล็กอีกครั้ง ว่ายังอยู่ที่ศาลาเล็กหน้าวัดแสงสรรค์หรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่อยู่แล้ว จึงไม่ทราบว่าตอนนี้ไปเร่ร่อนอยู่ที่ใด สอบถามทางญาติก็ทราบเพียงว่านายเล็กกับภรรยาทะเลาะกันบ่อยครั้ง ในลักษณะรัก ๆ เลิก ๆ ญาติก็เลยไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้อง
ต่อมาทีมข่าวยังได้พูดคุยกับป้าจุก (นามสมมติ) อายุ 56 ปี เป็นพี่สาวของนายเล็ก ได้เปิดเผยคลิปตอนที่ตนเองและลูกสาวพาเล็กไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี โดยทางครอบครัวเพิ่งทราบว่านายเล็กเป็นโรคไตระยะสุดท้าย เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา จึงพยายามพารักษาตลอด หลังจากนายเล็กตกงานที่จังหวัดชลบุรี ก็ไม่ได้ส่งเงินสมทบประกันสังคมต่อ ซึ่งตนเองและลูกสาวตนเป็นคนที่ส่งเงินสมทบให้ประกันสังคมทุกเดือน เพราะเป็นห่วงเรื่องค่ารักษาของนายเล็ก
ทุกครั้งที่หมอนัด ตนกับลูกสาวก็จะเป็นคนไปรับนายเล็ก ที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่รักษาตัวได้ไม่นานก็จะมีพยาบาลเวรโทรมาแจ้งตนว่า น้องชายตนหนีออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตนก็จะไปตามหาน้องชายตามสถานที่ที่น้องชายไปเร่ร่อน เมื่อเจอตัวก็จะสอบถามน้องชายว่าทำไมไม่อยู่รักษาตัว น้องชายตอบว่า “ไม่ชอบนอนที่โรงพยาบาล”
ยืนยันว่า อ้อนวอนให้น้องชายมาอยู่กับตนที่ห้องพัก หลังน้องชายลองมาอยู่ ตนก็ดูแลอย่างดีทั้งการกิน การอยู่ และยาที่ต้องทานเป็นประจำ แต่เจ้าตัวดันบอกว่าอึดอัด ไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนี้ แล้วก็หนีออกไปเร่ร่อนต่อ ในส่วนน้องสะใภ้ ตนไม่ทราบว่าเป็นคนที่ไหน ทราบเพียงแค่ว่าเป็นคนเร่ร่อนเหมือนกัน แต่ในส่วนน้องสะใภ้ติดเหล้าหรือติดยาเสพติดหรือไม่ ตนไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้ ยอมรับเพียงแค่น้องชายตนติดบุหรี่มาก แต่ไม่ดื่มเหล้า
โดยตนเคยต่อว่าน้องสะใภ้ ว่าดูแลน้องชายไม่ดี แต่น้องสะใภ้ก็โต้ตอบกลับ ทำให้ไม่อยากยุ่ง ความสัมพันธ์ของน้องชายตนกับน้องสะใภ้ทะเลาะกันตลอด และอยู่ในลักษณะรัก ๆเลิก ๆ ถามว่าเคยบอกให้น้องชายเลิกกับน้องสะใภ้ไหม ก็เคย แต่น้องก็ไม่เคยเชื่อ
ส่วนตัวก็ไม่รู้จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นอกจากนั้นยังถูกสังคมประณามว่าปล่อยทิ้งน้อง ในส่วนนี้ที่ชี้แจงก็อยากให้เข้าใจหัวอกของคนเป็นพี่สาว ว่าก็พยายามดูแลน้องอย่างเต็มที่แล้ว แม้บ้านของตนจะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ แต่ตนก็พยายามดูแลน้องอย่างเต็มที่แล้ว
โดยยังมีหลักฐานแช็ตที่ตนกับลูกสาวคุยกัน ขณะที่พาน้องชายของตนไปรักษาพยาบาล ซึ่งก็ใช้เงินจำนวนเยอะ บางครั้งเกินงบที่ประกันสังคมดูแล ก็ต้องใช้เงินตัวเองออกเติมเข้าไปอีก














