จากกรณีวานนี้ (30 ตุลาคม) แม่บ้านของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในตำบลเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจว่า พบศพชายชาวต่างชาติทราบชื่อภายหลังว่า MR Daniel James Artus หรือ นายแดเนียล อาร์ทัส อายุ 35 ปี ถือหนังสือเดินทาง สหรัฐอเมริกา และคอสตาริก้า นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องพักรีสอร์ท
ขณะพบในที่เกิดเหตุนอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนหงาย และเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน ลักษณะศพมีบาดแผลจากการถูกของมีคมแทงบริเวณต้นคอด้านขวาจำนวน 5 แผล และนอนจมกองเลือดภายในห้องคล้ายกับมีการต่อสู้เนื่องจากข้าวของกระจัดกระจายอยู่ไปทั่วห้อง โดยพบศพบริเวณพื้นติดทางไปห้องน้ำและพบมีดเล่มเล็กอยู่ตรงประตูทางออกของห้อง รวมทั้งพบสารเสพติด(ยาไอซ์) บางส่วน

กู้ภัย เผยตรวจสอบที่เกิดเหตุพบสภาพห้องมีร่องรอยการต่อสู้และมีคราบเลือดเต็มพื้นห้องในลักษณะคล้ายมีการเช็ดคราบเลือด ส่วนตัวเชื่อชาวต่างชาติถูกฆาตกรรมไม่ได้ฆ่าตัวตาย
ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายวิศรุต เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เชิงทะเล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพที่ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เล่าว่า หลังรับแจ้งตนก็รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบว่ามีศพชาวต่างชาติอยู่ในห้องและมีคราบเลือดเต็มพื้นห้อง ลักษณะนอนตะแคงเสียชีวิตและมีบาดแผลที่คอด้านขวา 5 แผล ซึ่งตนไม่ได้สังเกตเห็นว่ามี มีดตกอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่ ทราบข้อมูลจากตำรวจอีกทีว่ามีมีดเล่มเล็กตกอยู่บริเวณใกล้ประตูห้องพักและยังพบยาไอซ์จำนวนหนึ่ง
จากประสบการณ์ส่วนตัวมองว่าหากผู้เสียชีวิตจะเสพยาไอซ์แล้วคลั่งทำร้ายตัวเอง ส่วนใหญ่คนที่ฆ่าตัวตายโดยใช้มีด จะใช้มีดกรีดคอตัวเองไม่เกิน1-2ครั้งเท่านั้น แต่จากสภาพศพที่พบบริเวณคอด้านขวาถูกแทงถึง 5 แผล ซึ่งหากฆ่าตัวตายเลือดจะต้องไปกองอยู่เฉพาะตรงที่เจอศพเท่านั้น แต่ในลักษณะที่เกิดเหตุ เจอคราบเลือดที่บริเวณพื้นเต็มห้อง ลักษณะคล้ายมีการเช็ดคราบเลือด นอกจากนี้ยังมีร่องรอยการต่อสู้ ตนก็มองว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรมมากกว่าฆ่าตัวตาย แต่ทั้งนี้ต้องรอผลพิสูจน์ที่เกิดเหตุจากตำรวจก่อน
สอบถามแม่บ้านของรีสอรท์ก็ทราบว่า ได้กลิ่นเหม็นก่อนหน้านี้ ก็นึกว่าส้วมเต็ม ทางคนดูแลรีสอร์ทก็เลยไปจ้างรถดูดส้วมมาดูดสิ่งปฏิกูลออก แต่ปรากฏว่าวันต่อมาเพื่อนข้างห้องก็ได้กลิ่นเหม็นอีก เลยมาเปิดห้องดูและพบว่านายแดเนียลเสียชีวิตแล้ว

พนักงานร้านจำหน่ายกัญชาเผยนายแดเนียลชอบมาซื้อกัญชาทุกสัปดาห์
ทีมข่าวช่อง 8 เดินทางไปที่ร้านจำหน่ายกัญชาแห่งหนึ่งที่จำหน่ายถูกกฎหมาย ซึ่งอยู่ติดกับรีสอร์ทที่เกิดเหตุได้พูดคุยกับสุภาวดี พนักงานในร้านเล่าว่า ตนเองรู้จักกับนายแดเนียล เนื่องจากนายแดเนียลเป็นลูกค้าของตน โดยนายแดนเนียลเพิ่งมาอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้ได้ประมาณ1 เดือน และทุกสัปดาห์จะแวะมาซื้อกัญชาที่ร้านของตน
นายแดเนียลจะซื้อกัญชาที่ทำให้รีแล็กซ์ เพราะเจ้าตัวเป็นเทรนเนอร์นักมวยก็ต้องมีการใช้กัญชาที่ทำให้ร่างกายรีแล็กซ์ ประมาณ 1 กรัม ซึ่งนายแดเนียลใช้ 1 กรัมต่อ 1 สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่หากเป็นคนที่สูบกัญชาจะใช้ปริมาณมากกว่านี้ก่อนก็มาว่านายแดเนียลอาจจะใช้กัญชาเฉพาะในวันที่มีการเทรนเนอร์ให้นักมวยเท่านั้น หากเข้ามาในร้านก็จะชอบนั่งดูยูทูปและนั่งเล่นเกมในร้าน นั่งประมาณ 10-15 นาทีก็กลับ
ในส่วนที่ว่าก่อนหน้านี้นายแดเนียลเคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มี เพราะนายแดนเนียลเป็นคนที่สุภาพและเป็นสุภาพบุรุษมาก แถมยังเป็นคนคิดบวก อารมณ์ดี ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร ซึ่งตนไม่เคยเห็นเขาเศร้าหรือโมโหใคร
และประเด็นที่ว่าเพื่อนผู้เสียชีวิตสงสัยเรื่องชาวเมียนมาร์ที่เป็นคนรู้จักกับนายแดเนียลจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ตนไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้แต่ในโซนใกล้รีสอร์ทมีแรงงานพม่าที่มาทำงานเยอะมากแต่ส่วนใหญ่มาทำงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

เปิดแชตเพื่อนผู้เสียชีวิตแจ้งเบาะแสสงสัยชาวเมียนมาที่มีเรื่องขัดแย้งกับนายแดเนียล ก่อนนายแดเนียลเป็นศพ จี้ตำรวจเรียกตัวชาวเมียร์มาร์ไปสอบปากคำ
วันนี้มีนายซัน (นามสมมติ) เป็นชาวไทยที่รู้จักกับเพื่อนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยแชตสนทนาหลังจากที่พบศพนายแดเนียล โดยมีเพื่อนผู้เสียชีวิตคนหนึ่งทักแชทมาหานายซัน และมีการพิมพ์ข้อความคล้ายกับว่าสงสัยชาวพม่า

โดยเพื่อนของนายแดเนียลทักถามนายซันว่า “เขาว่าฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรมครับ” แชตหน้าสอง เพื่อนนายแดเนียลบอกเบาะแสเพิ่มระบุว่า “ จะมีพม่าอยู่ในนั้นคอยเอายามาให้ ตายมากี่วันแล้วครับ” นายซันจึงตอบว่า “ ตายมา 3-4 วันแล้ว “ และเพื่อนนายแดนเนียลก็ตอบกลับอีกว่า “ใช่เลยเพราะมันติดต่อกันไม่ได้”
โดยนายซันเปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวระบุว่า ก่อนหน้าที่นายแดนเนียลเสียชีวิตได้มีการทะเลาะกันกับชาวเมียนมาคนหนึ่ง ซึ่งชาวเมียนมาคนนี้เป็นคนไปซื้อยาไอซ์ให้กับนายแดเนียล จึงสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเพื่อนตนหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ปรักปรำเชื่อว่าเป็นคนร้ายตัวจริง แต่อยากให้ตำรวจเรียกตัวคนนี้ไปสอบปากคำ

วันนี้ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ Mr.Calum (นายแคลัม) อายุ 24 ปี เป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต ซึ่งนายแคลัมพักอยู่ที่เดียวกันกับนายแดเนียล ในรีสอร์ทที่เกิดเหตุ นายแคลัมพักในห้องพักหมายเลข1 ส่วนนายแดเนียลพักในห้องพักหมายเลข 2 โดยห้องทั้งคู่อยู่ติดกัน
ตนมองว่าเพื่อนตนไม่ฆ่าตัวตายเด็ดขาด ต้องถูกคนร้ายฆ่า เพราะไม่มีเหตุจูงใจให้เพื่อนตนฆ่าตัวตาย ส่วนเบาแสที่มีคนแจ้งทีมข่าวว่ามีเพื่อนอีกคนสงสัยชาวเมียร์มา ตนไม่ทราบข้อมูลส่วนนี้แต่ก็ยืนยันว่าในโซนที่อยู่มีคนพม่า ซึ่งคนตายรู้จักชาวพม่าคนหนึ่งที่ชื่อ “อเล็กซ์” แต่ตนไม่ใช่เพื่อนสนิทจึงไม่รู้ข้อมูลลึกๆ
ส่วนตัวเสียใจมากที่เพื่อนเสียชีวิตเพราะเพิ่งคุยกันว่าจะไปเที่ยวประเทศเวียดนามด้วยกัน แต่เพื่อนของตนมาเสียชีวิตก่อน

แรงงานชาวเมียนมา เผยรู้จักกับนายแดเนียลเพราะเป็นลูกค้าที่ร้าน ชี้หากคนร้ายเข้าประตูลับเพื่อเดินเข้าไปในรีสอร์ทจะต้องเป็นคนในชุมชนโซนนี้เท่านั้นที่รู้จักประตูนี้
ทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับนายมิน (นามสมมติ) อายุ 27 ปี เป็นแรงงานชาวเมียนมาที่อยู่ใกล้กับรีสอร์ทที่เกิดเหตุ บอกว่า นายแดเนียลเป็นลูกค้าตนที่ร้านโดยจะมานั่งทานอาหารที่ร้านเป็นประจำ โดยเจอเกือบทุกวันแต่ไม่ได้เจอก่อนเป็นพบศพประมาณ 4-5 วันมาแล้ว
ส่วนตัวมองว่านายแดเนียลเป็นคนที่เฟรนด์ลี่มาก แถมชอบวิ่งออกกำลังกายทุกวันช่วงเวลา 11.00-12.00 น. แต่ก็ไม่ทราบว่าเขามีการใช้ยาอย่างอื่นหรือไม่
ตนไม่เคยสังเกตว่านายแดนเนียลเข้าประตูรีสอร์ททางหลักทางลับ แต่มองว่าถ้าหากคนร้ายจะเข้าประตูทางลับเพื่อเดินเข้าไปในรีสอร์ทจะต้องเป็นคนที่พักอาศัยในบริเวณโซนนี้เท่านั้น เพราะหากเป็นบุคคลภายนอกก็จะไม่มีใครรู้เลยว่าทางรีสอร์ทมีอีกประตูลับที่สามารถเข้าด้านในได้ และตนไม่ทราบมาก่อนว่ามีชาวเมียนมาร์ในบริเวณนี้อีกไหมที่รู้จักหรือสนิทกับนายแดเนียล


















