จากเหตุการณ์ นายหน่อง ลูกน้องของกำนันนก ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ภายในงานเลี้ยงของ "กำนันนก" เป็นเหตุให้ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงค์ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา

วันเดียวกันนี้ทีมข่าวยังได้เดินทางไปที่บ้านของนายกฤษฎา หรือซ่า ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของกำนัน และเป็นคนที่อยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ ในฐานะที่เป็นพยานที่ตำรวจกันไว้สำหรับการสืบสวนสอบสวน โดยทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวพบว่าปิดเงียบ เพราะหลังจากเกิดเหตุตัวของนายกฤษฎาก็ไม่ได้เดินทางกลับมาอยู่บ้าน

ด้านนายแดง (นามสมมุติ) ปู่ของนายกฤษฎาหรือซ่า พยานในบ้านกำนันนก เปิดเผยว่า ตัวของนายกฤษฎาหรือซ่า ไม่ได้อยู่แถวบ้านมานานกว่า2เดือนแล้ว เพราะเนื่องจากเจ้าตัวก่อเหตุเอามีดไล่ฟันแม่ จนเป็นเหตุทำให้ถูกไล่ไปอยู่ที่อื่น และตัวของหลานชายก็เป็นคนไม่เอาการเอางาน ส่งเสียให้เรียนก็เรียนไม่จบ มัวแต่กินน้ำกระท่อมแล้วหลอนไล่ทำร้ายคนในบ้าน แต่ก่อนที่จะหายไป เจ้าตัวไปทำงานรับจ้างก่อสร้างกับคนในพื้นที่ จนช่วงหลังเข้าใจว่าอาจไปรู้จักกับกำนันนกขอเนื่องจากทำงานรับเหมาก่อสร้างเหมือนกันหรือไม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าไปทำงานอยู่ในตำแหน่งอะไร และทำไมถึงกลายเป็นลูกน้องของกำนันนกไปได้

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่ายังไม่ได้เจอตัวของนายกฤษฎาหรือซ่า เพราะหลังเกิดเหตุแล้วมีญาติรับไปอยู่ที่อื่น ประกอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสอบสวน ทำให้ตนเองไม่รู้เหตุการณ์ในบ้านของกำนัน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปข้องเกี่ยวหรือไปมีส่วนอะไรกับในบ้านหลังดังกล่าวในคืนวันเกิดเหตุ ซึ่งถ้าหากมีการสอบสวนว่าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แต่ถ้าหากไม่ผิดก็จะกลายเป็นพยาน

วันนี้ ที่วัดใหญ่ท่าเสา จ.อุตรดิตถ์ บรรยากาศพิธีฌาปนกิจศพ พ.ต.อ.วชิรา หรือ ผกก.เบิ้ม ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ซึ่งเสียชีวิต ที่บ้านย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา สาเหตุความเครียดจากคดี กำนันนก ที่มี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.กก.2 บก.ทล. หรือสารวัตรแบงค์ ถูกยิงเสียชีวิต

โดยตั้งแต่เวลา 11.00 น. ทางครอบครัว ยาวไทยสงค์ รวมถึงญาติพี่น้อง ข้าราชการและบุคคลที่เคยทำงานใกล้ชิดกับ ผกก.เบิ้ม ร่วมฟังเทศน์ ฟังสวดพระพุทธมนต์ มาติกา-บังสุกุล และร่วมกันถวายภัตตาหารเพล จากนั้นเวลา 12.00 น. ได้เชิญหีบศพออกจากศาลา เคลื่อนขบวนไปยังเมรุ ได้จัดขบวนพระสงฆ์นำรถเทียมลายพญานาค ซึ่งเป็นรถใช้บรรทุกโลงของ ผกก.เบิ้ม ที่มีพ่อแม่ประคองอยู่ไม่ห่าง โดยมีจ่าบอม (น้องชาย) ถือกระถางธูป เจ้าหน้าที่ถือพานธูปเทียน และพานบรรจุเครื่องแบบข้าราชการปกติขาว โดยภรรยาและญาติได้เดินตามหลัง ส่วนลูกชายวัย 8 ขวบ ได้บวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับพ่อ ทั้งยังมีตำรวจ และเพื่อนร่วมรุ่น นรต.55 ได้เดินวนรอบเมรุ 3 รอบ

ซึ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธาน ที่เมรุวัดใหญ่ท่าเสา มีการประมวลภาพภารกิจ การทำงาน ชีวิตครอบครัว ของ ผกก.เบิ้ม บนไวนิลขนาดใหญ่ติดภายในงาน โดยมีครอบครัว เพื่อน เขียนข้อความต่างๆ ที่แสดงความรักต่อ ผกก.เบิ้มด้วย

ครอบครัวยาวไทยสงค์ มอบทุนการสนับสนุนสาธารณประโยชน์ การศึกษา และบำรุงพุทธศาสนา จากนั้นได้จัดพิธีตามขั้นตอนทางศาสนา การทอดผ้าไตรบังสุกุล โดยข้าราชการตำรวจ ทหาร ระดับสูง และ ส่วนราชการ ต่อมาภรรยา ของ ผกก.เบิ้ม ได้อ่านประวัติ นางการะเกด พลจัตุรัส ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ชมรมข้าราชการบำนาญ มทบ.35 อ่านกลอนไว้อาลัยให้กับผู้ตาย

จากนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ประธานในพิธีขึ้นทอดผ้าไตรบังสุกุล โดยมีพระเจ้าคณะชั้นผู้ใหญ่เป็นตัวแทนสงฆ์สวดบังสุกุล พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นประธานวางดอกไม้จันทน์ ญาติๆ ตั้งแถวขอบคุณผู้ร่วมงาน โดยมอบของที่ระลึกคือ หนังสือที่ปกเป็นรูปของ ผกก.เบิ้ม เนื้อหานอกจากจะมีประวัติ ข้อความไว้อาลัยจากผู้บังคับบัญชาแล้ว ยังมีบทสวดมนต์ และธรรมะ ก่อนมีการเผาจริงในเวลา 14.00 น.เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ

บรรยากาศทั้งญาติพี่น้อง กลุ่มเพื่อน คนรู้จักทั้งในส่วนของพ่อแม่ และครอบครัวยาวไทยสงค์ ต่างเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณ ผกก.เบิ้ม เป็นจำนวนมาก แน่นพื้นที่ภายในบริเวณวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจงานจราจร สภ.เมืองอุตรดิตถ์ อำนวยความสะดวกประชาชนที่มาร่วมงาน ในขณะที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ได้จัดหน่วยแพทย์ พยาบาลมาให้บริการด้วย

ซึ่งช่วงที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เดินทางมาถึงบริเวณงาน ได้เข้าสวมกอดครอบครัวยาวไทยสงค์ทุกคน โดยเฉพาะหลังจากวางดอกไม้จันทน์ ครอบครัวยาวไทยสงค์ได้มอบรูปหล่อท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหักให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ก้มลงกราบ พ.อ.วินัย ยาวไทยสงค์ พ่อของ ผกก.เบิ้ม จากนั้นได้สวมกอดร้องไห้ เสียใจกับการจากไปของตำรวจฝีมือดี

พ.อ.วินัย ยาวไทยสงค์ พ่อของ ผกก.เบิ้ม กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว แม้จะเอาคืนไม่ได้ มันเป็นบาดแผลที่สูญเสียแก้วตาดวงใจ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายตนก็ไม่สามารถได้ลูกชายคืนมาได้ ตนสร้างลูกเป็นนักรบบนความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพรานเวหาที่เก่ง บนทุกสิ่งทุกอย่าง ลูกชายเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว ตนเป็นนายทหารร้องไห้เสียใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ทราบข่าว คิดถึงตลอดเวลา ขอให้ดวงวิญญาณจงสู่สุคติ เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันอีกหลายๆ ชาติ ตนจะรอเขา

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องของคดีนั้น ตนไม่ได้แตะ มีการแบ่งหน้าที่ตามความรับผิดชอบ ตนมาในฐานะ ผกก.เบิ้ม เป็นน้องชายที่ทำงานด้วยกันมานาน เราอยู่กันแบบพี่ๆน้องๆ ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เบิ้มเต็มที่ เราจะดูแลครอบครัวของเบิ้ม ดูจากผู้มาร่วมงาน นั่นคือ มีคนรักครอบครัวยาวไทยสงค์และ ผกก.เบิ้ม เป็นจำนวนมาก ขอสื่อมวลชนเสนอข่าวห่วงความรู้สึกของครอบครัวด้วย

ผู้สื่อข่าวช่อง8 ได้เดินทางไปพบกับพระราชสิริวัฒน์ หรือเจ้าคุณเพชร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม และเป็นเจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณราม เปิดเผยว่า มารดาของสารวัตรแบงค์ เป็นเพื่อนสมัยเรียนหนังสือด้วยกัน จนกระทั่งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่างก็แยกย้ายกันไป โดยแม่ของสารวัตรแบงค์เรียนต่อชั้นมัธยม ส่วนเจ้าคุณได้บวชเรียน ที่วัดสว่างสุวรรณราม ได้ 2 ปีก่อนจะย้ายไปเรียนที่วัดในจังหวัดร้อยเอ็ด จนกระทั่งในปี 2533 ได้กลับมาจำวัดอยู่ที่วัดสว่างสุวรรณรามอีกครั้ง ส่วนมารดาของสารวัตรแบงค์แต่งงานมีครอบครัว

สำหรับสารวัตรแบงค์สมัยเด็กเรียนชั้นอนุบาล 1-3 ที่โรงเรียนเทศบาล 1 จากนั้นครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ด้วยความผูกพันระหว่างปิดเทอม สารวัตรแบงค์จะเดินทางกลับมาที่นครพนมประจำและจะแวะมากราบเจ้าคุณเพชรเป็นประจำ กระทั่งเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยก็ไปๆ มาๆ และเมื่อเรียนจบนายร้อย สารวัตรแบงค์มีความตั้งใจที่อยากจะบวช เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ก็ได้อุปสมบทบวชเป็นพระ โดยมีเจ้าคุณเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชอยู่ประมาณ 1 เดือน โดยช่วงทั้งก่อนบวชและช่วงที่บวชเป็นพระ สารวัตรแบงค์เป็นคนที่มีความตั้งใจศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม ทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งครบ 1 เดือน ก็ลาสิกขาไปรับราชการเป็นนายตำรวจดังกล่าว

นอกจากนี้ในระหว่างที่เราสนทนากับพระราชสิริวัฒน์ หรือเจ้าคุณเพชร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ได้ถามถึงเหตุการณ์วันนั้นว่าท่านเจ้าคุณทราบข่าวตอนไหนว่าสารวัตรถูกยิง ซึ่งท่านเจ้าคุณพูดด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย บอกว่า แม่ของสารวัตรแบงค์โทรศัพท์บอกว่าแบงค์ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

ส่วนเรื่องที่ทางแม่ของสารวัตรแบงค์จะนำอัฐิของสารวัตรแบงค์มาเก็บไว้ที่วัด ทางเจ้าคุณแจ้งว่ายังไม่ใช่เร็วๆนี้ รอให้แม่ทำใจได้ก่อน คาดว่าหน้าจะเป็นสัปดาห์หน้า


ด้านนายสมัย ลุงสารวัตรแบงค์ เผยว่า ครอบครัวตนเองเมื่อก่อนย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีญาติพี่น้องอยู่กันหลายคน

สำหรับครอบครัวของน้องสาวหรือแม่ของสารวัตรแบงค์ หลังจากแต่งงานมีครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่สารวัตรแบงค์ยังเป็นเด็กแต่ก็จะมีแวะเวียนมาเยี่ยมบ้านเป็นบางครั้ง โดยสารวัตรแบงค์ก็จะมาบ้างในช่วงเวลาว่าง

ล่าสุดที่สารวัตรแบงค์กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของมารดาคือช่วงที่ยายสารวัตรแบงค์เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้วที่มาร่วมงานศพ

เรื่องงานตนเองก็จะถามสารวัตรแบงค์บ้างแต่ก็ไม่ค่อยจะตอบมากนักคงจะกลัวว่าทางบ้านจะเป็นห่วงแต่ส่วนใหญ่สารวัตรแบงค์จะพูดคุยและปรึกษาลูกสาวคนโตของตนเองมากกว่า เพราะค่อนข้างจะสนิทสนมกัน และเวลาตนเองจ้ารู้เรื่องหรือรู้ปัญหาของสารวัตรแบงค์ส่วนใหญ่ก็จะรู้ผ่านลูกสาวคนโต โดยเฉพาะช่วงหลังหลังที่ลูกสาวมาเล่าให้ฟังว่าสารวัตรแบงค์มักจะบ่นให้ฟังว่าเหนื่อย

นายสมัย ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียหลานชายเพียงคนเดียวไปและไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะมาเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว เพราะหลานชายคนนี้ตนเองรักมาก สำหรับกรณีที่จะนำอัฐิของสารวัตรแบงค์มาเก็บไว้ที่วัดสว่างสุวรรณราม โดยเบื้องต้นตนเองได้คุยกับแม่สารวัตรแบงค์แล้วคาดว่าน่าจะเดินทางมาวันที่ 22-23 กันยายนนี้

เผา ผกก.เบิ้ม พ่อเศร้ากอดรองฯต่อศักดิ์ ชี้สังคมลงโทษลูกก่อนตาย ปัดตอบมีชื่อถูกฟันผิด