จากคดีกำนันนก จ.นครปฐม ทีมข่าวช่อง 8 มีโอกาสพูดคุยกับ พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช หรือ สารวัตรแรมโบ้ เปิดเผยว่า การที่ตำรวจขับรถเปิดทางให้คนร้ายถือว่าเป็นการเสียศักดิ์ศรีแน่นอนคิดว่าตำรวจนายนี้ไม่น่าทำ และน่าจะโดนคดี 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และพฤติกรรมแบบนี้เป็นการทำลายภาพลักษณ์องค์กรทั้งระบบ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกมองไม่ดี

ที่กล้าเสี่ยงขับรถเปิดทางพาคนร้ายหนีนั้น ส่วนตัวมองว่าคงจะรู้จักกันมานาน มีบุญคุณต่างตอบแทนกัน เลยกล้าทำแบบนี้

ส่วนการที่ตำรวจห่อปืนไปซ่อนซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ส่วนตัวมองว่า น่าจะโดนคดีร่วมกันเพราะมีการนำปืนที่ใช้ก่อเหตุห่อผ้าไปฝังอำพราง และโดยเฉพาะการรับปืนมาจากคนร้ายหรือกำนัน ส่วนตัวมองว่าคนที่เกี่ยวข้อง ถูกดำเนินคดีแน่นอน

ทั้งนี้ ตำรวจในงานจะหลุดคดีไหม ส่วนตัวมองว่าเรื่องความผิดทางวินัยน่าจะโดนทุกคน ส่วนเรื่องความผิดทางอาญา ต้องดูจากพยานหลักฐานจากเซิฟเวอร์กล้องวงจรปิดที่ถูกโยนทิ้งน้ำมามัดตัวว่าแต่ละคนว่ามีพฤติการณ์ยังไง มองแล้วน่าจะถูกดำเนินคดีหลายคนดูแล้วน่าจะรอดยาก

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลว่าจะสำเร็จได้เมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า คงไปกำหนดวันเสร็จไม่ได้ แต่จะทำให้พวกเขารู้ว่าต่อไปจะทำอะไรลุแก่อำนาจไม่ได้อีก ซึ่งคำว่าผู้มีอิทธิพลมันมีนิยามอยู่ เช่น ฮั้วประมูล ค้าประเวณี ค้าน้ำมันเถื่อน เป็นต้น ซึ่งจะนำมาพิจารณาด้วย

เมื่อถามว่ากรณีที่เอานายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย มาแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลถือว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายชาดาก็มาช่วยกับตำรวจในการแก้ปัญหา เช่นกรณีกำนันนก ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ากำนัน สังกัดมหาดไทย ซึ่งวานนี้ (9 ก.ย.) ก็มีการเพิกถอนใบอนุญาตการใช้อาวุธซึ่งถือว่ามีการตอบสนอง



เมื่อถามว่า การเอานายชาดามาแก้ปัญหาตรงนี้เหมือนเป็นการหนามยอกเอาหนามบ่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องเลือกคนที่มีความเข้าใจว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือต้องมีใจที่จะกล้าชนกับคนพวกนี้ ตนเชื่อว่านายชาดากล้าชน

เมื่อถามว่า จะแก้ปัญหากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นผู้มีอิทธิพลได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลหากเป็นคนธรรมดา อิทธิพลก็มาจากคนที่เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไปยอมเขา เราต้องทำให้เห็นว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนที่ควรสมยอม ต้องไม่ยอมรับผลประโยชน์จากคนพวกนี้เลย หากไปรับเงินทอง ทรัพย์สิน ก็เท่ากับเราไปยอมให้ระบบนี้เกิดขึ้น ถ้าตนมาอยู่ตรงนี้ส่วนที่รับผิดชอบอยู่เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น และตนต้องทำให้ได้

ส่วนกำนันนก หลังนอนในคุกคืนแรก ปรากฏว่า มีความเครียดกังวลจนโรคกำเริบ โดยนายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ทางราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพและสอบถามประวัติการรักษา ซึ่งผู้ต้องขังแจ้งว่ามีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง มีน้ำหนักตัวมาก และภายนอกมีอาการเครียด มีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากที่ส่งตัวเข้าคุมขังที่แดนกักโรค โดยมีผู้ต้องขังเป็นเพื่อนร่วมห้องจำนวน 4 คน เมื่อคืนนี้สามารถนอนหลับและรับประทานอาหารได้

โดยเช้านี้ เวลา 05.30 น. ตื่นมาทำกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ รับประทานอาหารเช้าที่ทางเรือนจำจัดเตรียมไว้ เป็นข้าวสวยและแกงจืดหมูใส่ผัก หลังรับประทานอาหารได้นอนพักผ่อนและพูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังได้ตามปกติ หลังจากนี้จะผ่านการคัดกรองโรค ตรวจหาเชื้อโควิด-19 และกักตัวอยู่ในสถานที่กักกันโรคของแดนแรกรับ เป็นระยะเวลา 5 วัน ก่อนจะส่งไปที่ห้องกันชน เพื่อดูอาการอีก 5 วัน หากตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 จะเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือการพิจารณาของคณะกรรมการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังที่ต้องสัมภาษณ์ ดูประวัติเป็นรายบุคคลว่าจะส่งตัวไปควบคุมที่แดนใดต่อไป

ด้านชาวบ้านพูดถึงกำนันนกว่า ที่ผ่านมากำนันเป็นคนใจบุญสุนทาน ไปงานศพทุกงาน ชาวบ้านชวนไปไหนก็ไป และชาวบ้านก็มีการโพสต์ขอบคุณกำนันมากๆ ที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ เวลามีงานเทศกาลต่างๆ ชาวบ้านบอกว่า กำนันนกก็จะนำของขวัญ กระเช้าต่างๆ มาให้ วันเกิดกำนันนกชาวบ้านก็ยังร้องเพลงอวยพรให้ เป็นที่รักของชาวบ้าน

โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2563 กำนันนกยังเลี้ยงอาหารชาวบ้านอีกนับร้อยจาน และจ้างชาวบ้านมาทำอาหารด้วย นับเป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องยิงตำรวจเกิดขึ้น

ฆ่าสารวัตรสะเทือน สตช. แรมโบ้ ชี้ ตร.ก๊วนกำนันผิดหมด ทำเสียศักดิ์ศรีทั้งวงการ