วันนี้ กัน จอมพลัง นางสาวแอน (นามสมมติ) อายุ 30 ปี และ นางสาวหญิง (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เหยื่อหญิงไทย เหยื่อถูกคนไทยหลอกไปทำงานที่อินเดีย แต่กลับส่งเหยื่อไปสถานค้าประเวณีที่อินเดียโดยมีคนไทยเป็นคนคุม เหยื่อเคยหลบหนีแต่ถูกตามตัวเจอและลากกลับมาทำร้ายขังอยู่ในห้อง 24 ชม 8 วัน นำหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอที่ถูกหลอกเข้าพบ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ติดตามในหน้าที่หลอกลวงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เปิดไทม์ไลน์ หลอกสาวไทยไปค้าประเวณีโหดที่อินเดีย
นางสาวแอน นามสมมติ เล่าว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค 66 ได้มีเพื่อนที่รู้จักมาชักชวน ให้ไปทำงานเป็นพนักงานนวดที่ประเทศอินเดีย อ้างว่าจะใช้วีซ่าอยู่ได้ประมาณหนึ่งปี พร้อมกับระบุว่าหากอยู่ได้นานจะได้รับรายได้ประมาณเดือนละ 100,000 บาท ถ้าอยู่เป็นปีก็จะมีรายได้ประมาณกว่าหนึ่งล้านบาท ก่อนที่เพื่อนคนดังกล่าวจะส่งเบอร์โทรศัพท์ นายหน้าจัดหางานที่คือ นางสาวอารยา หรือ กุ้ง ตนเองจึงได้ทักทาง WhatsApp ไปพูดคุยกับ นางสาวกุ้ง บอกให้ตนเองส่งเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวไปให้ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 66 และเพียงวันเดียวคือ วันที่ 20 สิงหาคม ตนเองก็ได้รับวีซ่า พร้อมกับตั๋วเครื่องบิน โดยที่ตัวเองไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใดทางไหนน่าจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด
จนกระทั่งวันที่ 21 สิงหาคม ตนเองได้นัดเจอกับ นางสาวกุ้ง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นได้เดินทางไปที่ประเทศอินเดีย กับเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นคนแนะนำมาสองคน เมื่อลงที่สนามบินมุมไบ เมื่อไปถึงไม่มีทีมงาน ของนางสาวกุ้งมารับที่สนามบินตนเอง ตนเองและเพื่อนรุ่นพี่ ก่อนที่จะพาพวกตนเองนั่งรถไปเมืองสุรัช ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากสนามบินไปประมาณ 6 ชั่วโมง เมื่อไปถึง พบว่าเป็นบ้าน ลักษณะคล้ายอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ซึ่งตนเองสังเกตเห็นว่าจะมีคนไทย เป็นผู้หญิงชื่อหยก เป็นคนควบคุมดูแลสถานที่นี้อยู่ ก่อนที่จะยึดพาสปอร์ตตนเองและเพื่อนรุ่นพี่ที่ไปด้วยกัน
หลังจากนั้นก็พาตนเองและเพื่อนรุ่นพี่ที่ไปด้วยกันพาไปที่ร้านนวดแห่งหนึ่งอ้างว่าจะพาไปดูงาน ซึ่งตนเองเห็นสถานที่แล้วก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะก็เป็นสถานนวดปกติ จากนั้นก็มีคนมาเรียกตนเองเข้าไปในห้อง และให้ไปบริการลูกค้า แต่ไม่ใช่การนวดอย่างที่ตกลงกันไว้ เพราะลูกค้าบอกว่าต้องการจะมีเซ็กส์กับตนเอง ทำให้ตนเองรู้สึกตกใจ พร้อมกับปฏิเสธทำให้ลูกค้าที่เป็นชาย ชาวอินเดียใช้มือตบหน้าตนเอง ก่อนที่ใช้กำลังบังคับข่มขืนตนเอง หลังจากนั้นตนเองก็ถูกกระทำอย่างนี้มาโดยตลอด 8 วัน ที่ตนเองทำงานอยู่ในร้านดังกล่าว จนกระทั่งตนเองต้องล้มป่วยลงเพราะ ซิลีโคนจากหน้าอกแตกทำให้เป็นไข้สูง แต่ทางร้านก็ไม่ได้พาตนเองไปโรงพยาบาลให้กิน แค่ยาพาราเซตามอล ก่อนจะบังคับให้ตนเองให้บริการลูกค้าตามปกติ แม้แต่ตนเองขอร้องว่าสภาพร่างกายไม่ไหวแล้วแต่คนคุมไม่สนใจอะไรกับบังคับให้ตนเองให้บริการทางเพศกับลูกค้าต่อ
ตนเองมีมีอาการไข้เนื่องจากซิลิโคนบริเวณหน้าอกแตก จึงตัดสินใจทักหา นายหน้าซึ่งตนเองเรียกว่าแม่ พยายามคุยดีไปเกลี้ยกล่อมบอกว่าตนเองจะไม่ไหวแล้ว เนื่องจากมีไข้ ต้องการที่จะไปโรงพยาบาล ทางนายหน้าหรือแม่ บอกกับตนว่าหากไปหาหมอแล้วไม่เป็นความจริง ตนเองจะต้องถูกฆ่า หลังจากนั้นตนจึงถูกพาตัวส่งไปที่โรงพยาบาล ตรวจร่างกายพบว่า ซิลิโคนบริเวณหน้าออกแตก นายหน้าหรือแม่ จึงตัดภาระ ส่งตัวตนเองกลับประเทศไทย โดยสภาพปางตาย
ขณะที่ น.ส.หญิง ผู้เสียหายอีกหนึ่งคน เปิดเผยว่า ตนเองบินตามไปวันที่ 28 สิงหาคม 2566 แต่เมื่อไปถึงก็ถูกกระทำเช่นเดียวกันกับนางสาวแอน จึงตัดสินใจชวนเพื่อนหลบหนี หลังจากหนีถูกตามตัวจับได้ จึงถูกนำไปขังไว้ในห้องแคบๆ มีเพียงแค่ช่องอากาศเล็กไว้ดูอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก นอนกับหนู นอนกับแมลงสาบ หลังจากถูกขังไว้นานถึง 8 วัน
กันจอมพลัง และตำรวจเข้าตรวจสอบ บ้านนางสาวกุ้ง ที่เป็นนายหน้าหลอกผู้เสียหายหญิงสาวไปถูกบังคับค้าที่ประเวณีประเทศอินเดีย
ขณะที่ต่อมาในช่วงบ่ายทีมข่าวช่อง 8 พร้อมด้วย กันจอมพลัง และ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองสมุทรปราการได้เดินทางเข้าไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งหลังจากสืบทราบว่า เป็นบ้านหลังหนึ่งใช้เป็นสถานที่รับสมัครงานแล้วหลอกให้ นางสาวแอนและนางสาวหญิง ผู้เสียหาย ถูกบังคับ ให้ค้าประเวณีที่ประเทศอินเดีย ซึ่งจากการตรวจสอบพบบ้านดังกล่าวเปิดประตูรั้วหน้าบ้านไว้แต่ภายในบ้านปิดเงียบไม่มีใครอยู่ แต่ไฟหน้าบ้านและในบ้านเปิดทิ้งไว้ พร้อมกับมีรถมอเตอร์ไซค์ป้านทะเบียน มหาสารคามคันสีแดงจอดอยู่ 1 คัน ลักษณะเหมือนรีบร้อนออกไปจากบ้านไปก่อนหน้านี้
จากการสอบถามนางจันทร์ อายุ 51 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กับบ้านของนางสาวกุ้ง นายหน้า ที่ผู้เสียหายบอกว่าเป็นผู้ติดต่อให้ไปทำงานที่ต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาพบเห็นผู้หญิง 3 คนเดินลากกระเป๋าเข้ามาที่บ้านหลังนี้ และมักจะเห็นหญิงผู้หญิงลากกระเป๋ามาบ้านหลังนี้ 2-3 เดือนครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วจะพบผู้ชายลักษณะคล้ายชาวอินเดีย อายุไม่มาก แต่งตัวดี ใส่ทองเต็มตัวดูมีฐานะแวะเวียนมาที่บ้านหลังนี้อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็มาหนึ่งคนบางครั้งก็มานสองคนบ้าง แต่จะมาไม่เคยซ้ำหน้ากัน ล่าสุดก็ไม่ได้พบผู้ชายชาวอินเดียเดินทางมาที่บ้านหลังนี้มาเป็นเดือนแล้ว
ส่วนตัวไม่เคยรู้จักกับเจ้าของบ้านหลังนี้ว่าทำกิจการอะไร แต่มารู้จากชาวบ้านที่เคยพูดคุยกันว่าจะเป็นผู้พาผู้หญิงไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ไม่เคยได้พูดคุยกันต่างคนต่างอยู่
เปิดวงจรปิดพบ 3 สาวลากกระเป๋ามาบ้านเจ๊กุ้ง นายหน้าค้าประเวณี
ทีมข่าวได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หลังมีชาวบ้านระบุว่ามีหญิงสาวจำนวนสามคนเดินทางมาหา นางสาวกุ้ง นายหน้าส่งหญิงสาวไปประเทศอินเดีย พบว่ามีหญิงสาวเข้ามาที่บ้านหลังนี้จริง ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกได้เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา
กล้องวงจรปิดภายในซอยหมู่บ้านของนางสาวกุ้ง นายหน้าส่งหญิงสาวไปประเทศอินเดียจับภาพรถแท็กซี่สีเหลืองขับเข้ามาพร้อมหญิงสาวนั่งอยู่เต็มรถ เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีหญิงสาวเดินลงมาจากรถแท็กซี่เพื่อเรียกคนในบ้าน แต่ไม่มีใครเปิด
ก่อนที่ต่อมากล้องวงจรปิดตัวเดิมจับภาพรถแท็กซี่คันดังกล่าวพาหญิงสาวออกมาจากซอยไปอยู่ที่บริเวณหน้าปากซอย ก่อนที่จะมีหญิงสาวสามคนหิ้วกระเป๋าเดินทางมุ่งตรงไปที่ร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ตรงข้ามปากซอย
ต่อมากล้องวงจรปิดในจุดเดิมสองตัวจับภาพหญิงสาวทั้งสามคนเดินหิ้วกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าเข้าไป ในซอยบ้านของนางสาวกุ้ง ตรงกับ ข้อมูลของชาวบ้านในพื้นที่และแม่ค้าอาหารตามสั่ง ว่าทั้งหมดจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศโดยมีเจ๊กุ้งเป็นนายหน้า
ทีมข่าวยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเช้าเมื่อวานนี้ หญิงสาวที่เดินทางมาบ้านนางสาวกุ้งสองคนเดินออกมาจากบ้านนางสาวกุ้งเพื่อมาซื้ออาหารกิน ซึ่งเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับคนในพื้นที่ที่ให้ข้อมูลว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นหญิงสาวทั้งสามคนรวมถึงนางสาวกุ้งและสามีชาวอินเดียอีกเลย

















