ชาวบ้านผวา! ลูกวัวตายปริศนาคล้ายโดนควักไส้ เชื่อหมาผีปอบขย้ำกินตับวัว เผย 2 วัน วัวตายไปแล้ว 3 ตัว

นายก อบต.ไผ่ พา จนท.ลงพื้นที่หาข่าว กรณีที่ชาวบ้านเชื่อหมาผีปอบขย้ำกินตับวัวตามข่าวเสนอไปแล้วนั้น

 

วันที่ ( 13 มี.ค. 66 ) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12  มี.ค.2566 ที่ผ่านมา นายนครินทร์  กองทุน  นายก อบต.ไผ่  พร้อมด้วยนายแพทย์จรูญวิทย์  นะพรรัมย์  หน.กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์  สนง.ปศุสัตว์ จ.สุรินทร์  น.ส.จันทรา  โพธิ์คำ ปศุสัตว์อำเภอรัตนบุรี  พ.ต.ท.ธนรัฐ  รอบรู้  รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.รัตนบุรี โดยการมอบหมายจาก พ.ต.อ.ธีระศักดิ์  เจริญศรี  ผกก.สภ.รัตนบุรี  นายบรรเจิด  สีสด  กำนัน ต.ไผ่  น.ส.กวินทิพย์  พุจารย์  ผู้ใหญ่บ้าน ม.3  บ้านช่อง  พร้อม จนท.จากหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง ได้ร่วมประชุมในบ้านของนายใส อายุ 45 ปี เพื่อร่วมกันหาข้อมูลและแก้ปัญหา กรณีการตายของวัวที่ผิดธรรมชาติอย่างสยดสยองอยู่กลางทุ่งนา  จากเรื่องดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างขวัญผวา ต่างมีความเชื่ออย่างปักใจว่าเป็นฝูงหมาผีปอบมาเข้ามารุมขย้ำ เพราะล้วงกินเฉพาะตับไตไส้พุง เพียง  2 วันวัวตายไปแล้ว 3  ตัว ตามที่เป็นข่าวกันอย่างแพร่หลายไปแล้วนั้น

 

ในการประชุมอย่างเร่งด่วนครั้งนี้ นายนครินทร์ กองทุน นายก อบต.ไผ่ ในฐานะเจ้าพนักงานในพื้นที่  ที่จะต้องการทำเรื่องให้กระจ่างชัดว่า การตายของวัวมาจากสาเหตุใดแน่ หากเป็นสุนัข สุนัขกลุ่มนั้นจะมาจากที่ไหน เป็นสุนัขที่มีเจ้าของหรือไม่  และมีเหตุจูงใจอะไรทำให้สุนัขต้องมากัดวัวเจ้าเดียวตายไปถึง 3 ตัว

 

โดยเรื่องดังกล่าวนายใส  ซึ่งเป็นเจ้าของวัวได้เริ่มต้นเล่าเหตุการณ์ให้คณะ จนท.ที่มาร่วมสำรวจตรวจสอบหาความจริงฟังว่า  การตายของวัวที่เกิดขึ้นครั้งแรกนั้น เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังเดินไปหาวัวที่ผูกไว้กลางทุ่งนาด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน ได้มองเห็นสุนัขจำนวน 3 ตัว ตัวใหญ่สุด เป็นสีน้ำตาลแดง ตัวรองสีขาว และสีดำ ซึ่งน่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ผสม กำลังรุมขย้ำ ซากวัวอยู่ ตนเห็นจึงวิ่งเข้าไปไกล้ ๆ ทำให้ฝูงสุนัขเห็น ต่างก็พากันวิ่งหนีไปละทิศละทาง ตนได้ขับรถ จยย.ไล่ตาม แต่ก็ตามไม่ทัน ครั้นกลับมาดูยังที่เกิดเหตุได้พบอีกว่ามีวัวถูกฆ่าตายอยู่อีกหนึ่งตัว

   

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนได้โทรแจ้งผู้นำให้มาดูเหตุการณ์ช่วย  ขณะที่เหตุการณ์ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เช้าวันนั้นมีหมอกปกคลุมหนาทึบมาก แต่เมื่อเดินไปถึงตรงจุดที่ผูกวัวไว้ กลับพบว่าวัวนอนตาย ไส้ทะลัก ลูกตาหายไปข้างหนึ่ง เห็นแล้วตกใจมาก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นฝูงหมากลุ่มเดียวกันหรือไม่ นายใสกล่าว

 

ด้านนายแพทย์จรูญวิทย์  นะพรรัมย์  หน.กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์  สนง.ปศุสัตว์ จ.สุรินทร์  ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเรื่องนี้ว่า ขอให้พี่น้องประชาชนที่ปล่อยฝูงวัวเลี้ยงตามท้องนา ต้องระมัดระวังสัตว์เลี้ยงของตนเองให้ดี ควรที่จะทำคอกล้อมไว้ให้มิดชิดในช่วงกลางคืนเพื่อป้องกันปัญหาจากสัตว์ร้ายเหล่านี้

 

ทั้งนี้นายก อบต.ไผ่ ในฐานะเจ้าพนักงานในพื้นที่ ได้สรุปประเด็นในเรื่องนี้ว่า ฆาตรกรตัวร้ายที่เข้าทำร้ายวัว คือฝูงสุนัขอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้น ทางจนท.ตร.สภ.รัตนบุรี ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว ซึ่งจะได้เร่งสืบหาแหล่งกบดาน ว่าเป็นสุนัขที่มีเจ้าของหรือสุนัขจรจัด ให้ได้โดยเร็ว และขอเรียนว่าเรื่องที่วัวตายก็ไม่น่าจะใช่เรื่องหมาผีปอบตามที่ชาวบ้านผวากัน ตนจึงขอฝากถึงพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันกำกับดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดี มีคอกให้มิดชิด อย่าปล่อยไว้ตามลำพังนายก อบต.ไผ่กล่าว

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้นำหมู่บ้าน ร่วมกับชาวบ้าน ได้ล่าตระเวนเฝ้าระวังสุนัขที่ออกมากัดกินวัว กระทั่งพบสุนัขตัวใหญ่ 3 ตัว ( ไม่ทราบสายพันธุ์ ) และไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ ออกมาเดินวนเวียนอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ หลังจากนี้ทางผู้นำหมู่บ้านก็จะประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านในเขตพื้นที่บ้านไผ่ , บ้านช่อง , บ้านคอนสวรรค์ , บ้านนาอุดม ให้ดูแลและเฝ้าระวังสัตว์เลี้ยงของตนเองให้ดี