"ทิพานัน" เผยข่าวดีชาวกทม.โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรีคืบหน้าเกือบ 100%แล้ว เตรียมใช้งานปีนี้ ชูการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นผลงานโดดเด่น ของ"พล.อ.ประยุทธ์" พาประเทศไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน

23 ม.ค. 66 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงของการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสร้างเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 เห็นชอบให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินงานรถไฟฟ้าสายสีชมพูในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธา ค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งบริหารเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ วงเงินลงทุน 53,490.00ล้านบาท


น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ถือเป็นรถไฟฟ้าสายสำคัญ โดยเป็นโครงการหนึ่งในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (Mass Rapid Transit Master Plan in Bangkok Metropolitan Region: M-MAP) เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ด้านเหนือของกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร เป็นระบบขนส่งมวลชนสายรองประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีลักษณะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเขตมีนบุรีและจังหวัดนนทบุรี มีทั้งหมด 30 สถานี ประกอบด้วย


1. สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี 2. สถานีแคราย 3. สถานีสนามบินน้ำ 4. สถานีสามัคคี 5. สถานีกรมชลประทาน 6. สถานีแยกปากเกร็ด7. สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด 8. สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 9. สถานีเมืองทองธานี 10. สถานีศรีรัช 11. สถานีแจ้งวัฒนะ 14 12. สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 13. สถานีทีโอที 14. สถานีหลักสี่ 15. สถานีราชภัฏพระนคร 16. สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ 17. สถานีรามอินทรา 3 18. สถานีลาดปลาเค้า 19. สถานีรามอินทรา กม.4 20. สถานีมัยลาภ 21. สถานีวัชรพล 22. สถานีรามอินทรา กม.6 23. สถานีคู้บอน 24. สถานีรามอินทรา 83 25. สถานีปัญญาอินทรา 26. สถานีนพรัตน์ 27. สถานีบางชัน 28. สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ 29. สถานีตลาดมีนบุรี และ30. สถานีมีนบุรี


ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีชมพูยังมีจุดเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีอื่น ๆ ถึง 6 สาย ไม่ว่าจะเป็น1. รถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม หรือรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี 2. รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี 3. รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ที่สถานีหลักสี่4. รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่สถานวัดพระศรีมหาธาตุ5. รถไฟฟ้าสายสีเทา ที่สถานีวัชรพล6. รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่สถานีปลายทางอย่างสถานีมีนบุรี

มีการเชื่อมต่อเส้นทางสายแยก (อิมแพคลิงก์) ที่มีจุดบริการอีก 3 สถานี ดังนี้ 1. สถานีศรีรัช 2. สถานีอิมแพค ชาเลนเจอร์ 3. สถานีทะเลสาบ เมืองทองธานี


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการหลักคือ รถไฟฟ้า สายสีชมพู มีนบุรี - แคราย ในเดือนธันวาคม 2565 งานโยธา อยู่ที่ 94.43% งานระบบรถไฟฟ้า อยู่ที่ 94.49% ความก้าวหน้ารวมอยู่ที่ 94.48% โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 สำหรับส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ปัจจุบันความคืบหน้าของงานโยธา อยู่ที่ 13.45% งานระบบรถไฟฟ้า อยู่ที่ 4.59% ความก้าวหน้ารวม อยู่ที่ 10.48% โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2568


“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนับเป็นผลงานที่โดดเด่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลาจึงจะเห็นผล ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้เร่งรัดและติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง และต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันผลักดันและที่สำคัญคือความร่วมมือและเข้าใจของพี่น้องประชาชน เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นทางเลือกให้กับประชาชน แบ่งเบาภาระในการเดินทาง ประหยัดเวลา แก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่น และกระจายความเจริญไปในพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางของรถไฟฟ้า ลดมลพิษเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนอกจากจะเร่งโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาประเทศให้เติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างยั่งยืน”รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว