หนุ่มวอนตำรวจเร่งตามคดี หลังแฟนสาวถูกรถชนดับคาที่แล้วหนี ลากร่างไกลกว่า 2 กิโลเมตร
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพตามหารถกระบะต้องสงสัย ขับรถชนเพื่อนเสียชีวิต โดยลากร่างไกลกว่า 2 กิโลเมตร และยังถูกรถทับซ้ำสอง ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 26 ต.ค. 65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง หมู่บ้านศรีประวัติฟลอร่า2 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พบนายมาตประสม อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นแฟนของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นางสาวนลินี อายุ 23 ปี ถูกรถทับลากไกลกว่า 2 กิโลเมตร ตั้งแต่หน้าหมู่บ้านศรีประวัติฟลอร่า2 จนถึงหน้าหมู่บ้านนนทรีฟลอร่า ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
นายมาตประสม เล่าว่า วันเกิดเหตุตนไปดื่มกินเลี้ยงสังสรรค์กันที่ร้านเพื่อนกับแฟน ขากลับตนนั่งแท็กซี่กลับมาพร้อมแฟน ถึงบ้านประมาณ 02.00 น. ตนพยายามลากแฟนลงมาจากรถ แต่บ้านตนมีน้ำท่วม จึงให้แฟนไปรอที่หน้าบ้านและตนก็เก็บของทุกอย่าง ก่อนที่จะเข้าบ้านไปเอาเงินเพื่อที่จะจ่ายค่ารถ หลังจากนั้นตนก็จำความอะไรไม่ได้ยอมรับว่าเมาแล้วภาพตัด
จนกระทั่งเช้ามาแม่เข้ามาปลุกตนบอกว่าแฟนถูกรถชนให้ไปดูว่าใช่แฟนตนหรือไม่ พอตนออกไปที่โรงพักก็ไม่สามารถดูได้เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าให้ญาติติดต่อมาอย่างเดียว แต่ตนก็ไม่ทราบว่าแฟนออกจากบ้านไปตอนไหน ไม่มีการทะเลาะกันมาก่อน แต่พักหลังแฟนเริ่มเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เวลาเมาก็จะมาโวยวายแต่ตนก็เข้าใจ วันก่อนเกิดเหตุในแท็กซี่แฟนตนก็บ่นเรื่องเดิม แต่ตนไม่ทราบว่าหลังจากที่ถึงบ้านแล้วเขาออกจากบ้านไปตอนไหน เ
ส่วนในเรื่องของคดีเหตุเกิดวันที่ 11 ต.ค.65 แฟนถูกรถชนเสียชีวิต ในวันที่ 12 ต.ค.65 พ่อแม่ของแฟนตนเข้ามาติดต่อเพื่อรับศพ หลังจากนั้นตนก็พยายามไล่ดูกล้องวงจรปิดทั่วพื้นที่ใกล้ที่เกิดเหตุ เห็นแต่ภาพรถต้องสงสัยแต่ไม่เห็นหมายเลขทะเบียน ตนจะต้องไปดูเพิ่มที่ทวีพัฒนาเพราะกล้องที่หามาได้เป็นกล้องในเขตพื้นที่ปลายบาง ช่วงนี้ตนยังไม่สามารถทำอะไรได้เพราะยังคงตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและเสียใจ นอนไม่หลับ จึงอยากให้กระบะที่ชนแฟนของตนเข้ามารับผิดชอบและชดใช้ในสิ่งที่ทำ
นายไพบูลย์ อายุ 67 ปี รปภ. ผู้พบศพผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ในวันเกิดเหตุมีรถกระบะขับผ่านหน้าป้อมยาม ต่อมาตนก็พบศพอยู่บนถนนจึงเดินไปตรวจสอบ จากนั้นจึงประสานรถกู้ชีพและตำรวจมาที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา ซึ่งตนไม่ได้ยินเสียงชนหรือเสียงศพที่หล่นกระแทกพื้น มีแต่ชาวบ้านมาบอกตนให้ไปดูแล้วก็เดินกลับไปปล่อยให้ตนอยู่ที่ป้อมคนเดียว หลังจากที่รู้ว่าผู้เสียชีวิตถูกลากมากว่า 2 กิโลเมตร ก็รู้สึกตกใจและขอให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ
ร.ต.อ. วีระพงษ์ ศรีสุภา ร้อยเวรรับผิดชอบคดี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปลายบางได้รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้า วันที่ 11 ต.ค.65 เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุแต่ไม่พบผู้บาดเจ็บแล้วรถคู่กรณี ถัดไปบริเวณหน้าหมู่บ้านนนทรีฟลอร่า พบศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่ซึ่งห่างจากจุดที่ถูกชนกว่า 2 กิโลเมตร สภาพศพมีร่างกายและหน้าอกฉีกขาดจมกองเลือด ไม่พบเอกสารในตัว
หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนก็ติดตามไล่กล้องวงจรปิดหลายจุดโดยดูกล้องย้อนหลังตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุบริเวณบนทางด่วน สามารถบันทึกภาพรถคันดังกล่าวได้แต่เลขทะเบียนไม่ชัดเจน ทราบเพียงหมวดจังหวัดเป็นของ กทม. เพราะคืนเกิดเหตุฝนตกกล้องมัวไม่ชัดตำรวจจึงยังไม่สามารถระบุได้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถผู้ต้องหา ต่อมาก็ไล่กล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุพบว่ารถต้องสงสัยคันนี้ขับมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครปฐม ซึ่งตั้งแต่วันเกิดเหตุจนวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจยังติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวอยู่ตลอด
ซึ่งทางญาติผู้เสียชีวิตก็เดินทางมาพบหรือสอบถามตำรวจแล้ว ทางตำรวจจะให้ข้อมูลกับทางญาติแท้ ๆ ของผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ทางแฟนผู้เสียชีวิตนั้นไม่มีการจดทะเบียนสมรสตำรวจจึงไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ เหตุการณ์ดังกล่าวตำรวจก็ยังไม่ทราบว่าสาเหตุมาจากเพราะแฟนกับผู้ตายอยู่ด้วยกันสองคนในวันเกิด ตำรวจจึงเรียกแฟนผู้ตายมาสอบปากคำในวันนี้แต่ถูกเลื่อนไปเป็นวันพรุ่งนี้ก็จะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามหากตำรวจสืบสวนแล้วพบหมายเลขทะเบียนที่ชัดเจนแล้วทราบชื่อผู้ขับขี่ก็จะดำเนินการออกหมายเรียก ตามขั้นตอนตามกฎหมาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแกความตาย

















