ระทึก! หญิงคลุ้มคลั่งจับลูกชาย 8 ขวบ ขังเป็นตัวประกัน ขู่กระโดดตึกหนีปัญหาชีวิตรุมเร้า ด้านตำรวจเกลี้ยกล่อมนาน 2 ชั่วโมงจึงเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ พร้อมนำตัวส่ง รพ. ตำรวจ หาสารเสพติด และอาการทางจิตต่อไป
วันที่ 9 ก.ค.65 พ.ต.อ. รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก. สน.ลาดพร้าว ออกตรวจพื้นที่ หลังได้รับแจ้งเหตุหญิงจะกระโดดจากที่สูง เหตุเกิดที่คอนโดนิรันดร์ ซิตี ซอยลาดพร้าว 101 แยก 36 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิง และกู้ภัยหัวหมาก รวมถึงเตรียมเบาะลมไปยังที่เกิดเหตุด้วย
ในที่เกิดเหตุพบหญิงทราบชื่อคือ นางสาวณัฏฐ์รินทร์ หงษ์ธนากุล หรือ ริน อายุ 40 ปี นั่งอยู่คอมเพรสเซอร์แอร์ซึ่งติดอยู่กับขอบหน้าต่างห้อง 1240/87 ชั้น 7 โดยหันหน้าเข้าห้อง พร้อมกับเอามือจับลูกชายอายุ 8 ขวบ ลูกครึ่งเกาหลีใต้ที่ยืนอยู่ที่พื้นภายในห้อง หญิงคนดังกล่าวมีอาการคลุ้มคลั่ง พูดจาโวยวาย ด้าน พ.ต.อ.รุ่งสกุล พร้อมกำลังเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมนานเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนฉวยโอกาสหญิงดังกล่าวไม่ทันระวังตัวเข้าชาร์จควบคุมตัวไว้ได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่ และเด็ก
ด้าน นางสาวนัชชา เดชบุญ อายุ 20 ปี กล่าวว่า ตนเองเป็นเพื่อนข้างห้องเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น. ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ขอความช่วยเหลือดังมาจากในห้องตลอดเวลา แต่ไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ช่วงเย็นวันที่ 8 ก.ค. เห็นพ่อ แม่ และเด็กไปนั่งทานข้าวกันด้านล่าง กระทั่งเด็กมาร้องขอความช่วยเหลือในช่วงเช้าซึ่งไม่ทราบสาเหตุ แต่ที่ผ่านมามักจะได้ยินเสียงหญิงดังกล่าวดุด่าลูกชายด้วยถ้อยคำหยาบคายอยู่บ่อยครั้ง ส่วนครั้งนี้ลักษณะเหมือนมีอาการเครียด โดยปิดประตูห้อง และขังลูกชายไว้ ส่วนมือหนึ่งถือมีด และบังคับไม่ให้ลูกชายออกนอกห้อง คาดว่าเกิดจากอาการเครียดปัญหาครอบครัว และเรื่องเงิน ซึ่งหญิงคนดังกล่าวมีความพยายามโทรขอความช่วยเหลือจากหมอปลาอีกด้วย
จากการสอบถามหญิงคนดังกล่าวพบว่า อาศัยอยู่ที่นี่มาประมาณ 15 ปี มีอาชีพรับจ้างซักรีด เมื่อก่อนมีสามีเป็นชาวเกาหลีใต้ มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ก่อนเลิกรากันไปหลายปีแล้ว ตอนนี้น่าจะไปอยู่ประเทศเกาหลีใต้แล้ว มีส่งเงินมาช่วยเหลือเพื่อเลี้ยงดูลูกชายบ้าง ต่อมานางสาวรินมีสามีใหม่ และมีปัญหาเรื่องครอบครัว รวมถึงเรื่องเงินมาตลอด ก่อนเกิดเหตุทะเลาะกับสามีใหม่จนทำให้เครียด ประกอบกับอาจมีการเสพยาเสพติดด้วย จึงทำให้คลุ้มคลั่ง หลังจากนี้จะนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก จากนั้นจะสอบปากคำ รวมทั้งตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย และตรวจอาการทางจิต ที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

















