23 เม.ย. 2565 แฟนเพจเฟซบุ๊กสโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา โพสต์ภาพพวงหรีดสีดำ พร้อมข้อความว่า “มีพวงหรีดจากบุคคลปริศนาส่งถึงคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ในงานวิชาการ ซึ่งจัดโดยคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการโรงแรมเทาทอง ม.บูรพา ปรากฎว่า พวงหรีดดังกล่าวมีข้อความ ระบุว่า แด่คณบดี pollaw ผู้บ้าอำนาจ”
ทั้งนี้ ภาพพวงหรีดที่ปรากฎในแฟนเพจฯ นั้น มีทั้งหมด 4 ภาพ โดยภาพสุดท้าย คล้ายกับว่า พวงหรีดได้ถูกทิ้งลงถังขยะ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครทราบว่า บุคคลใดเป็นผู้ส่งพวงหรีดให้คณบดี และเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่คณะรัฐศาสตร์
ทว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน สโมสรฯ ได้เผยแพร่บันทึกข้อความของผู้ช่วยศาสตราจารย์อนุรัตน์ อนันทนาธร หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ ถึงอธิการบดี ผ่านคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฯ
โดยเนื้อหาในบันทึกข้อความฉบับดังกล่าว ระบุว่า ตามที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้มีคำสั่งแต่งตั้งกระผม นายอนุรัตน์ อนันทนาธร ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เป็นหัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา กระผมมีความประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ เนื่องจากไม่มีความสามารถจำเป็นหัวหน้าภาคฯ ที่ดีได้ และต้องการไปทำงานด้านวิชาการ โดยขอลาออกตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 เป็นต้นไป และไม่ประสงค์จะรักษาการในตำแหน่งแต่อย่างไร
วันเดียวกัน สโมสรฯ ยังเผยแพร่สาส์นจากหัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ ถึงประชาคมรัฐประศาสนศาสตร์ โดยใจความสำคัญเป็นการแจ้งเรื่องการลาออกจากหัวหน้าภาควิชาฯ
“สืบเนื่องจากการประชุมกรรมการประจำคณะ ผมเป็นคณะกรรมการประจำคณะโดยตำแหน่ง เป็นตัวแทนของภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งผมเองได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยการเข้าประชุมเกือบทุกครั้งในสถานที่ตั้ง แต่ในการประชุมวันนี้ระหว่างการประชุม วาระการพิจารณาการเปลี่ยนประเภทการลาศึกษาต่อของอาจารย์XXX จากลาบางเวลา เป็นเรียนเต็มเวลา
ผมถูกประธาน (คณบดี) เชิญออกนอกห้องการประชุม โดยไม่รู้สาเหตุ และไม่มีการแจ้งล่วงหน้าจะพิจารณาเรื่องใด เกี่ยวข้องอย่างไรกับผมและมีเหตุผลจำเป็นใดที่ผมต้องออกนอกห้องการประชุม เพราะโดยปกติแล้วการเชิญคนออกนอกห้องการประชุมจะต้องเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นั้นไม่สามารถอยู่ร่วมได้ เช่น การถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดและต้องมีการดำเนินการสอบสวน, การพิจารณาการลงโทษกรณีทำผิดวินัย แต่จะดำเนินการเฉพาะกับบุคลากรที่ถูกกล่าวหา แต่กรณีนี้ผมเป็นคณะกรรมการประจำคณะและตัวแทนของภาควิชาฯ ที่กำลังจะพิจารณาเรื่องอาจารย์ในภาค แต่ถูกเชิญออกนอกห้องประชุมและผมอาจจะเป็นกรรมการคณะคนแรกที่ถูกเชิญออกจากห้องการประชุม โดยไม่รู้สาเหตุ
สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับผมถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องของการหมิ่นเกียรติ หมิ่นศักดิ์ศรี ผมเป็นอาจารย์มาเกือบ 20 ปี มีชื่อเสียงในแวดวงวิชาการและการบริหารพอสมควร เป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการหน่วยงานภายนอกในระดับชาติหลายแห่ง การกระทำดังกล่าว ผมไม่อาจรับได้ ผมจึงตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์
ผมตั้งใจจะลาออกโดยให้มีผลตั้งแต่วันนี้ แต่ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบและเป็นชื่อเสียงของคณะในการเป็นประธานอำนวยการจัดงานวิชาการเครือข่ายฯ ที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้และจะสิ้นสุดในวันอาทิตย์ รวมถึงการประชุมภาควิชาฯ เพื่อพิจารณาเกรดของนิสิต ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายที่ผมเป็นหัวหน้าภาค
ผมใคร่ขอความร่วมมือทุกท่านในฐานะที่ภาควิชาฯ เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน โปรดช่วยผมทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นไปโดยสมบูรณ์..."














