30 มี.ค. วันไบโพลาร์โลก หรือ วันโรคอารมณ์ 2 ขั้ว กำหนดไว้ให้สร้างความรู้ความเข้าใจ
ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็น 1 ในกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติ พบบ่อยในทั่วโลก มาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กัน
กรมสุขภาพจิต อธิบาย โรคไบโพลาร์ หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว ไว้ว่า เป็นโรคในกลุ่มจิตเวช ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ พบบ่อยในช่วงอายุ 15-19 ปี รองลงมาคือ อายุ 20-24 ปี ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีอาการครั้งแรก ก่อนอายุ 20 ปี และกลับมาเป็นซ้ำสูงถึง 70-90 %
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า โรคไบโพลาร์ หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว จะมีอาการอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย แต่จริง ๆ แล้วอาการของผู้ป่วย จะมีอารมณ์แปรปรวน สลับ อารมณ์ดี หรือ มีอาการก้าวร้าวผิดปกติ สลับกับ ซึมเศร้าผิดปกติ อาการจะอยู่นานเป็นสัปดาห์ บางคนอาการเป็นอยู่หลายเดือน ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหลายด้าน

สาเหตุของอาการไบโพลาร์ แบ่งได้ 3 สาเหตุหลัก ๆ
1. ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ความผิดปกติของระบบฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย
2. สภาพสังคม การปรับตัวเข้ากับความเครียด หรือปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้
3. พันธุกรรม จากการศึกษาพบว่า โรคนี้เกิดบ่อยในครอบครัวที่มีผู้ป่วยไบโพลาร์
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก ยังระบุว่า โรคไบโพลาร์ มีความเสี่ยงสูงต่อการฆ่าตัวตายมากกว่าโรคจิตเวชอื่น ๆ
ซึ่งพฤติกรรมการฆ่าตัวตายจะมีความสัมพันธ์กับระดับความรุนแรงของภาวะซึมเศร้า ซึ่งต้องได้รับการรักษาและการบำบัดที่ถูกต้อง
วิธีการรักษา ทำได้ด้วยการรักษาด้วยการใช้ยา ร่วมกับ การบำบัดทางจิตใจ และต้องดูแลตัวเองในด้านต่าง ๆ ควบคู่ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะหาย และกลับมาใช้ชีวิตได้ในเวลาประมาณ 2-8 สัปดาห์ ครอบครัว บุคคลใกล้ชิด ควรทำความเข้าใจและให้กำลังใจผู้ป่วยเสมอ














