ความหวังอันริบหรี่ดับลงแล้ว หลังทางการจีนรายงานว่า ไม่พบผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์น ตก ทั้งนี้ พบกล่องดำกล่องที่ 2 แล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุการตกต่อไป

 

วันที่ 27 มีนาคม 2565 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทีมกู้ภัยพบกล่องดำ หรือเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน กล่องที่สองเรียบร้อยแล้ว โดยพบจากซากปรักหักพังของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์น ที่ชนเข้ากับภูเขาทางตอนใต้ของจีน

โดยเที่ยวบิน MU5735 มีผู้โดยสาร 132 คนอยู่บนเครื่อง ขณะที่กำลังเดินทางจากเมืองคุนหมิงทางตะวันตกเฉียงใต้ไปยังกว่างโจวเมื่อวันจันทร์ (21 มี.ค. 65)

ถึงแม้ว่าความหวังเพียงในการค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังหล่าวจะมีเพียงน้อยนิด แต่ทางทีมกู้ภัยก็จะได้พยายามกันอย่างเต็มที่ในการกู้ภัยเพื่อหาผู้รอดชีวิต แต่ในการแถลงข่าวช่วงดึกของวันเสาร์ (26 มี.ค. 65) เจ้าหน้าที่ประกาศว่าทุกคนบนเครื่องบินลำดังกล่าว รวมถึงลูกเรืออีก 9 คน ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ กล่องดำอีกกล่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน ถูกพบเมื่อวันพุธ (23 มี.ค. 65) และถูกส่งไปยังปักกิ่งเพื่อตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งกล่องดำกล่องที่สองถูกขุดขึ้นมาจากทางลาดที่จุดเกิดเหตุ ในสภาพที่เป็นโคลน เนื่องจากฝนตกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และอยู่ห่างไปราว 40 เมตรจากจุดที่เกิดเหตุ และ อยู่ลึกลงไป 1.5 เมตร หรือประมาณ 5 ฟุต

โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นหายนะทางอากาศที่ร้ายแรงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่นับตั้งแต่ปี 1994 เมื่อสายการบินไชนา นอร์ทเวสต์ แอร์ไลน์ (China Northwest Airlines) เที่ยวบินจากซีอานไปกว่างโจวตก และคร่าชีวิตผู้คนทั้งหมด 160 คน

อ้างอิงจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน ‘FlightRadar24’ Flightradar24: Live Flight Tracker - Real-Time Flight Tracker Map แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินลำดังกล่าวดิ่งลงที่อัตรา 31,000 ฟุตต่อนาที

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นักบินไม่ตอบสนองต่อการโทรซ้ำจากผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ และเครื่องบินใกล้เคียง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะระบุสาเหตุของการชน และการชนมักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน

ทั้งนี้ ทางการจีนเป็นผู้นในำการสอบสวนเหตุเครื่องบินตก และยังเชิญสหรัฐอเมริกาให้เข้าร่วมการสอบสวนในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ได้รับการออกแบบ และผลิตขึ้นที่นั่น

ด้านคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NTSB)  กล่าวว่า กำลังทำงานร่วมกับทางการสหรัฐฯ และจีนในการแก้ไขปัญหาวีซ่าและการกักตัวก่อนเข้าร่วมการสอบสวนดังกล่าว