'นิหน่า สุฐิตา' อัปเดตอาการสามีหลังป่วยมะเร็ง 2 ปี แต่ก็ไม่ประมาท แนะให้ทุกคนควรตรวจสุขภาพ

 

พิธีกรและนักแสดงสาว 'นิหน่า สุฐิตา' ได้เผยว่าโล่งใจตอนนี้ สำหรับอาการป่วยของสามี 'แบงค์ พชร' ที่หายมะเร็งตับแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ หลังติดตามอัปเดตมานานตลอด 2 ปีแต่ยังไม่ประมาทตรวจเช็กอยู่เรื่อยๆ รับเปลี่ยนการใช้ชีวิตมากกว่าเดิม อยู่กับปัจจุบันและให้กำลังใจกันเสมอ แนะให้ทุกคนหมั่นตรวจสุขภาพ เพราะถ้าเจอเร็วรักษาเร็วก็หายได้

ขอถามถึงอัปเดตอาการป่วยมะเร็งของสามีหน่อย?
- อาการของคุณแบงค์ตอนนี้ก็ที่ไปตรวจมาล่าสุด ทางคุณหมอบอกว่าตัวก้อนเดิมก้อนเนื้อที่ไม่ดีที่เรารักษามาน่าจะหมดไป 100% แล้วแต่ถามว่าเราประมาทได้ไหมยังประมาทไม่ได้ในเรื่องของสุขภาพ เพราะครั้งหนึ่งมันเกิดมาแล้ว เราต้องคอยติดตามอยู่เรื่อยๆ แต่มันเป็นจุดเปลี่ยนจุดผ่านของชีวิตมากๆ ของเราและสามี จนคิดว่าเราไม่ได้แข็งแรงมาก ไม่เป็นอะไรเลย กลายเป็นว่าคนที่ดูแลสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นอะไรเลยแต่อยู่ดีๆ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตก็เป็นไปได้ ก็เลยหันมาใส่ใจกันมากขึ้นใส่ใจสุขภาพกันกว่าเดิม ทุกวันนี้ก็ต้องคอยตามดูกันทุก 4-6 เดือน

คุณหมอยืนยัน 100% หรือยังว่าหายแล้ว?
- ก็เป็นตัวเดิมก้อนเดิมคุณหมอก็บอกว่าหายแล้ว เพราะตามดูมาตลอดระยะ 2 ปี ตัวเดิมมันก็ไม่มีอะไร เพราะในส่วนของคุณแบงค์มันก็ยังไม่มีอะไรที่น่าสงสัยมันไม่โตขึ้น เราเองก็ไปผ่าถุงน้ำดีออกมาด้วย ความที่ตรวจร่างกายตลอดก็ไปเจอว่ามีติ่งนี้มาหลายปีแล้ว และก็เป็นสิ่งที่ไม่ชอบไม่ดีและเป็นขนาดที่ใกล้จะอันตรายก็เลยบอกคุณหมอว่าเอาออกเราไม่กลัวก็เลยให้เอาออกเลย

วิธีการใช้ชีวิตของครอบครัวต้องเปลี่ยนไปไหม?
- ก็เปลี่ยนไปค่ะ เปลี่ยนไปเยอะมากเพราะอย่างตัวคุณแบงค์เองเมื่อก่อนอาจจะมีดื่มบ้าง ก็กลับเปลี่ยนมาแบบว่าลดลง กลับมาคิดมากขึ้น มาทดลองกินอะไรกลับมารักษา กลับมาชั่งน้ำหนัก กลับมาเฮลตี้มากขึ้น เราก็เลยให้คุณค่ากับการใช้เวลากันมากขึ้น

เราให้กำลังใจกันยังไงบ้าง เพราะว่าโลกนี้มันต้องการกำลังใจนะ?
- ใช่ค่ะ ตั้งแต่มีเรื่องนี้มามีคนส่งข้อความ ทัก DM มาถามเยอะมาก บางคนส่งข้อความมาปรึกษาและคุยกันมาเยอะมากจนบางคนต้องบอกว่าคุยกันมาสักพักแล้วบอกว่าสามีไม่อยู่แล้วนะ เราก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าจะคิดหนักมากเลยที่เจอสภาวะแบบนี้เราก็เลยบอกว่าเราไม่ใช่หมอนะอาจจะแนะนำอะไรได้ไม่มากแต่สิ่งที่แนะนำได้ก็คือให้อยู่กับปัจจุบันและให้กำลังใจกัน เพราะว่าตอนที่เกิดเหตุเราก็แอบมีเซเหมือนกัน แล้วก็มีรุ่นพี่มาบอกเหมือนกันว่าปัญหาตรงหน้าคือตรงนี้ งั้นแก้ตรงนี้ก่อน อย่าพึ่งไปคิดล่วงหน้าว่า 5 ปี 10 ปี ต้องทำยังไง เพราะมันจะทำให้เราเครียดและคนที่อยู่ข้าง ๆ เราก็จะเครียด เราก็จะแนะนำเขาว่าให้กำลังใจและอยู่กับปัจจุบันจะดีที่สุด

ชีวิตสามีเขาเป็นยังไงบ้างตอนนี้?
- ชิลเลย เรียกว่าชิลล์เลยตอนนี้ แต่ก็ดีนะคะเพราะเหมือนว่าทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองมากขึ้น เปลี่ยนการใช้ชีวิตและมันก็เปลี่ยนจริง ๆ แล้วก็อยากจะให้ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพตรวจสุขภาพ เพราะบางคนบอกกลัวเจอนั่นเจอนี่แต่ถ้าเจอเร็วก็รักษาเร็วนะ บางคนบอกว่าอยู่ดี ๆ เราไปผ่าตัดถุงน้ำดีทำไม จะบอกว่าอยู่ดีเราไม่ได้ไปผ่าแต่เราคิดแล้วว่าถ้าปล่อยไว้มันก็จะไม่ดีก็เลยบอกว่าทุกอย่างมันคือการรักษา

สามีเราเขาใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้นไหม?
- ก็ไม่นะคะ เขาก็ใช้ชีวิตปกติ เพราะเราเคยบอกเขาว่าห้ามนูนห้ามนี่ อย่ากินนะอย่าทำนะ แล้วเขาก็บอกว่า เฮ้ย..ความสุขคืออะไร ตอนหลังมาเราก็เลยบอกว่าเอาแบบพอดี เขาอยากจะกินอะไรของอร่อยก็กินได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกวัน ก็เป็นการใช้ชีวิตให้สมดุลมากกว่า