ตรังเจอเด็กป่วยเมธเฮโมโกลบิน 3 ราย มากสุดในประเทศ หลังกินไส้กรอกไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. เตือน ปชช.ตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนรับประทาน ชี้อันตรายรุนแรงถึงชีวิต

 

นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น โฆษก ศบค.ตรัง กล่าวในการแถลงสถานการณ์ติดเชื้อโควิด -19 ประจำวัน พร้อมนำข้อมูล และคำเตือนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังมาแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นการเร่งด่วน เพื่อเตือนภัยไปยังผู้ปกครอง เนื่องจากขณะนี้มีการบริโภคไส้กรอก ซึ่งไม่ได้รับการรับรองคุณภาพจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้เด็กป่วยภาวะเมธเฮโมโกลบิน โดยจังหวัดตรังพบเด็กอายุ 8 – 12 ปี รวม 3 คน ในพื้นที่ ต.กะลาเส อ.สิเกา

สำหรับรายแรกเป็นเด็กชาย อายุ 12 ขวบ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา มารดาไปรับลูกที่โรงเรียนขากลับได้ผ่านร้านขายของชำ ซึ่งขายผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นไส้กรอกอยู่ในหมู่บ้าน จึงซื้อไส้กรอกมาหนึ่งถุงมีทั้งหมด 13 ชิ้น และเป็นไส้กรอกหลากสี มาทอดให้ลูกกินที่บ้าน มารดากิน 1 ชิ้น ส่วนเด็กเมื่อกินไปได้ประมาณ 8-9 ชิ้น เกิดอาการเวียนศีรษะ ล้มลง หน้าซีด ปลายมือปลายเท้าเขียว ผลการตรวจร่างกายที่ห้องฉุกเฉิน รพ.สิเกา พบว่า เด็กแขนขาอ่อนแรง และมีภาวะเขียวคล้ำ มีระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 79% แพทย์จึงให้ออกซิเจนและส่งตัวต่อมาที่โรงพยาบาลตรัง ได้รับออกซิเจนพบว่าออกซิเจนเพิ่มขึ้นเป็น 86% ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี อาการปลายมือปลายเท้าและยังเขียว ระดับออกซิเจนในเลือดดีขึ้น หลังจากกำจัดเฮโมโกลบิน อาการดีขึ้นจึงได้ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีเด็กชายอายุ 8 ขวบ และเด็กหญิง อายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นสองพี่น้อง ชาว ต.กะลาเส ถูกครอบครัวนำตัวส่งโรงพยาบาลวังวิเศษ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2565 ด้วยอาการเดียวกัน คือ แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน มีอาการปลายมือปลายเท้าเขียว ริมฝีปากเขียว เยื่อบุตาซีด หายใจเหนื่อย จากนั้นถูกนำตัวส่ง รพ.ตรัง ในเวลาต่อมา โดยมีอาการหลังกินไส้กรอกลักษณะเดียวกันไปประมาณ 15 นาทีเท่านั้น โดยทั้ง 2 คน ได้ออกจาก รพ.ตรัง แล้ว เมื่อวันที่ 30 และ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยสรุปทั้ง 3 ราย เกิดจากการกินไส้กรอกที่ไม่มีเลขทะเบียน อย. มีภาวะพร่องออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากภาวะเม็ดเฮโมโกลบินโดยมีสารปนเปื้อนในไส้กรอกคือ สารไนไตรท และไนเตรท เกินกว่ามาตรฐานซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างไส้กรอกดังกล่าวส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งปกติร่างกายของมนุษย์จะรับสารในไตรท และไนเตรท ไม่ควรจะเกินปริมาณ 30 ถึง 35 กรัม ถ้าได้รับเกินค่านี้จะเสียชีวิตทันที โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศที่ 281 ได้กำหนดปริมาณเกลือ ไนเตรทและไนไตรทในผลิตภัณฑ์เนื้อหมัก โดยให้ใช้เกลือโซเดียมในไตรทได้ปริมาณโดย 125 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และโซเดียมไนเตรท 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พบว่ามีปริมาณ 10% ของปริมาณสารในไตรท จากการผสมในเนื้อสัตว์และร้อยละ 90 ควรจะได้จากแหล่งอื่นที่มีไนเตรท โดยปกติสารในระดับนี้จะไม่มีพิษแต่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะถูกแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลำไส้เปลี่ยนไนเตรทให้เป็นไนไตรท และส่งผลให้มีภาวะดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนทราบว่าการบริโภคไส้กรอก ควรจะต้องดูว่ามีเลขทะเบียน อย.หรือไม่ หรือหากจะซื้อที่ปรุงสุกแล้วจากร้านค้า ควรจะสอบถามว่าผลิตภัณฑ์ไส้กรอกดังกล่าวได้รับ อย.หรือไม่ เพื่อจะได้ปลอดภัยไม่มีภาวะเมธเฮโมโกลบินนีเมีย ซึ่งจังหวัดตรัง พบถึง 3 ราย ถือว่ามากที่สุดของประเทศไทย จึงขอประชาชนระมัดระวังในการบริโภคไส้กรอกที่ไม่ได้รับทะเบียน อย.