ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบด่วน หลังนายทุนซื้อที่ดินหลายสิบไร่ แต่ล้อมรั้วกินพื้นที่เขตที่นาชาวบ้าน-สำนักสงฆ์ และเขตป่าสงวน หวั่นที่ดินของชุมชนตกเป็นของนายทุนแบบมีเงื่อนงำ

 

13 ธ.ค. 2564 ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ชั้น 1 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสุวิทย์ อินนาม ประธานชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริตคอร์รัปชัน จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยชาวบ้าน บ.หนองโน ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองที่ดินของกลุ่มนายทุนจากกรุงเทพฯ ที่ได้มีการล้อมรั้วในที่ดินของชาวบ้าน รวมทั้งเขตสำนักสงฆ์และพื้นที่ป่าสงวนติดกับเทือกเขาภูเม็ง อ.หนองเรือ หวั่นถูกนายทุนฮุบที่ดินไปโดยไม่ถูกต้อง โดยมี นายพงศ์พล ภูพุฒ นิติกร ประจำศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ทำการรับเรื่องและทำการสอบสวนตามระเบียบและขั้นตอนของศูนย์ดำรงธรรม

นางมาตย์ แนบตู้ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.8 บ.หนองโน ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ดินของตนเองนั้นถูกนายทุนล้อมรั้วกินพื้นที่ไปหลายสิบไร่ ซึ่งก็ไม่ทราบว่านายทุนดังกล่าวนั้นเป็นใคร รู้จากคนที่มาล้อมรั้วว่าเป็นนายทุนจากกรุงเทพฯ ที่อ้างว่าซื้อที่ดินในละแวกดังกล่าวของชุมชนไปแล้ว ซึ่งนอกจากการล้อมรั้วกินที่นาแล้วยังรวมไปถึงที่ดินของสำนักสงฆ์ บ.หนองโน รวมทั้งเขตป่าสงวนติดกับเทือกเขาภูเม็ง ซึ่งเรื่องนี้ได้แจ้งให้กับกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ทราบแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายก็เร่งหาทางออกและประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเรื่องก็เงียบหายไป ตัวเองและครอบครัวนอนไม่หลับมาหลายเดือน จึงตัดสินใจเดินทางจาก อ.หนองเรือ มายื่นเรื่องที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งตั้งขึ้นโดยนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลายทุกข์ รวมทั้งคลายข้อสงสัยให้กับชาวบ้านได้ทราบด้วยว่า การกระทำดังกล่าวนั้นถูกต้องหรือไม่

“ เมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา อยู่ ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่มาทำการล้อมรั้วที่ดิน ทั้งยังคงขยายวงไปในเขตสำนักสงฆ์และเขตป่าสงวน รวมทั้งลำธารของชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบว่า มีนายทุนมาซื้อที่ดินในจุดดังกล่าวไปแล้วกว่า 20 ไร่ ซึ่งก็งงว่าใครขายที่ดินเพราะไม่ทราบเรื่อง จึงเกิดการโต้เถียงและนำเรื่องไปปรึกษากำนันและผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ที่มาล้อมรั้วแจ้งความว่าบุกรุกทั้งที่เป็นที่นาที่ดินของตัวเอง จึงนอนไม่หลับมานานหลายเดือน ก่อนตัดสินใจที่จะเดินทางมาพร้อมกับเครือข่ายชมรมฯ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเทือกเขาภูเม็งนั้นเป็นพื้นที่ต้นน้ำ เป็นพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งการล้อมรั้วของนายทุนดังกล่าวกินพื้นที่ไปมากเลยทีเดียว” นางมาตย์ กล่าว

นายสุวิทย์ อินนาม ประธานชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริตคอร์รัปชัน จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องจากชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย จึงได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ทั้งเอกสารหลักฐานที่ดิน ภาพถ่ายผ่านดาวเทียม และภาพถ่ายทางอากาศของสภาพพื้นที่ ซึ่งพบว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นแนวเขตป่าสงวน หรืออาจจะคาบเกี่ยวพื้นที่อุทยาน รวมไปถึงที่ดินของสำนักสงฆ์ จึงได้รวบรวมข้อมูลและนำผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากการร้องเรียนในระดับพื้นที่นั้นล่าช้าและเรื่องก็เงียบหายไป จนชาวบ้านถูกแจ้งความจับว่าบุกรุก อย่างไรก็ตาม การร้องเรียนดังกล่าวผ่านการทำงานกับจังหวัด เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันทุกฝ่ายว่า การถือสิทธิ์ที่ดินของนายทุนดังกล่าวนั้นถูกต้องหรือไม่ การล้อมรั้วและกำหนดเขตแนวที่ดินนั้นรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่อุทยาน พื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ของชาวบ้านหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการกระทำในลักษณะดังกล่าวของกลุ่มนายทุนในหลายพื้นที่อำเภอของจังหวัด ซึ่งหากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ชัดและถูกต้อง ก็จะทำให้ที่ดินของชาวบ้าน รวมไปถึงที่ดินในเขตป่าสงวนหรือเขตอุทยาน จะต้องตกเป็นของนายทุนได้โดยที่ชาวบ้านหรือหน่วยงานรัฐไม่รู้เรื่อง จึงถึงเวลาที่จะต้องมีการตรวจสอบภาพรวมทั้งจังหวัด ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดต่อไป