เจ๊อ้วนยอมรับว่าทันทีที่ตนเองเห็นสภาพของสามีแล้ว ตนเองไม่คิดเลยว่า มันจะต้องฆ่าเสี่ยหมาสโหดเหี้ยมขนาดนี้ แต่ตนเองก็รับไม่ได้จริงๆ

 

ช่วงแรกที่เจอศพตนเองไม่คิดด้วยซ้ำว่านายชัยจะเป็นคนทำ เนื่องจากนายชัยเป็นเพื่อนสนิทของเสี่ยตั้งแต่อยู่ในคุกด้วยกัน คิดด้วยซ้ำว่า นายชัยจะรับเงินจากตนเองและร่วมมือกับเสี่ยมาฆ่าตนเองและลูกสาว เพราะถึงแม้ตนเองจะสั่งงานชัยฆ่าเสี่ย แต่ชัยรักเสี่ยหมาสมาก จึงอาจจะคิดหักหลังตนเอง

 

ส่วนนายชัยตนเองเคยเจอนายชัยอยู่บ้าง โดยทุกปี นายชัยจะแวะมาหาเสี่ยที่บ้าน โดยจะสั่งให้เสี่ยตัดทุเรียนใส่เข่งรอนายชัยไว้ 4-5 เข่งอยู่ตลอด และเวลาพูดคุยกับเสี่ย นายชัยจะไม่คุยให้ตนเองได้ยิน แต่จะกอดคอเสี่ยเดินออกไปคุยนอกบ้านตลอด

 

ครั้งสุดท้ายที่ตนเองเจอนายชัย คือ 15 มกราคม นายชัยเดินทางมาหาที่บ่อน มาขอให้ตนเองและเสี่ยช่วยจัดงานชนไก่ให้หน่อย เนื่องจากตอนนี้ร้อนเงินมาก แต่ตอนนั้นเสี่ยไม่อยู่ นายชัยจึงมีโอกาสพูดคุยกับตนเอง และตนเองได้ปรับทุกข์กับนายชัยเรื่องเสี่ยให้ฟัง ก่อนจะมีการพูดคุยกันเรื่องงานสั่งเก็บเสี่ย ซึ่งตนเองย้ำอีกครั้งว่า ได้ให้เงิน 1 แสนกับนายชัยไปจริงๆ แต่ไม่ใช่เป็นเงินค่าจ้างสั่งตายเสี่ย เป็นเพียงเงินที่ตนเองช่วยเหลือนายชัยเท่านั้น เพราะหากตนเองไม่ให้นายชัย นายชัยไปขอเสี่ยก็ให้อยู่ดี

 

ยืนยัน ตนเองได้สั่งห้ามนายชัย ให้ยกเลิกภารกิจตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมแล้วหลังจากสั่งตายเสี่ยไป ไม่ใช่เพิ่งมาสั่งห้ามนายชัยเพียงแค่ 1 วัน ก่อนที่เสี่ยจะหายตัวไป

 

ส่วนประวัติของนายชัย ที่มีข้อมูลว่า เป็นมือปืน มืออุ้มฆ่า อันดับต้นๆของ จ.นครศรีธรรมราช มีประวัติการอุ้มฆ่ามาทั้งหมด 22 คดี (จากรายงานข่าวตำรวจ) เจ๊อ้วน ยืนยัน ตนเองไม่รู้ประวัติของนายชัยขนาดนั้น รู้เพียงแต่ว่า เป็นรุ่นพี่ของเสี่ยหมาส ที่เสี่ยหมาส คอยพึ่งพาอาศัยกันตอนอยู่ภายในคุก โดยเสี่ยหมาส จำคุกทั้งหมด 14 ปี 7 เดือน และออกจากคุกมาก่อนนายชัย ส่วนนายชัยออกจากคุกมาทีหลัง

 

ส่วนคืนวันเกิดเหตุ เจ๊อ้วน ยังยืนยันคำเดิมว่า ตนเองไม่ได้เห็นหน้าของนายชัย แต่นายชัย มายืนใกล้กับหน้าต่างไม้ข้างบ้าน ตนเองได้ยินเสียงเหมือนคนเคาะหน้าต่าง จึงได้ตะโกนไปว่า “ใคร ถ้าไม่ตอบจะไปคุยด้วย” จากนั้น ชายในเงามืดได้พูดว่า ”ชัย จะมาเอารถ” ตนเองได้ยินแค่นั้นจริงๆ และตกใจมาก ก่อนที่สักพักก็ได้ยินเสียงรถเบิ้ลฟอร์จูนเนอร์ของเสี่ยขับออกไปทันทีแต่ไม่รู้ว่าใครอยู่ในรถบ้าง

 

นอกจากนี้เธอยังยืนยันว่า ข้อมูลการโทรศัพท์นั้นว่า นายชัยโทรหาตนเองจำนวน 15 สาย ตนเองไม่รู้เรื่อง และไม่เคยคุยกับชัยหลังเสี่ยงหาย แต่หลังเสี่ยหายตนเองคุยกับเมียของนายชัยเท่านั้น โดยการพูดคุย เมียนายชัยแค่โทรมาสอบถามว่า เจอรถเสี่ยหรือยังด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น ไม่ได้โทรสั่งการใดๆ ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดที่เจ๊อ้วน เคยบอกกับทีมข่าวว่า นายชัย และเมียชัย เจ๊อ้วนแทนไม่รู้จัก และแทบไม่ได้คุยกัน จึงฟังดูขัดแย้งที่เมียนายชัยจะเป็นห่วงเป็นใยเจ๊อ้วนขนาดนั้น

 

ส่วนข้อมูลการโทรศัพท์บางเวลา เช่น 21.20 น. เจ๊อ้วนคุยกับนายชัยถึง 20 นาที คุยเรื่องอะไร เจ๊อ้วนอ้างว่า ตนเองอาจจะเผลอกดรับสาย มือไปโดน โดยไม่รู้ ก็เป็นไปได้

 

เมียเพื่อนสนิท “เสี่ยหมาส” ยอมรับ “เจ๊อ้วน” ขายบ่อนไก่ 15 ล้านให้จริง ยืนยัน โอนเงินทั้งหมด เข้าบัญชีอาสาว ไม่ได้เข้าบัญชีเจ๊อ้วนสักบาท

 

ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวยังได้เดินทางไปที่ร้านค้าซึ่งเป็นของเฮียนก เพื่อนสนิทของเสี่ยหมาสอีกด้วย หลังมีข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า “เจ๊อ้วน” ได้ตกลงขายบ่อนไก่ชนมูลค่าเกือบ 20 ล้าน ให้กับเพื่อนสนิทของเสี่ยหมาส หลังจากที่เสี่ยหายตัวไป ซึ่งที่ผ่านมา เจ๊อ้วน ยืนยันมาตลอดว่า เหตุผลที่ตนเองขายบ่อนไก่ชนดังกล่าวนั้น มาจากสาเหตุที่ตนเองดูแลธุรกิจบ่อนไก่อีกต่อไปไม่ไหว หากไม่มีเสี่ยหมาสแล้ว และไม่ใช่เป็นการขายบ่อนเพื่อยึดสมบัติไว้กับตัวเอง

 

เราได้เข้าไปสอบถาม คุณสวย (นามสมมติ) ภรรยาของเฮียนก เพื่อนสนิทของเสี่ยหมาส ซึ่งเป็นคนซื้อบ่อนไก่จำนวน 15 ล้านบาท ต่อจากเจ๊อ้วน โดยคุณสวยให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ตนเองนั้น ยืนยันว่า สามีของตนเองได้ซื้อกิจการบ่อนไก่จากเจ๊อ้วนจริง โดยก่อนหน้านี้ เฮียนกได้มาติดต่อเช่าธุรกิจบ่อนไก่จากเจ๊อ้วนก่อนรายปี ตกลงราคา อยู่ที่ 300,000 บาทต่อปี โดยมีการติดต่อทำสัญญากันเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจาก เจ๊อ้วนให้เหตุผลว่า คุมบ่อนต่อไปไม่ไหว

 

จากนั้นผ่านไปประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เจ๊อ้วนได้ติดต่อเฮียนกมาอีกครั้ง บอกว่า เปลี่ยนใจที่จะขายขาดทุนให้ จากราคาต้นทุนเกือบ 20 ล้าน จะขายให้ 14,700,000 บาท

 

จากนั้น เฮียนกจึงได้ตัดสินใจซื้อกิจการต่อจากเจ๊อ้วนทันที ซึ่งที่ดินบ่อนรวมสนาม ขนาด 5 ไร่ติดถนนใหญ่ ทางหลวงหมายเลข 41 มีมูลค่าสูง และราคาไม่แพง เฮียนกจึงให้ตนเองโอนเงินให้ทันที ซึ่งเจ๊อ้วน ได้บอกว่า ให้โอนเงินให้กับอาสาวของเจ๊อ้วน เนื่องจาก บ่อนไก่นั้น ไม่ใช่เป็นสมบัติของเจ๊อ้วน เจ้าของเงินลงทุน คือ อาสาว

 

ตนเองจึงเป็นผู้โอนเงิน 14,700,000 บาทเข้าบัญชีของอาสาวเจ๊อ้วนเอง ยืนยัน ไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีเจ๊อ้วนสักบาท

 

และหลังจากมีการซื้อขายธุรกิจบ่อนไก่กันเสร็จ เฮียนกได้เริ่มเปิดบ่อนไก่ครั้งแรกในวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา สำหรับบ่อนไก่ดังกล่าวนั้น มีการซื้อขายเปลี่ยนมากันมาหลายรอบแล้ว โดยเฮียนกเป็นคนล่าสุดที่ได้กิจการดังกล่าวไป

"เจ๊อ้วน" อ้างมือลั่นโทรหา "ชัย" 20 นาที ขายบ่อน 15 ล้าน เงินเข้ากระเป๋าใคร?