วันนี้ 31 ม.ค. 2567 เวลาประมาณ 10.30 น. ทางด้านครอบครัวของ น.ส.อรทัย (ผู้ตาย) ก็ได้มีการเข้ามานิมนต์พระสงฆ์จำนวน 1 รูป จากวัดโคกแขวน ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่ง น.ส.ธิดารัตน์ (น้องสาว) บอกว่าวันนี้จะเดินทางไปรับศพของพี่สาวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และมีการนำรูปถ่าย กระถางธูป เชือกขาว เตรียมไปเพื่อที่จะได้ทำการสวดนำทางดวงวิญญาณของ น.ส.อรทัย ระหว่างเดินทางกลับมา

จากนั้นทางด้านครอบครัวของ น.ส.อรทัย ได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป เดินทางไปเชิญดวงวิญญาณของ น.ส.อรทัย บริเวณไร่ข้าวโพดจุดที่พบศพ โดยมีการนำดอกไม้ธูปเทียนพร้อมกับเหล้าขาว 1 ขวด มาไหว้เจ้าที่เจ้าทางเพื่อขอเปิดทางนำพาดวงวิญญาณ น.ส.อรทัย กลับ



หลังจากเสร็จสิ้นพิธีของสงฆ์แล้ว ก็ได้มีคนเฒ่าคนแก่ภายในหมู่บ้านมาทำพิธีส่อนขวัญ (ช้อนขวัญ) โดยมีการนำสวิงมาช้อนบริเวณที่พบศพของ น.ส.อรทัย พร้อมกับพูดว่า “มารับแล้วนะอรทัย กลับบ้านนะ” วนไปอย่างนี้ประมาณ 3-4 รอบ แล้วก็ทำการหยิบขวัญใส่ถุงพลาสติกเพื่อที่จะพากลับบ้าน จากนั้นครอบครัวก็พากันขึ้นรถกระบะกลับบ้าน พร้อมกับถือรูปของ น.ส.อรทัย รวมถึงมีการโยนข้าวสารและเหรียญบาทไปตามเส้นทางที่กลับบ้าน

ต่อมาในเวลา 15.15 น. รถกระบะ 2 ประตู ที่ทางครอบครัวได้นำไปรับร่างของ น.ส.อรทัย ก็ได้เดินทางมาถึงวัดโคกแขวน ทันทีที่มาถึงญาติ ๆ ก็ได้ช่วยกันยกโลงศพของ น.ส.อรทัย เข้ามาไว้ในศาลา จากนั้นสัปเหร่อก็ได้ทำพิธีตัดกรรมตามความเชื่อ โดยมีการใช้เชือกขาวหรือสายสิญจน์ผูกโยงใยไปตามฝาโลง ก่อนสัปเหร่อจะขึ้นไปนอนบนฝาโลงพร้อมบริกรรมคาถาให้ดวงวิญญาณอยู่อย่างสงบสุข ไม่ให้ไปหลอกไปหลอนชาวบ้านเพราะเชื่อว่า น.ส.อรทัย ตามอย่างผิดธรรมชาติ อาจจะยังคงมีความโกรธแค้นอยู่



จากนั้นสัปเหร่อก็ได้ใช้ธูปจี้สายสิญจน์บนฝาโลง พร้อมกับนำเศษสายสิญจน์ไปคล้องคอและข้อมือของบรรดาญาติพี่น้องทีละคน จากนั้นก็ให้ญาติพูดคำว่า “ตัดแล้วนะ” แล้วจึงใช้ธูปจี้สายสิญจน์ให้ขาดกัน โดยมีความหมายให้ น.ส.อรทัย ตัดความอาลัยอาวรณ์กับครอบครัวและจากไปอย่างสงบสุข

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีตัดกรรมและสายสัมพันธ์แล้ว ญาติ ๆ ก็ได้ช่วยกันยกโลงของ น.ส.อรทัย บรรจุเข้าไปภายในโลงเย็น จากนั้นก็ทยอยเข้าไปจุดธูปไหว้ และกล่าวบอกลากับ น.ส.อรทัย ผู้เป็นที่รักของครอบครัว ซึ่งบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างโศกเศร้า ทุกคนต่างร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ น.ส.อรทัย จากไปอย่างกะทันหัน

ขณะที่ย้อนบรรยากาศที่บ้านของ น.ส.อรทัย ในเวลา 11.00 น. ทางด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจก็ได้เดินทางมาจำนวน 5 คน เพื่อตรวจค้นภายในบ้านพักอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลว่าสิ่งที่ต้องการค้นหาหลัก ๆ ในวันนี้คือ “กางเกงที่นายโรแลนสวมใส่ในวันก่อเหตุ” เนื่องจากนายโรแลนได้ยอมรับสารภาพว่า ระหว่างทางที่นำร่างของอรทัยไปทิ้งมีการใช้ขาทั้งสองข้างของตัวเองหนีบร่างอรทัยเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงต้องค้นหากางเกงตัวดังกล่าวเพื่อนำไปตรวจสอบ ว่าจะมีคราบเลือดหรือร่องรอยของ น.ส.อรทัย หรือไม่ หากตรวจสอบพบก็จะนำหลักฐานไปประกอบสำนวนคดีเพื่อมัดตัวนายโรแลนต่อไป



กระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ พฐ. ก็ได้ทำการเก็บพลาสติกแรปขนาดความกว้าง 20 เซนติเมตร 1 ม้วน เทปกระดาษกาวขนาดความกว้าง 2 นิ้ว จำนวน 1 ม้วน และเทปพันสายไฟจำนวน 1 ม้วน เพื่อนำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเทปที่ใช้ปิดปากของ น.ส.อรทัย จะเป็นเทปชนิดใด ส่วนกางเกงยีนส์ขายาวที่นายโรแลนสวมใส่ในวันก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ปรากฏพบภายในบ้านพัก



หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจค้นภายในบ้าน ทีมข่าวช่อง 8 ก็ได้สอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ค้นเจออิฐบล็อกทั้ง 2 ก้อนหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลว่า นายโรแลนนั้นได้หยิบอิฐบล็อกทั้ง 2 ก้อนไปจริง ซึ่งสันนิษฐานว่าจุดประสงค์ที่นายโรแลนหยิบไปในตอนแรกก็เพื่อที่จะนำไปถ่วงร่างของ น.ส.อรทัย ที่บ่อน้ำบริเวณหลังวัด (สระที่ 3) เนื่องจากนายโรแลนได้หายไปยังจุดสระน้ำดังกล่าวนานกว่า 5 นาที แต่สุดท้ายนายโรแลนคงชั่งใจได้ว่าอิฐบล็อกเพียง 2 ก้อน ไม่สามารถถ่วงร่างคนได้นาน อีกไม่กี่วันร่างก็คงจะลอยขึ้นมา จึงเปลี่ยนใจโยนอิฐบล็อกทิ้งไปในสระน้ำหลังวัด แล้วก็ได้นำร่างของอรทัยไปทิ้งอำพรางที่ไร่ข้าวโพดแทน

สุดท้ายทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวสุรีรัตน์ อายุ 49 ปี พี่สาวของ น.ส.อรทัย เผยว่า ตอนนี้ก็ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจที่เจอน้องสาวในสภาพแบบนี้ ด้วยความเป็นพี่ เราก็อยากเจอน้องแบบเป็น ๆ แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว คิดว่าเราก็คงมีบุญแค่นี้ ส่วนนายโรแลนก็ยังอยากให้เขาได้รับผลของการกระทำให้ถึงที่สุด



และขอใช้โอกาสนี้ ขอบคุณทุก ๆ สื่อ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาช่วยเหลือ ตนนั้นรู้สึกซาบซึ้งใจและประทับใจที่หลายฝ่ายยื่นมือเข้ามาช่วยตามหาน้องสาวจนเจอ ทำให้ตนรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้สู้เพียงลำพัง ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง เพราะในตอนแรกตนก็ได้ทำใจเอาไว้แล้วว่า คงจะตามหาน้องสาวไม่เจอ ตนนั้นรู้สึกท้อและหมดหวัง เพราะครอบครัวตนก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ไม่คิดว่าใครจะมาช่วยเหลือ ตนรู้สึกขอบคุณจริง ๆ

นอกจากนี้ น.ส.สุรีรัตน์ ก็ได้หันไปทางโลงศพของน้องสาวพร้อมกับพูดว่า “ทัย หลับให้สบายนะ ไม่ต้องหวาดระแวง ไม่ต้องทรมาน ไม่ต้องกังวลอะไรนะ ทุกอย่างเดี๋ยวเขาจะรับกรรมของเขาเอง ไปให้สบาย ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ชาติหน้าก็ขอให้กลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม กลับมาเป็นลูกของพ่อกับแม่อีกนะ ไม่ต้องห่วงพ่อแม่หรือลูกนะ เดี๋ยวพี่จะดูแลให้เอง” ส่วนผลการชันสูตร ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า “ขาดอากาศจากการกดรัดที่ลำคอ”

ยิ่งรู้ยิ่งช็อก! ผัวฝรั่งขนอิฐหวังทิ้ง "อรทัย" จมบ่อ ญาติบีบใจซ้อนขวัญกลับบ้านเรา