“ทนายชัช”เชื่อ”เสี่ยแป้ง”ไม่มอบตัว หลังศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตคดีพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ

 

วันนี้ 25 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น ศาลจังหวัดพัทลุงได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2562 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในม.4 หมู่ 4 ตําบลปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง /ซึ่งมีอัยการจังหวัดพัทลุงเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดยวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพัทลุงได้ พิพากษาให้จำเลยที่ 1 -4 จำคุกตลอดชีวิต และในวันนี้ 25 ธันวาคม 2566 นัดอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ 5-11 ซึ่งนายเชาวลิต ทองด้วง ตกเป็นจำเลยคนที่ 5 โดยศาลชั้นต้นจังหวัดพัทลุงได้พิพากษา ให้จำเลยคนที่ 5-9 จำคุก ตลอดชีวิต เช่นเดียวกัน และได้พิพากษา เยาวชน 2 ราย ที่ร่วมก่อเหตุ คุมความประพฤติในสถานพินิจเป็นเวลา5 ปี

 

โดยวันนี้ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายส่วนตัวของเสี่ยแป้ง พร้อมด้วยนายกษิดิ์ชาติ ทองด้วง พี่ชาย ของนายเชาวลิต ทองด้วง ได้เข้ามาร่วมฟังคำพิพากษา ผลของคำพิพากษาปรากฏว่าศาพิพากษาลงโทษ เสี่ยแป้งพร้อมพวก จำคุกตลอดชีวิต

 

ขณะที่วันเดียวกันทีมข่าวทราบว่า ผู้ต้องหาคดีช่วยเสี่ยแป้งหลบหนีออกจากเทือกเขาบรรทัด คือ นายทนงศักดิ์ เพชรตีบ อายุ 50 ปี จ.พัทลุง , นายสืบศักดิ์ แสงจันทร์ อายุ 38 ปี จ.พัทลุง , และนายสุรเชษฐ์ จันเขียว อายุ 39 ปี จ.พัทลุง ,นายอัซฮัร หมัดสาลี อายุ 30 ปี จ.สตูล , และนายกัมปมาท อ่อนสง หรือโจ จ.พัทลุง มารายงานตัวต่อศาลในวันครบกำหนดฝากขังผลัดสอง ที่ศาลจังหวัดพัทลุง และได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา โดยระหว่างที่ทั้ง 5 คนเดินทางมาที่ศาล หลบสื่อมวลชนที่มาทำข่าวและไม่ให้ข้อมูลรวมถึงสัมภาษณ์

 

ทีมข่าวได้พูดคุยกับว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ สำนักงานทนายความใจดี ทนายความของเสี่ยแป้ง บอกว่า ศาลจังหวัดพัทลุงพิพากษาความผิดทั้ง 5 จำเลย ในคดีนี้ 6 ข้อหา 1. ร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตไว้ในครอบครองและใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีติดตัว 3. ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน 4. ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ 5. ร่วมกันทำร้ายร่างกายเข้าพนักงาน และ6.ร่วมกันพยายามฆ่าผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พนักงาน โดยข้อหาที่หกร้ายแรงสุดคือร่วมกันพยายามฆ่าผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พนักงานต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยทั้ง 5 ราย รวมถึงเสี่ยแป้ง ส่วนข้อหาอื่น 1-5 ลงโทษเพียงแค่จำคุก 2 ปี 8 เดือนเท่านั้น

 

ส่วนตัวคาดหวังการต่อสู้คดีน่าจะเป็นบทลงโทษทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่ส่วนตัวก็เคารพการตัดสินของศาล แต่ในส่วนของเสี่ยแป้งที่เคยอัดคลิปก่อนหน้านี้ ชี้ว่าตัวเอง ได้รับการไหว้วานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปช่วยจับกุมคนร้าย ต่อมาก็พยายามช่วยจับกุมคนร้ายในเหตุการณ์และยิงใส่ จนกระทั่งต่อมาทราบว่าคนร้ายคนดังกล่าวคือเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้มีการยิงซ้ำ ตนเคารพการตัดสินใจของศาลแต่ในส่วนการต่อสู้คดีจะต้องมีการยื่นต่อสู้ในชั้าศาลอุทรณ์ต่อไป

 

แต่ในส่วนคดีของเสี่ยแป้ง 1. มีอัตราโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิตในคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และอีกสองคดีคือ 2.คดีชิงตัวผู้ต้องหานายจรวดก็ได้รับโทษจำคุก 20 ปี และยังมีอีกคดีคือ 3.เสี่ยแป้งแหกคุกหนีออกมา เข้าข่ายความผิด มาตรา 190 โทษหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเชื่อว่าเสี่ยแป้งไม่น่ามามอบตัว เพราะโทษตอนนี้ได้รับอัตราโทษที่สูง แต่ก็เชื่อว่าหากต่อสู้ตามกระบวนยุติธรรมอาจสามารถยื่นพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งศาลอาจเห็นใจสั่งลดโทษได้

 

พี่ชายแป้งเชื่อน้องไม่มอบตัวหลังศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตคดีพยายามฆ่าเข้าพนักงาน ส่วนตัวเห็นด้วยที่ทนายจะยื่นอุทธรณ์คดีเสี่ยแป้งต่อ

 

ต่อมาทีมข่าวได้พูดคุยกับนายกษิดิ์ชาติ ทองด้วง หรือ พี่พงษ์ พี่ชายเสี่ยแป้ง บอกว่าสำหรับความคิดเห็นตนน้อมรับการตัดสินของศาล และทางครอบครัวก็ลงความเห็นว่าจะยื่นขอความยุติธรรมสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป ตนเชื่อว่าน้องชายไม่ตั้งใจยิงเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังไม่เคยถามเจ้าตัวเป็นการส่วนตัว

 

ที่ผ่านมาน้องเล่าให้ฟังแค่คดีที่ไปชิงตัวนายจรวดเท่านั้น ว่าน้องเข้าใจผิดนึกว่าโจรมาอุ้มนายจรวด แต่พอเป็นตำรวจที่คุมตัวนายจรวดก็ไม่ใช่คนยิงใส่ เพราะน้องไม่ยิงเจ้าหน้าที่ ตนยังเชื่ออีกว่า พอศาลตัดสินลักษณะดังกล่าวน้องคงไม่มอบตัว แต่หากศาลยกฟ้องคดีแบบที่น้องคาดหวังก็เชื่อว่าน้องจะมามอบตัว และไม่สามารถประเมินได้ว่าน้องชายจะเรียกร้องความยุติธรรมอย่างไรต่อ ไม่มั่นใจว่าจะอัดคลิปออกมาเรียกร้องความยุติธรรมหรือไม่ ก็อยากบอกน้องแค่ให้รักษาสุขภาพให้ดีเท่านั้น

 

ส่วนตัวอึดอัดตั้งแต่ตำรวจตามล่าตัวน้องชาย เพราะตนถูกสะกดรอยตาม และดักฟังโทรศัพท์ ทำให้ญาติและคนใกล้ชิดคนอื่นก็ไม่อยากเข้าใกล้ตน ส้่วนคดีตนมั่นใจว่ามีหลักฐานไม่เอี่ยวช่วยน้องชายหนีจึงไม่กังวล แต่กังวลคดีน้องชายเพราะโทษหนัก

 

ภรรยาพี่ชายแป้งเผยถูกตำรวจอุ้มตัวสอบ ข่มขู่-หมิ่นประมาท

 

ภรรยาพี่ชายเสี่ยแป้งเผยถูกตำรวจอุ้มตัวสอบ ใช้คำพูดข่มขู่-หมิ่นประมาท สอบนาน 2 ชั่วโมง ชี้ปรึกษาทนายคล้ายการถูกอุ้มตัวหาย แต่ไม่อยากเป็นคดีความจึงยังไม่แจ้งความ

 

ขณะที่นางบี (นามสมมติ) ภรรยาพี่ชายเสี่ยแป้ง ร้องทีมข่าวโดยเปิดเผยเหตุการณ์ที่ตนถูกตำรวจอุ้มหายเพื่อนำตัวสอบปากคำคดีแป้ง เล่าว่า ช่วง 06.00 น. วันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าบุกตรวจค้นบ้านพักตน จากนั้นมีการยึดปืนของสามีตน พร้อมคุมตัวสามีตนไปสอบปากคำที่โรงพักเพิ่ม

 

ระหว่างนั้นด้วยความเป็นห่วงสามี ตนจึงจับรถกระบะแล้วตามสามีไปที่โรงพัก ระหว่างรอสามีสอบปากคำที่โรงพัก ปรากฎว่าถูกตำรวจกวักมือเรียกและสอบถามบางอย่าง ก่อนนำตัวตนไปห้องสอบลับมีการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยไม่มีหมายเรียกก่อนหน้านี้ มีตำรวจที่เค้นสอบตน 3 คน เป็นตำรวจกองปราบและหนุมาน

 

ระหว่างเค้นสอบ มีการใช้คำพูดข่มขู่เพื่ออยากให้ครอบครัวตนทะเลาะกันว่า “รู้ไหมสามีคุณโทรหาคุณวันละสาย แต่โทรหาเมียน้อย กิ๊ก วันละหลายสาย รู้ไหมสามีมีเมียน้อยและกิ๊กเกือบสามคน” จากนั้นก็หมิ่นประมาทตนว่า “สามีตนกดเงินมาจากไหนจำนวนเยอะ” ซึ่งเป็นไทม์ไลน์ใกล้เคียงวันที่แป้งหนีออกมา ตนก็ตอบว่า “หนี้เยอะ” แต่ตำรวจไม่จบถามต่ออีกว่า “มีหนี้ตั้งเยอะ” คล้ายดูถูกตน

 

ต่อมาตำรวจอีกรายจะแจ้งข้อหาตนเป็นข้อหาคล้ายสามี ร่วมกันช่วยพาผู้ต้องหาหลบหนี แต่มีตำรวจอีกนายทักท้วงว่าตนน่าจะไม่เกี่ยวข้อง ตนจึงรอดถูกแจ้งข้อหาหวุดหวิด เผยตนเป็นแม่บ้านที่บ้าน ดูแลวัว และดูแลลูก ตนไม่รู้เรื่องอะไร เหตุการณ์ดังกล่าวตนกลัวมาก

 

จนกระทั่งครบ 2 ชั่วโมงตำรวจปล่อยตัวตนออกมา ซึ่งครอบครัวตนทราบภายหลังจากตนเล่า ว่าตำรวจนำตัวไปสอบ พอปรึกษาทนายความเข้าข่ายอุ้มตัวหาย แต่ตนไม่อยากเป็นคดีความจึงไม่แจ้งความ

 

ต่อมาทีมข่าวยังได้ไปบ้านผู้ต้องหาวันนี้ ที่ไปรายงานตัวฝากขังผลัดสองแล้วมีการประกันตัวออกมา ทั้งบ้านของนายทนงศักดิ์ , นายสืบศักดิ์ , และนายสุรเชษฐ์ ปรากฎว่าไม่มีใครอยู่ในบ้านพัก บ้านพักแต่ละหลังปิดเงียบ

 

 

 

 

 

เสี่ยแป้งประกาศไม่กลับไทยหลังศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต  พี่สะใภ้แฉถูกคุกคามวันตร.ค้นบ้าน