กรณี เมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ( 9 ธ.ค.66 ) ตำรวจ สภ.บางละมุง ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยา ว่ามีนักโทษชายได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลบางละมุง พื้นที่ ม.2 นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยขอกำลังสนับสนุน เนื่องจากมีผู้พบเห็นนักโทษชายรายนี้ ครั้งสุดท้าย วิ่งหนีเข้าไปในป่าด้านหลังโรงพยาบาล หลังรับแจ้งจึงรีบ นำกำลังตำรวจสายตรวจ และ  ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที  จากการตรวจสอบ ทราบชื่อ คือ น.ช.ธนภัทร มายอด หรือต่อ อายุ 37 ปี นักโทษ คคีลักทรัพย์ เหลือโทษจำคุก 1 ปี 10 เดือน เข้ามารับการผ่าตัด และเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมามีความคืบหน้า  เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคุมตัวได้แล้ว นั้น

 

วันนี้ (10 ธ.ค.) ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ย้อนกลับไปยังโรงพยาบาลบางละมุง จังหวัดชลบุรี โรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ภายหลังมีการคุมตัวน.ช. ธนภัทรหรือต่อได้แล้ว ปรากฏว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณด้านหน้าอาคารตึกใหม่ 10 ชั้น ของโรงพยาบาล จับภาพเวลาประมาณ ตี1เศษ เห็นว่าตัวของ น.ช. ธนภัทรหรือต่อ เดินลงบริเวณจุดจอดวีลแชร์ ซึ่งมีการปีนออกหน้าต่างเพื่อหลบกล้องวงจรปิด แต่มีภาพมุมกล้องจับภาพได้ ยังคงสวมใส่เสื้อและกางเกงของโรงพยาบาล แต่มีการตัดโซ่ตรวนที่เท้าออกไปแล้ว เหลือเพียงเหล็กที่ติดอยู่กับข้อเท้า2ข้าง และในภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวจะเห็นในมือเจ้าตัวมีการถือถุงดำที่มือขวาเอาไว้ ก่อนที่จะมุดราวสแตนเลส และวิ่งหนีต่อหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งใขณะนั้น ในกล้องก็ยังจับภาพว่าเห็นพนักงานรักษาความปลอดภัยวิ่งตามแต่ตามไม่ทัน

 

จากนั้นมีกล้องวงจรปิดอีกมุม  จะเห็นว่าตัวของ ธนภัทร มีลักษณะผุดๆโผล่ๆ ลักษณะดูท่าทีของพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล ก่อนที่จะวิ่งหางจุกตูด ทั้งที่เจ้าตัวพึ่งได้รับการผ่าตัด และอยู่ในอาการบาดเจ็บ แต่ก็วิ่งหนีพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว

 

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 ธันวาคม 2566 พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.กรณ์พงษ์ สุขวิศิฏฐ์ รอง ผกก.สส.สภ.บาวละมุง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย คุมตัวน.ช.ธนภัทร หรือต่อ อายุ 37 ปี ทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ในการหลบหนีในครั้งนี้อย่างละเอียด ตั้งแต่เข้ารักษาตัว ด้วยการนอนพักฟื้นบนเตียงหมายเลข 32 ก่อนจะนัดแนะให้เมีย มาเยี่ยมพร้อมกับนำคีมตัดเหล็กเข้ามาให้ หลังได้รับอุปกรณ์สำคัญจึงเลื่อนผ้าม่านปิด ไม่ให้ใครสังเกตเห็น ตัดเครื่องพันธนาการออก เพื่อง่ายต่อการหลบหนี แล้วอาศัยจังหวะที่ผู้คุมเผลอ เดินเข้าห้องน้ำแล้วย่องออกทางประตูห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดด้านหลัง

 

จากนั้นใช้ลิฟต์ลงจากชั้น 7 มายังชั้นหนึ่ง แล้วเลือกปืนออกทางหน้าต่าง ในการหลบเลี่ยงสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล แต่จังหวะนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัย เกิดเห็นเข้าแล้วตะโกนสอบถาม จึงรีบวิ่งหลบหนีไปทางด้านของของตัวอาคาร โยนคีมตัดเหล็กทิ้งเข้าป่า แล้ววิ่งอ้อมอาคารไปหลบอยู่บนดาดฟ้า ของอาคารสุขใจ แผนกผู้ป่วยจิตเวช แต่ก็ไม่กล้าที่จะออกมา เพราะเจ้าหน้าที่วางกำลังกดดันเฝ้าไว้ทุกจุด จนไม่เหลือช่องทางในการหลบหนี ประกอบกับอาการบาดเจ็บจึงต้องนอนซุกแอบอยู่แบบไร้หนทาง จนกระทั้งเจ้าหน้าที่พบตัวและเข้าจับกุมดังกล่าว

 

ส่วนสาเหตุในการหลบหนีนั้น เพียงเพราะคิดถึงลูกคิดถึงเมียจริงๆ ไม่ได้มีปัญหากับนักโทษอื่นในเรือนจำแต่อย่างใด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะคุมตัวน.ช.ธนภัทร หรือต่อ อายุ 37 ปี ก่อนจะต้องส่งคืนให้ทางเรือนจำ ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้จะย้ายนักโทษชายรายนี้ไปที่เรือนจำความมั่นคงสูงที่จังหวัดระยอง และน.ส.วาสนา ก๊วยสุวรรณ อายุ 30 ปี เมีย ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ได้เปิดปากพูดอะไร ก่อนเคลื่อนย้ายไปฝากขังยังศาลจังหวัดพัทยาเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

 

ทีมข่าวเจอกับนายพัฒน์ (นามสมมติ) พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล ในฐานะคนที่รับแจ้งจากญาติผู้ป่วย ที่พบเห็นลักษณะชายต้องสงสัยคล้ายกับเป็นศพนอนอยู่ดาดฟ้าของอาคารตึกห้องคลอด จึงได้มีการแจ้งเพื่อประสานให้ไปตรวจสอบก่อนก่อนที่จะพบว่าเป็น น.ช. ธนภัทร ที่หลบหนีไปก่อนหน้า

 

นายพัฒน์ พาทีมข่าวไปดูห้อง ควบคุมระบบไฟฟ้า ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 1 ตรงข้ามหน้าลิฟท์ ที่ลงจากชั้น7 ที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพว่า น.ช. ธนภัทรมีการหลบหนี โดยห้องดังกล่าวเป็นห้องที่คาดการณ์ว่ามีการตัดโซ่ตรวนที่เชื่อมเท้า2ข้าง ออกจากกัน ก่อนที่จะหยิบเอาถุงดำที่ภายในห้องควบคุมไฟติดมือไปด้วย โดยห้องดังกล่าวจะเป็นลักษณะห้องเก็บของ มีเก้าอี้ และมีสิ่งของที่ฝากเก็บเอาไว้ชั่วคราวระหว่างที่กำลังมีการปรับปรุงตัวอาคาร ซึ่งเป็นห้องที่ตัวของ น.ช. มีการใช้ในการเตรียมตัวก่อนที่จะหลบหนีออกจากตึกของโรงพยาบาล

 

หลังจากที่  น.ช. ธนภัทรมีการตัดโซ่ตรวนออกแล้ว เดินเดินออกบริเวณด้านหลัง เพื่อที่จะกระโดดข้ามหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้ ไปกระทบโดนวีลแชร์ที่จอดรอรับผู้ป่วย จึงทำให้ผิดสังเกตและพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลหันมามองและวิ่งตามหลังตามที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะวิ่งอ้อมไปด้านหลัง เพื่อที่จะหลบหนีและซ่อนตัว

 

นาบพัฒน์ เผยว่า เมื่อเช้านี้ช่วงที่ตนเองมาเข้าเวร ปรากฏว่าไปเจอกับญาติผู้ป่วยที่ตึกคลอด โดยได้แจ้งทำนองว่าไปยืนอยู่บริเวณระเบียงชั้น3 และมองลงไปเห็นขา มีถุงดำคลุมอยู่ครึ่งตัว คล้ายกับเป็นศพ จึงได้ให้มีการตรวจสอบ เพราะกลัวว่าจะมีใครนอนตายอยู่บริเวณนั้น แต่เมื่อตนเองเข้าไปสังเกต จึงพบว่าบริเวณข้อเท้ามีลักษณะคล้ายเหล็กห่วงที่เป็นส่วนหนึ่งของโซ่ตรวน ติดอยู่ที่ขา และมีผ้าขาวหรือทิชชู่สีขาว พันเอาไว้ มีลักษณะคล้ายคล้ายกับ น.ช. ธนภัทร ผู้ต้องหาที่หลบหนีออกจากโรงพยาบาลเมื่อวาน จึงได้มีการประสานกรมกรมราชทัณฑ์ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบโรงพยาบาล ให้ขึ้นไปทำการตรวจสอบ ปรากฏว่า เป็นตัวของ น.ช. ธนภัทร จริง จึงได้มีการคุมตัวลงมาจากดาดฟ้าชั้น2 ของอาคารห้องคลอด

 

ซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่จากราชทัณฑ์พร้อมด้วยตนเองขึ้นไปดูนั้น  ตัวของ น.ช. ธนภัทร ก็อยู่ในสภาพปกติ นอนอำพรางตัวพร้อมกับมีถุงดำคลุมเอาไว้ส่วนหนึ่ง และเข้าใจว่านอนตากแดดตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่หลบหนีช่วงตี2 จนกระทั่งมาพบเจอในเช้าวันนี้เวลาประมาณ 07:00 น. โดยลักษณะไม่ได้มีน้ำและมีข้าว จึงเข้าใจว่านอนเพื่อหลบซ่อนตัวและอยู่ในอาการเจ็บ

 

และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้าของตึก 10  สังเกตเห็นว่าตอนที่มีการหลบหนีปีนหน้าต่างและพยายามหลบมุมกล้องวงจรปิดก่อนหลบหนี ตนเองเห็นภาพว่ามีการวิ่งหนีพนักงานรักษาความปลอดภัยคู่กะ ตนเองก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าคนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดและเจ็บบริเวณอวัยวะเพศจะวิ่งได้ไวขนาดนั้น และที่สำคัญ พนักงานรักษาความปลอดภัยคู่กะ ที่เห็นตามภาพวงจรปิดวิ่งตามหลังแต่ไม่ทัน เป็นเพราะว่าตั้งใจจะวิ่งมาเอาวิทยุสื่อสารเพื่อแจ้งกับทางศูนย์ ว่ามีผู้ป่วยหลบหนี แต่ปรากฏว่าช่วงที่หันมาเอาวิทยุสื่อสารนั้นทำให้คลาดกับ น.ช. ธนภัทร

 

ส่วนนางสาววาสนา อายุ 30 ปี ภรรยาที่ให้การช่วยเหลือนั้น มีความผิดตาม มาตรา 191 อาญา คือหนึ่งในมาตราของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หลุดพ้นจากการคุมขังไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวลงพื้นที่ ไปสำรวจร้านขายวัสดุก่อสร้างที่มีคีมตัดเหล็กจำหน่าย  ตามคำให้การของนางสาววาสนา เมียของผู้ต้องหา ที่อ้างว่า มีการไปซื้อที่ร้านวัสดุก่อสร้างแถวแยกกมล พบว่าบริเวณดังกล่าวมีร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง 6ร้าน ซึ่งวันนี้เป็นวันอาทิตย์ร้านส่วนใหญ่ปิดทำการ โดยทีมข่าวได้รับคำยืนยันจาก1ใน6ร้าน ทราบว่าวันที่ 8 ธ.ค. ช่วงบ่าย มีผู้หญิงซึ่งจำรูปพรรณสันฐาน คล้ายกับนางสาววาสนา เข้ามาติดต่อขอซื้อครีมตัดเหล็กจากร้านจริง แต่ทางร้านก็จำหน่ายให้ตามปกติ เพราะไม่ได้มีอะไรผิดสังเกต แต่มีคำพูดของผู้หญิงคนนั้นดังกล่าว ย้ำกับทางร้านสั้นๆว่า ”คีมอันไหนตัดเหล็กตันได้บ้าง และขนาดขนาดไม่ใหญ่“ จากนั้นทางร้านจึงได้มีการแนะนำครีมตัดเหล็กเบอร์ 24 ให้ แต่ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตเข้าใจว่าเป็นกลุ่มคนที่กำลังก่อสร้างมาซื้อไปใช้เท่านั้น

 

ทางร้านให้ข้อมูล และตั้งข้อสังเกต ว่า พึ่งมารู้ตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยเข้าใจว่าอาจมีการพกพาเข้าโรงพยาบาลจึงเลือกที่มีขนาดน้ำหนักเบา แต่การเลือกที่ระบุเจาะจงตัดเหล็กตัน เป็นเพราะโซ่ตรวนทำมาจากเหล็กตันทั้งเส้น จึงได้เลือกให้เหมาะสมกับเหล็กที่จะใช้ตัดหรือไม่

รักจากเมีย! ผัวนักโทษแหก รพ. ทนคิดถึงไม่ไหว ผ่าไข่วิ่งหนียาม เมียซื้อคีมให้จุดจบคุกคู่