ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านพักบ้านพักของนายณสรรค์หรือ”หนุ่ย” พันธรักษ์ราชเดช อายุ 72 ปี ลูกชายของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ที่รู้เรื่องราวของพ่อสมัยเป็นตำรวจปราบและจับโจรร้ายมาทั่วประเทศหลายคน โดยนายณสรรค์หรือหนุ่ย ได้แนะนำให้นายเชาวลิตร ทองด้วงหรือเสี่ยแป้ง ออกมามอบตัวดีกว่าในฐานะที่เป็นศิษย์วัดเขาอ้อด้วยกันแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตนเชื่อคงติดคุกได้ไม่นานก็ได้ออกมาสู่ภายนอกแล้ว

ส่วนเรื่องการแนะนำการจับ”เสี่ยแป้ง”ก็อยากแนะนำให้ตำรวจพยายามพรางตัวหรือปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดา จะง่ายต่อการจับกุม เหมือนสมัยพ่อตนเคยบุกจับเสือร้ายมาหลายคนก็จะพรางตัวแต่งกายแบบชาวบ้านนุ่งโสร่งบ้างหรือสวมรองเท้าแตะธรรมดาไม่ต้องสวมชุดเต็มยศเข้าไปในพื้นที่จะทำให้คนร้ายรู้ตัวเสียก่อนทำให้การจับกุมตัวจะยากขึ้นอีก แต่ตนก็ต้องให้กำลังใจตำรวจทุกนายที่ทำงานในพื้นที่อยู่ในขณะนี้แม้จะประสบความยากลำบากในการจับกุมเสี่ยแป้งในครั้งนี้ส่วนเรื่องวิชาอาคมหรือไสยศาสตร์ที่พ่อตนร่ำเรียนมาจากวัดเขาอ้อจนเชี่ยวชาญก็นำมาเป็นยุทธวิธีในการจับโจรผู้ร้ายหรือเสือร้ายได้ผลมาแล้วหลายครั้ง จนเล่าไม่ถูกว่ามีใครบ้าง โดยเฉพาะก่อนออกไปจับกุมโจรผู้ร้ายพ่อตนก็มักจะตรวจดูฤกษ์ยามวันเดือนปีเกิดของคนร้ายมาตรวจดูก่อนมีดวงจะถูกจับเป็นหรือจับตายวันไหนถึงจะลงมือจับกุมได้ผลมาแล้วหลายราย และผู้ร้ายบางคนเล่นของไสยศาสตร์ใช้เหล็กไหลติดตัวก็เคยมีมาแล้ว โดยไม่สามารถยิงเข้าได้ จนพ่อตนต้องหลอกเปลี่ยนแผนไปแทงทางทวารหนักถึงจะจัดการกับคนร้ายได้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆของพ่อตนเป็นเรื่องราวในอดีตผ่านมาหลายสิบปีอาจจะนำมาใช้ในสมัยนี้ไม่ได้ แค่บอกกล่าวให้ฟังถึงเรื่องรางในอดีตของพ่อเท่านั้น 

 

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ฉายามือปราบขุนดง วันนี้ ท่านได้เดินทางมาอัดรายการคนดังนั่งเคลียร์ทางช่อง 8 ทีมข่าวของเราเลยไปจ่อไมค์ถามชัดๆ ว่า ท่านมองการทำงานของ เจ้าหน้าที่ชุดล่าเสี่ยแป้ง จนท. เป็นอย่างไร

 

ส่วนข้อแนะนำที่ท่านเรวัช อยากฝากไปถึงน้องน้องตำรวจ ที่กำลังไล่ล่าเสี่ยแป้งตอนนี้ ให้คิดบวก ถ้าเป็นผม นายให้ขึ้นเขาไล่ล่าคนร้าย ถ้าเป็นผมผมสุขใจ เพราะมีโอกาสไปแคมปิ้ง โดยไม่ต้องลาราชการ มีโอกาสได้ไล่ล่าคนร้าย ดีกว่าไปเจอเสือ กระทิง ส่วนเวลาไล่ล่าเสี่ยแป้ง ก็เดินช้าๆ ไปเรื่อยๆ ดูร่องรอย ใช้ชีวิตให้มีความสุข  ไอ้แป้งอยู่ลำบากเพราะต้องหลบตำรวจ แต่ตำรวจใช้ชีวิตสบายๆ มีผ้า-เปลกันยุง

 

ส่วนการมีพรานนำทางหรือไม่ ท่านเรวัชเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ใครจะไปกล้านำเสี่ยแป้งตอนนี้ แม้แต่ลูกพี่ ปิดโทรศัพท์ หนีกันหมด  ส่วนเรื่องวิชาอาคม เปิดป่า ปิดป่า เป็น เรื่องความเชื่อซึ่งท่านเชื่อ เพราะผมก็ใช้คาถาอาคมเวลาจับโจร แต่คนที่เป็นโจร ท่องคาถาไปใจไม่ได้ถือศีล เจริญภาวนา ใช้คาถาไปก็ไร้ประโยชน์

 

ถามว่าเสี่ยแป้งมีแผนลวงเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น ท่านเรวัชบอกว่า ไม่ลวงอะไรหรอก เสี่ยแป้งมันยังเด็กอ่อนกว่าลูกชายคนเล็กของผมอีก ผมเชื่อว่าตัวเขายังหนีตามปกติวิสัย ในถิ่นของเขา ซึ่งการหนีในถิ่น คนแปลกหน้ามา เสียงรถแปลกๆ ตามยังไงก็ไม่เจอ

 

สุดท้ายจะจับเสี่ยแป้งได้หรือไม่ ท่านยืนยันว่าจับได้ เพราะไม่มีคดีไหนที่ตำรวจจับไม่ได้ เพราะตำรวจไม่ทิ้งคดี พร้อมทิ้งท้ายกับเสี่ยแป้งว่า “ยังไงหนูก็หนีไม่พ้น ผมต่อให้หนีไปต่างประเทศ มันหนีไม่รอด ถ้าตำรวจตามไม่เลิก และไอเแป้งก่อคดีใหญ่ ที่ตำรวจระดับผบ.ตร.รองผบ.ตร ไปบัญชาการเอง หนีไปจับไม่ได้ก็เสียหมา มึงจะรอดหรือ ยกเว้นแต่แป้งจะมอบตัว ซึ่งหนทางนี้ก็มีความเป็นไปได้เพราะถ้าแป้งเครียดเหนื่อยท้อสุดท้ายอาจจะยอมมอบตัว

ลูกขุนพันธ์เปิดความลับสยบโจรมหาเวทย์ แนะแป้งฟังวิธีขุนพันธ์ ถ้าไม่อยากตาย