เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ต.จิรวัฒน์ ทองย้อย สว.สส.สภ.บ้านหนองเอื้อง นำทีมเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนมวลชนสัมพันธ์ สภ.หนองเอื้อง สภ.ในควน และสภ.ปะเหลียน กว่า 20 นาย นำภาพคนร้าย "เสี่ยแป้งนาโหนด" มาประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านที่ใช้เส้นทางขึ้นลงบ้านตระ ที่ฝั่งน้ำตกโตนตก ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน และพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับทราบ และให้แจ้งเบาะแส โดยมีรางวัลนำจับจากกรมราชทัณฑ์ 1 ล้านบาท

 

ด้านหัวหน้าชุดมวลชนสัมพันธ์ บอกว่า ได้มาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส และระมัดระวังตัว "เสี่ยแป้ง นาโหนด" และต้องการให้ชาวบ้านอยู่ในความปลอดภัยด้วย ซึ่งจุดเส้นทางที่เรามาประชาสัมพันธ์และจุดตรงนี้เป็นเส้นทางขึ้นลงเส้นทางเดียวที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นลงบ้านตระได้

 

โดยช่วงเวลา 16.00 น.ได้มีชุดกำลังเสริมชุดหนุมานตำรวจภูธร ภาค 8 ขี่มอเตอร์ไซค์วิบากและรถจยย. ร่วม 20 คัน นำกำลังขึ้นไปสับเปลี่ยนกับชุดภาค 9 ที่บ้านตระ

 

ในส่วนภาคพื้นดิน ก็ได้มีการตั้งด่านสกัดรถทุกคัน เพื่อสกัดการเดินทางของเสี่ยแป้งกรณีลงจากเขามาที่ถนน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบตำรวจภูธร จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช และตำรวจภาค 8 ภาค 9 โดยตามถนนของ จ.ตรัง ที่จะเข้าไปในพื้นที่อุทยานจะมีการตั้งด่าสกัดไว้ โดยวันนี้ยังไม่พบตัวเสี่ยแป้งแต่อย่างใด

 

ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันที่ 9 พ.ย. พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผช.ผบ.ตร. ที่ตั้งศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง ณ บริเวณน้ำตกโตนเต๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สั่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกชุดเพิ่มเติม มาจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง อีก 1 จุด ในบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหัวเขาช้าง พร้อมเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานมาทางอากาศ

 

ขณะเดียวกันวันนี้ทีมข่าวช่อง 8 ยังได้เดินทางเข้าไปภายในเขตรอยต่อเทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง - พัทลุง เพื่อเดินทางไปที่บ้านของนายพริก ซึ่งมีข้อมูลว่า คืนวันที่ 22 ต.ค. เสี่ยแป้งได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช โดยมีลูกน้องรับตัวส่งต่อตัวเสี่ยแป้งมาเป็นทอดๆ

 

จนกระทั่งได้พาเสี่ยแป้งมาซุกซ่อนตัวอยู่ภายในหมู่บ้านตระ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กว่า 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนายเขียวลูกสมุนของเสี่ยแป้ง ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านตระ ที่ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ลูกน้องอีกกลุ่มได้พาตัวเสี่ยแป้งมาส่งถึงหมู่บ้านตระ ในเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 22 ตุลาคม

 

และนายเขียวยังให้การอีกว่า เสี่ยแป้งได้มาซุกซ่อนตัวและพักอาศัยที่บ้านนอนที่บ้านของนายพริก ซึ่งอยู่ภายในหุบเขาในหมู่บ้านตระ 1 คืนเต็ม ก่อนที่เสี่ยแป้งจะหลบหนึขึ้นไปอยู่บนเขาในวันที่ 23 ต.ค.

 

ต่อมาทีมข่าวจึงได้เดินทางขึ้นรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเดินทางเข้าไปที่บ้านของนายพริก ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร โดยเส้นทางที่จะไปถึงบ้านในนั้น จะต้องใช้รถจักรยานยนต์ หรือการเดินเท้าเท่านั้น รถใหญ่ไม่ สามารถขึ้นไปได้

 

และจากการเดินทางเข้าไปที่บ้านของนายพริก ทีมข่าวพบว่า เส้นทางค่อนข้างลาดชัน และเต็มไปด้วยป่าที่รกทึบ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หรือ ไฟฟ้าใช้ภายในหมู่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังตรวจคนเดินทางเข้าออกเส้นทางเป็นชั้นๆ

 

ส่วนเส้นทางนั้นก่อนจะไปถึงบ้านของนายพริก จะต้องผ่านสหกรณ์ของหมู่บ้าน และร้านค้าของชาวบ้าน 1 ร้าน ซึ่งจุดดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่อีกชุดตรึงกำลังอยู่ภายในหมู่บ้านเช่นกัน โดยจุดดังกล่าว ใช้เป็นจุดรับข่าวสารจากวิทยุสื่อสาร จากชุดไล่ล่าที่เดินเข้าไปในเทือกเขาบรรทัดอีกทอด ซึ่งก่อนที่ข่าวสารจากชุดไล่ล่าจะส่งไปถึงศูนย์บัญชาการใหญ่จะต้องผ่านเจ้าหน้าที่ชุดนี้ก่อน เนื่องจากสัญญาณวิทยุไปไม่ถึง ซึ่งจุดสหกรณ์ของหมู่บ้านนั้น อยู่ห่างจากศูนย์บัญชาการประมาณ 8 กิโลเมตร

เบิกไพรล่าเสี่ยแป้ง ขนปืน 300 ชุดล้อมเขา เจอพิกัดทางหนีโคตรหิน ขึ้น ฮ. ร่อนรูปล่า