ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า จากรณีที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายชุดขึ้นปฏิบัติการปิดล้อม “บ้านในตระ” อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ และได้ปฏิบัติตรวจค้นพื้นที่บ้านในตระ และเมื่อช่วงบ่ายประมาณ 14.30 น. ได้รับรายงานเกิดการยิงปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มของนายแป้ง นาโหนด และมีรายงานว่านายแป้ง เสียชีวิตจากการต่อสู้พร้อมยึดอาวุธปืนได้หนึ่งกระบอกนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมายืนยันว่า นายแป้ง นาโหนด “ยังไม่ตาย” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าที่เข้าปฏิบัติในครั้งนี้กำลังล่าตัวนายแป้ง อยู่บนเทือกเขาบรรทัดบริเวณบ้านในตระ และเขตรอยต่อฝั่งจังหวัดพัทลุง พื้นที่หมู่ที่ 6 หมู่ที่ 9 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด

 

ทางด้านฝั่งของจังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังปิดล้อมทุกเส้นทางเข้าออกพื้นที่บ้านในตระ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จนเช้าวันนี้ยังไม่พบการเคลื่อนไหวของนายแป้ง นาโหนด ที่หลบหนีบนเทือกเขาบรรทัด พร้อมกันนั้นตลอดทั้งคืนมีเครื่องบินขนาดเล็กบินตรวจจับรังสีความร้อนทั่วบริเวณเทือกเขาบรรทัด เพื่อหาแหล่งซ่อนตัวของนายแป้ง นาโหนด และพวกที่คาดว่ายังมีอีก 1 ราย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ตัวนายแป้ง แต่อย่างใด

 

เช้าวันนี้ 9 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผช.ผบ.ตร. ที่ตั้งศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการไล่ล่า ณ บริเวณน้ำตกโตนเต๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สั่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกชุด พร้อมเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานมาทางอากาศลงในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำคลองหัวเขาช้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเสื้อดำ ภาค 9 เดินทางมาทางเรือ สนับสนนุกระชับพื้นขึ้นจากฝั่งของจังหวัดพัทลุงค้นหาพร้อมไล่ล่านายแป้ง นาโหนด หากยังไม่มอบตัวหรือต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจจะถูกวิสามัญได้ ขณะที่เส้นทางรอบๆด้านล่างอ่างเก็บน้ำคลองเขาหัวช้าง หมู่ที่ 6 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถยนต์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการหลบหนีของนายแป้ง นาโหนด หากหลบหนีลงมาจากบ้านในตระหรือจุดรอยต่อระหว่างจังหวัดพัทลุง

 

ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันที่ 9 พ.ย. พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผช.ผบ.ตร. ที่ตั้งศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง ณ บริเวณน้ำตกโตนเต๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สั่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกชุดเพิ่มเติม มาจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง อีก 1 จุด ในบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหัวเขาช้าง พร้อมเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานมาทางอากาศ

 

อีกทั้งเสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค9 เดินทางมาทางเรือ เพื่อสนับสนุนกระชับพื้นขึ้นจากฝั่งของจังหวัดพัทลุงค้นหาพร้อมไล่ล่านายแป้ง นาโหนด โดยหากยังไม่มอบตัวหรือต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจจะถูกวิสามัญได้

 

ขณะที่เส้นทางรอบๆด้านล่างอ่างเก็บน้ำคลองเขาหัวช้าง หมู่ที่ 6 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถยนต์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการหลบหนีของนายแป้ง นาโหนด หากหลบหนีลงมาจากบ้านในตระ หรือจุดรอยต่อระหว่างจังหวัดพัทลุง – ตรัง

 

กองกำลังไล่ล่าเสี่ยแป้ง

น้ำตกโตนตก อยู่ใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ห่างจากกองอำนวยการร่วมของชุดปฎิบัติการบริเวณน้ำตกโตนเต๊ะไปประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเชิงบนปากทางที่จะเดินทางขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ อ.ปะเหลียน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานศรีตรัง กก.สส.ภ.จว.ตรัง และกำลังชุดปฎิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 9 จำนวนกว่า 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้ใช้รถ จยย.วิบาก เป็นยานพาหนะเดินทางขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อที่จะเดินเท้าต่อไปยังจุดที่มีการปะทะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ พร้อมกับจะไปร่วมกำลังสนับสนุนกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจแดนไทย 54 และชุดหนุมานตำรวจสอบสวนกลาง ที่ได้ขึ้นไปกำชับและกดดันติดตามตัวเสี่ยแป้งอยู่ตั้งแต่เย็นเมื่อวานนี้แล้ว

 

ขณะที่ภาคพื้นดิน บนถนนสายหาดเลา-กะช่อง หน้าโรงเรียนบ้านหาดเลา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กำลังตำรวจในสังกัดภูธรจังหวัดตรัง ได้สลับผลัดเปลี่ยนเวรกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดรถที่สัญจรไปมาทุกคัน ไม่เว้นแม้กระทั่งชาวบ้านในพื้นที่ และตั้งจุดตรวจเข้มตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามล่าตัว หากเสี่ยแป้งเดินทางย้อนกลับลงมาทางภาคพื้นดิน

 

ส่วนข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานระบุว่า เหตุการณ์ที่ปะทะกันเมื่อวานนี้ เป็นบริเวณกระท่อมหลังสุดท้ายของชุมชนบ้านตระที่อยู่บนเทือกเขาบรรทัด โดยมีแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และอาวุธปืนสงครามครบมือ ระยะทางที่ต้องเดินทางเข้าไป เป็นภูเขา สลับสูงต่ำ เป็นป่ารกทึบ เป็นทางคดเคี้ยว ไม่มีถนน ซึ่งเป็นอุปสรรคเป็นอย่างมากในการเดินทาง ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินเท้าระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ อีกทั้งห่างไปจากชุมชนบ้านตระ ถือว่าเป็นเสมือนเมืองลับแล ไม่มีทั้งไฟฟ้า น้ำ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใช้

 

ทางด้านข้อมูลของ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รองผบ.ตร. ยังให้ข้อมูลอีกว่า เสี่ยแป้งได้เตรียมการล่วงหน้าในการหลบหนีมาเป็นอย่างดี ทั้งอาวุธปืน สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงสุนัขติดตัวที่ใช้เป็นตัวบอกสัญญาณ เห่าเตือนหากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลแปลกหน้าเข้าไปใกล้กับจุดที่เสี่ยแป้งหลบซ่อนตัวอยู่ และแหล่งขนำชั่วคราวที่ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว

 

ขณะที่ภาพรวมเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.พัทลุง จ.สตูล จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เกือบ 200 นาย เข้าตีโอบปิดล้อมบนเขาบรรทัดที่หมู่บ้านตระ ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง รอยต่อ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง โดยได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกประมาณ 50 นาย ตีโอบล้อมอยู่ด้านบน และกำลังที่เหลือกว่า 100 นาย ปฏิบัติการอยู่ด้านล่าง พร้อมที่เป็นกำลังเสริมในทันทีหากมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับเสี่ยแป้งเกิดขึ้นอีกครั้ง รวมไปถึงการจับกุมตัว ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

 

หลังจากนั้นทีมข่าวช่อง 8 ได้เดินทางมายังศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง ในบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหัวเขาช้าง โดยจุดนี้ในช่วงบ่ายมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆทั้งตำรวจภูธรภาค 9 ทีมหนุมาน กองปราบ หน่วยสวาท เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอื่นๆ โดยมีพล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมประชุมสั่งการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดสับเปลี่ยน จำนวน 14 นายที่ต้องขึ้นไปปฏิบัติการณ์ไล่ล่าเสี่ยแป้ง

 

และถัดมา พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ก็ได้ให้โอวาทกับเจ้าหน้าที่ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในการใช้ยุทธวิธีไล่ล่าเสี่ยแป้ง และหากพบตัวเสี่ยแป้งแล้ว แต่เสี่ยแป้งไม่ยอมจำนนยังขัดขืนต่อสู้อยู่ ก็อาจจะต้องมีการตอบโต้ แต่ก็ให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการรับมือด้วย

 

ด้านนายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ในการติดตามผู้ต้องขังตามคำสั่งศาล ซึ่งวันแรกที่มีการหลบหนี ก็ได้สั่งระดมกำลังทางเจ้าหน้าที่ในเขต 8 และเขต 9 เพื่อสกัดจับกุมในพื้นที่ไปตามที่บ้าน หมู่บ้าน ญาติเพื่อนต่างๆ แต่ว่ากรมราชทัณฑ์มีอำนาจในการใช้อาวุธเพียง 48 ชั่วโมง เกิน 48 ชั่วโมงเราจะต้องขอความร่วมมือกับตำรวจในการติดตามจับกุมตัวมา เรายังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช แล้วรายงานผู้บริหารระดับสูงทราบ แต่ทางผู้ต้องขังมีอาวุธที่ร้ายแรง แต่เราไม่มีอาวุธที่ร้ายแรง ต้องให้ตำรวจออกหน่วยอยู่ในแนวหน้า แล้วเราสนับสนุน พอเราทราบว่าผู้ต้องขังอยู่ในพื้นที่ เราก็มาช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในเรื่องอาหาร-น้ำ เป็นหลัก ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มา 60 กว่าคน กระจายอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ของพื้นที่ และได้สั่งการให้เรือนจำจ.นครศรีธรรมราช สตูล ตรัง และพัทลุง หาข่าวรวมกัน เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลมาก็เป็นประโยชน์ของการเข้าพื้นที่ในช่วงแรกๆ และทำการสอบสวนผู้ต้องขังที่ถูกจับมา ว่าในคดีนี้มีขบวนการอะไรบ้าง ตอนนี้ทางพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์สนับสนุนเต็มที่ เพราะเหตุเกิดจากกรมราชทัณฑ์ ในการทำให้ผู้ต้องขังหลบหนี เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นถ้าประชาชนรู้เบาะแสตรงไหน แจ้งที่ผมมาได้ หรือที่ทางกรมราชทัณฑ์ และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะลงพื้นที่มาด้วย

 

“และเท่าที่ทราบเสี่ยแป้งอดีตเคยเป็นทหารพรานมาก่อน มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ แล้วมาเจอคดีเดิม มีโทษ 20-21 ปี แล้วเคยอยู่มาหลายเรือนจำแล้ว ก็จะมีความรู้ช่องทาง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ต่างๆ ก็แจ้งออกหมายและมอบตัวไว้แล้ว ถ้ามีรู้เห็นเป็นใจ ก็จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสืบสวนสอบสวนของตำรวจและทางกรมราชทัณฑ์ และจากข้อมูลของเราคาดว่าเสี่ยแป้งยังอยู่ในพื้นที่ แต่ยังต้องสืบถึงขบวนการการพาหนีด้วย

 

เมื่อเวลา 19.00 น. คืนที่ผ่านมา (8 พ.ย.) ตำรวจได้นำตัวนายมนัส หรือ บังเขียว ลูกน้องของเสี่ยแป้ง ซึ่งเป็นลูกน้องที่พาเสี่ยแป้งหนีเข้าป่า ในคืนวันที่ 22 ต.ค. ไปชี้จุดที่แยกกับเสี่ยแป้งในป่า โดยนำกลับมาจากหลังเกิดการปะทะกับเสี่ยแป้ง ส่งตัวให้กับชุดกองปราบไปเค้นสอบขยายผลต่อ ขณะนั้นผู้สื่อข่าวพยายามจะสอบถามนายเขียว แต่เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ

 

กระทั่งต่อมา จากการเค้นสอบนายเขียวตลอดทั้งคืน เจ้าตัวยอมเปิดปาก ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ตนเองและนายปาย หรือ ภานุวัฒน์ ที่ถูกตำรวจจับขณะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทลุงไปก่อนหน้านี้ พวกตนเองเป็นคนพาเสี่ยแป้งหนีเข้าป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดจริง โดยนายเขียว มีหน้าที่ลงมาซื้อข้าวสาร และหาเสบียงนำขึ้นไปให้เสี่ยแป้งบนเขา

 

ส่วนนายภานุวัฒน์ หรือ ปาย มีหน้าที่ล่าสัตว์เพื่อนำมาประกอบอาหาร โดยมีนายนก กับ นายพริก ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านในตระ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พาเสี่ยแป้งมาฝากไว้ให้พวกตนเองดูแล โดยนำฝากไว้เกือบ 10 วัน หลังจากนั้น นายนกกับนายพริกได้หายไป ติดต่อไม่ได้ และปล่อยให้ตนเองกับนายปาย ต้องดูแลเสี่ยแป้งต่อ

 

นายเขียว ยังบอกกับเจ้าหน้าที่ต่อด้วยว่า ระหว่างหลบซ่อนตัวในป่า ตนเองเคยถามเสี่ยแป้งว่า “จะหนีไปไหน?” เสี่ยแป้งตอบ “อยู่ไปในป่าเรื่อยๆ ไร้จุดหมาย” และล่าสุดก่อนที่ตนเองจะแยกทางกับเสี่ยแป้งในวันที่ 7 พ.ย. เสี่ยแป้งยังแข็งแรงดี คล่องแคล่ว ไม่มีอาการป่วยและเดินป่าเร็วกว่าพวกตนเองอีกด้วย

 

ส่วนอาวุธปืนของเสี่ยแป้ง นายเขียวอ้างว่า เสี่ยแป้งพกปืน 4 กระบอก มีทั้งเอ็ม 16 , ปืน HK , ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และปืนลูกซองยาว

 

ส่วนทำเลที่พัก เสี่ยแป้งจะทำเป็นเพิงพักเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่และมีต้นไม้ปกคลุม ซึ่งต้องง่ายต่อการหลบหนี

 

นายเขียวยังบอกตำรวจอีกว่า เมื่อวานนี้ที่ตำรวจบุกไปถึงเพิกพักของเสี่ยแป้ง เสี่ยแป้งได้นำหมาไปด้วย และหมาเห็นเจ้าหน้าที่ก่อนจึงเห่า ซึ่งขณะนั้น เสี่ยแป้ง ได้ตะโกนถามกลับตำรวจว่า “ใครๆ” จำนวน 2 ครั้ง แต่ไม่มีคำตอบ เสี่ยแป้งจึงเปิดฉากยิงเจ้าหน้าที่ก่อน และอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีต่อ

 

และขณะนั้นตนเองได้วิ่งแยกทางกับเสี่ยแป้ง และได้หนีลงจากเขา ก่อนจะไปเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านล่าง จึงถูกจับตัวในที่สุด ซึ่งนายเขียว ยืนยันกับตำรวจว่า ระหว่างการปะทะ เสี่ยแป้งหนีไปได้ ไม่ได้เสียชีวิตอย่างที่เป็นข่าว

 

และจนล่าสุดตำรวจยังคงกันนายเขียว และนายปาย 2 ลูกน้องของเสี่ยแป้ง กันไว้เป็นพยาน ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา โดยหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

 

เปิดใจพ่อบังเขียว

ล่าสุดทีมข่าวช่อง 8 ได้เดินทางมายังบ้านนายเขียว มนัส อายุ 33 ปี โดยเมื่อมาถึงทีมข่าวได้พบกับนายขำ (นามสมมติ) พ่อของนายเขียว โดยพ่อของนายเขียว เผยกับทีมข่าวช่อง 8 ว่าตนนั้นได้ทราบเรื่องแล้วว่าลูกของตนนั้นให้การช่วยเหลือและไปส่งเสบียงให้เสี่ยแป้งจนถูกควบคุมไว้เป็นพยานแล้ว เพราะทราบมาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปคุยกับ นายปาย ภาณุวัฒน์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของลูกชายตน ทำให้นายปรายก็เป็นคนซัดทอดลูกชายตนมาอีกที

 

ซึ่งปกติแล้วตนจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับลูกชายตนเท่าไหร่นัก เพราะลูกชายตนจะออกไปตัดยางแถวเทือกเขาบรรทัด กว่าจะกลับบ้านมาก็ 10-15 วัน ถึงจะกลับมาทีนึง จึงทำให้ลูกชายตนนั้นชำนาญเส้นทางบริเวณเทือกเขาบรรทัดเป็นอย่างดี และส่วนตัวตนไม่คิดว่าลูกชายจะรู้จักกับเสี่ยแป้งโดยตรง แต่คงไปรู้จักในตอนที่เสี่ยแป้งขึ้นไปอยู่บนเทือกเขาบรรทัด แล้วลูกชายตนก็เป็นคนที่รู้จักมักคุ้นพื้นที่บนเทือกเขาบรรทัดเป็นอย่างดี จึงอาจจะไปพบกันและลูกชายตนก็ให้ขอความช่วยเหลือก็เป็นได้

 

ต่อมาทีมข่าวได้สอบถาม นายพรชัย ช่วยนวล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด บอกกับทีทข่าวว่า ค่ำคืนนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โดยรอบจำนวน 10 โรงพักด้วยกัน ซึ่งเข้ามาตรึงกำลังและตรวจคนเข้าออกบริเวณทางขึ้นน้ำตกโตนตก ซึ่งทางเข้าออกเส้นทางดังกล่าวนั้น เป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด ในการที่จะเดินทางขึ้นไปบนเทือกเขาบรรทัด ซึ่งตำรวจคาดว่า เสี่ยแป้งอาจจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปบนเขา

 

ซึ่งหากใช้รถจักรยานจักรยานยนต์จะใช้เวลาในการเดินทางขึ้นสู่หมู่บ้านประมาณ 20 นาที แต่หากเดินทางต่อไปยังบ้านของนายพริก จุดที่ตำรวจเชื่อว่า เสี่ยแป้งมาหลบซ่อนตัว จะใช้เวลากว่า 1-2 ชั่วโมง เพราะเส้นทางยากลำบากขึ้นหลายเท่าตัว ใช้มอเตอร์ไซค์และการเดินเท้าเท่านั้น

 

ส่วนบ้านของนายพริกนั้นอยู่ห่างจากจุดประทะของเจ้าหน้าที่พบเสี่ยแป้ง ประมาณ 5-6 กิโลเมตร และจุดปะทะ อยู่ห่างจากเขื่อนหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดไปดักปิดล้อมไว้แล้ว ซึ่งระยะทางจากจุดประทะ ไปยัง เขื่อนหัวช้าง ซึ่งเป็นทางลงอีกฝั่งหนึ่งของเขาบรรทัด จะต้องใช้เวลา 1-2 วัน ในการเดินเท้า ซึ่งภายในป่า เส้นทางค่อนข้างยากลำบากและอันตรายมาก

 

โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้และตำรวจได้เต็มกำลังไว้ทั้งหมดแล้ว และมีกำลังสับเปลี่ยนกันตลอด 24 ชั่วโมง

บังเขียว แฉที่กบดานเสี่ยแป้งปิดเขาล่ายังเหลว พ่อโบ้ยเพื่อนพาซวย คาดไม่เกิน 7 วันจบ