จากกรณี มูลนิธิกระจกเงา นำรูปและข้อมูลของน้องแบงค์ หรือ เด็กชายจิรายุ อายุ 8 ขวบ ออกมาประกาศทางเพจ พร้อมกับระบุว่า ยายพาน้องแบงค์ ไปรับข้าวสารแจกที่งานทิ้งกระจาดประจำปี บริเวณโรงเจท่งเสียงปากน้ำ ก่อนที่จะถูกชายสูงอายุเดินจูงมือออกจาโรงเจ ขณะนี้ยังไม่ไม่พบตัว เหตุเกิด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา



เมื่อไปถึงพบว่า สถานที่ดังกล่าว อยู่ระหว่างการจัดงานเทศกาลจินเจ และมีชาวไทยเชื้อสายจีนเข้าไปประกอบพิธีและเข้าร่วมงานกันคึกคัก ขณะบริเวณหน้าโรงเจ ซึ่งได้จัดไว้สำหรับการแจกข้าวสาร และบริจาคเงินทำทานให้กับผู้ยากไร้ เชื่อว่าน่าจะเป็นจุดที่น้องแบงค์หายตัวไป แต่กลับไม่พบตัวชายต้องสงสัยแต่อย่างใด

กระทั่งมีคนให้ข้อมูลว่า พบตัวเด็กชายคนดังกล่าวอยู่บนสะพานลอยย่านถนนท้ายบ้าน ซึ่งห่างจากโรเจประมาณ 500 เมตร ก่อนจะพาเดินไปทางศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และหายตัวไป ส่วนผู้ใหญ่ที่พาเด็กไปนั้น จากการดูภาพวงจรปิด ทราบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายแก้ว เป็นคนเร่ร่อน ปกติจะพักอาศัยอยู่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จะเห็นเข้ามาที่โรงเจและมาช่วยกวาดทำความสะอาดโรงเจบ้าง แต่ไม่มีพิษภัย

พลเมืองดีแจ้งเบาะแส พบเด็กคล้ายน้องแบงค์

ความคืบหน้าล่าสุด (23 ตุลาคม 2566) เวลาประมาณ 09.00 น. พลเมืองดีแจ้งเบาะแส พบเด็กคล้ายน้องแบงค์ มากับชายลักษณะคล้ายคนเร่ร่อน นั่งบริเวณร้านสะดวกซื้อ การเคหะบางนา กม. 4 แต่ชายคนดังกล่าวได้พาเด็กขึ้นรถประจำทางมุ่งหน้าแยกบางนาไปแล้ว



หลังรับแจ้งเบาะแสทีมงานมูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่ทันที ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยืนยันเป็นน้องแบงค์ที่หายไป โดยชายที่ลักพาตัวน้องแบงค์อายุประมาณ 50-60 ปี รูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 165 ซม. ในภาพวงจรปิดเผยให้เห็นขณะน้องแบงค์เดินไปกับนายแก้วที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ห่างจากโรงเจราว 500 เมตร ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปซื้อสินค้าในร้าน จากนั้นก็มีการพูดคุยและทั้งสองก็หายตัวไป

วินาทีตำรวจ-ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา ตามจับตัวนายแก้ว พร้อมเจอน้องแบงค์ ในสภาพปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ติดตามจนพบน้องแบงค์ พร้อมจับกุมตัว นายแก้ว ได้ที่งานประจำปีวัดแห่งหนึ่ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งตอนถูกจับกุมตัวนายแก้วไม่มีทีท่าตกใจแต่อย่างใด จากการตรวจสอบประวัติก็พบว่า นายแก้วเคยถูกดำเนินคดีลักพาตัวเด็กมาแล้วก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559



ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ไปรับตัวน้องแบงค์ เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่วัดดังกล่าวหลังมีพลเมืองดี ซึ่งเป็นแม่ค้าขายของอยู่ในงานประจำปีของวัดจำเด็กได้ ขณะนายแก้วลักพาตัวเด็ก พาเด็กเดินเร่ขอทานจึงกักตัวเด็กไว้ โดยเด็กปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้มีการคุมตัวนายแก้วกลับไปที่โรงพักต้นทางเพื่อมีการสอบปากคำ และสาเหตุในการลักพาตัวเด็กก่อนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ขณะที่ตัวของเด็กตอนนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิประสานครอบครัวของเด็ก พร้อมทั้งเตรียมประสานทางสหวิชาชีพเพื่อสอบปากคำเด็กเพิ่มเติม พร้อมทั้งดูแลเยียวยาสภาพจิตใจหลังจากที่ถูกลักพาตัว ก่อนเตรียมประสานญาติรับตัวกลับตามขั้นตอนต่อไป

เปิดใจป้าฮีโร่ช่วยเด็กพ้นขุมนรกขอทาน

ทีมข่าวช่อง 8 ยังได้เดินทางไปยังวัดดังกล่าว พบกับนางวรรณณา อายุ 64 ปี เจ้าหน้าที่วัด เจ้าตัวพาทีมข่าวไปบริเวณจุดสังฆทาน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นเป็นจุดที่มีการช่วยเหลือเด็กและแยกตัวเด็กออกจากนายแก้ว ที่มีการลักพาตัวเด็กมาจากโรงเจ ก่อนที่จะพาเด็กมาในงาน และให้เด็กไปนั่งขอทานหาเงินให้กับเจ้าตัว



นางวรรณณา เผยว่า โดยปกติแล้วการจัดงานประจำปีจะมีคนค่อนข้างคับคั่งและมีเยอะ แต่ทุกปีเจ้าหน้าที่ของวัดก็จะมีการดูเพจหรือข้อมูลบุคคลสูญหายหรือข้อมูลเกี่ยวกับมิจฉาชีพเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว เช่นเดียวกับปีนี้ก็ได้มีการดูเพจจากมูลนิธิกระจกเงาเกี่ยวกับเด็กที่หาย อย่างน้อยก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับหน่วยงานและรวมถึงช่วยหาเบาะแส

จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา มีแม่ค้าขายอาหารปลาบริเวณจุดอภัยทาน ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่วัดและ อปพร. วัด ว่าเจอลักษณะคล้ายเด็กตามที่มีการตามหาอยู่ในตอนนี้ จึงได้มาประสานตนเอง ตนเองก็ได้เข้าไปดูจนกระทั่งแน่ใจว่าเด็กคนดังกล่าวคือน้องแบงค์ตามที่มีการตามหาในเพจ



ซึ่งวินาทีที่ตนเองไปเจอน้องแบงค์อยู่กับนายแก้ว มีลักษณะเดินจูงมือและจับมือเอาไว้ตลอด กลุ่มของตนเองจึงตัดสินใจไปจับแขนเด็กฝั่งที่มือยังว่างอยู่ เพื่อที่จะกระชากเด็กหลุดออกมาจากชายคนดังกล่าวแล้วช่วยเหลือ ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวหลังจากเห็นว่ามีคนช่วยเหลือ จึงได้ปล่อยมือเด็กหลุดแล้วหลบหนีไปช่วงที่มีคนพลุกพล่านในงาน กลุ่มของตนเองจึงช่วยดูแลเด็กและดูอาการของเด็กโดยเบื้องต้น ก่อนเพราะเห็นว่ามีลักษณะอ่อนแรงและเหมือนไม่ได้กินข้าวกินน้ำมาหลายวัน ส่วนชายคนดังกล่าวได้ประสานให้ตำรวจและมูลนิธิกระจกเงา เข้าไปทำการตรวจสอบจนกระทั่งเจอในเวลาต่อมา และตำรวจก็เข้าแสดงตัวเพื่อควบคุมตัวไปสอบปากคำ

ในระหว่างที่พาเด็กมาพักจุดสังฆทานภายในวัด ได้มีการสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเด็กบอกว่าวันที่เจอกับนายแก้วที่โรงเจ และเป็นช่วงที่พัดหลงจากคนในครอบครัว นายแก้วอ้างว่าจะพาไปซื้อขนมและพาไปไปเดินเล่น ก่อนที่จะพาไปส่งบ้าน แต่สุดท้ายก็พาไปในสถานที่ต่าง ๆ ให้เด็กไปนั่งขอเงินจากคนอื่นเพื่อเอาเงินไปให้นายแก้ว และเงินทุกบาทที่ได้นายแก้วก็เก็บไปทั้งหมดเด็กไม่ได้ใช้เอง

ที่สำคัญเด็กยังคงใส่ชุดเดิมตามที่หายในภาพกล้องวงจรปิดจนกระทั่งวันนี้ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต้องตะลอนไปไหนต่อไหนกับนายแก้ว แต่ก็โชคดีที่บุญของเด็กพามาที่วัดแห่งนี้แล้วมีคนช่วยเหลือได้ ไม่เช่นนั้นคงพาเตลิดไปที่อื่นและเด็กก็อาจจะเป็นอันตรายก็ได้

เด็ก 8 ขวบหายตัว 3 วัน ถูกลักบังคับขอทาน เผยโฉมฮีโร่ยื่นมือช่วยพ้นขุมนรก