จากคดีที่ ตำรวจสภ.เขาพนม ได้รับแจ้งเหตุนางสาวสุกัญญาเสียชีวิต ในพื้นที่รอยต่อถนนสายควนม่วง-ราษฎร์หวงแหน หมู่ที่ 4 ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่

เบื้องต้นตำรวจสงสัยนายธรรมนูญ หรือ บ่าวหน้าลาย ซึ่งเป็นสามีของคนตาย เป็นคนก่อเหตุ โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับ นางเขียว (นามสมมติ) อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นญาติกับนายธรรมนูญ เล่าว่า ปกตินายธรรมนูญจะไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้าน เพราะก่อนหน้านี้นายธรรมนูญได้อาศัยอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากวันที่ 2 ส.ค.66 ที่ผ่านมา นางเชื้อ อายุ 80 ปี (แม่ของนายธรรมนูญ) เกิดป่วยหนัก จึงต้องย้ายมาอยู่ด้วยกันกับนางเขียว (เป็นพี่-น้องกัน) เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแลเฝ้าไข้ นายธรรมนูญจึงมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมแม่ที่บ้านของตนอยู่บ่อย ๆ จนวันล่าสุดที่นายธรรมนูญมา คือวันที่ 26 ส.ค.66 โดยมีนางสุกัญญาตามมาด้วย ซึ่งนางเขียวเองก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับนางสุกัญญา เพียงแต่สังเกตเห็นท่าเดินที่ผิดแปลก ลักษณะเหมือนเดินขาเจ็บ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ถามอะไร พอช่วงเย็นวันที่ 26 ส.ค.66 นายธรรมนูญกับนางสุกัญญาก็พากันกลับออกไป จากนั้นในวันที่ 27 ส.ค.66 นายธรรมนูญได้กลับมาที่บ้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตนไม่เห็นนางสุกัญญาเข้าบ้านมาด้วย ตอนนั้นตนก็ไม่ได้สนใจอะไรซักเท่าไหร่ เพราะบางครั้งเวลามาเยี่ยมบ้าน นางสุกัญญาก็มักจะนั่งรออยู่บนรถ ไม่ได้เข้ามาทักทายคนในบ้าน

จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวาน ได้ทราบข่าวว่านางสุกัญญาถูกฆ่ากลายเป็นศพถูกทิ้งอยู่ริมถนน นางเขียวเองก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเท่าที่เห็น นายธรรมนูญก็ดูจะรักใคร่นางสุกัญญาเป็นอย่างมาก วันก่อนก็เห็นทั้งคู่ยังคุยกันดี ๆ อยู่เลย อีกทั้งที่นายธรรมนูญก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร เป็นคนพูดจาสุภาพ อ่อนน้อม แต่พอมาเห็นข่าวแบบนี้ก็คงต้องยอมรับว่าคนร้ายอาจเป็นนายธรรมนูญ หลานชายของตนนี่แหละ เพราะตอนนี้นายธรรมนูญได้เก็บข้าวของภายในบ้านเช่าหลบหนีไปพร้อมด้วยรถกระบะ แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ นางเชื้อ วัย 80 ปี ผู้เป็นแม่ของนายธรรมนูญ ที่ล่าสุดหลังทราบเรื่อง นางเชื้อได้เกิดอาการช็อกจนเข้าโรงพยาบาล และเพิ่งจะได้กลับบ้านในเช้าวันนี้ (31 ส.ค.66) โดยตอนนี้นางเชื้อร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน จะสงสารก็แต่สภาพจิตใจนางเชื้อนี่แหละ เพราะแกทั้งรักทั้งห่วงลูกชายคนนี้เป็นอย่างมาก


วันนี้ตำรวจเข้าตรวจสอบจุดที่พบศพอีกครั้ง ปรากฏว่าได้พบกับเหรียญ 5 บาท ปี พ.ศ.2548 ตกอยู่ 1 เหรียญ ซึ่งตรงกับบริเวณกลางร่างคนตาย ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า อาจเป็นการโยนเหรียญเพื่อสะกดวิญญาณหรือขอขมาต่อศพ หลังจากได้นำมาทิ้งไว้ 

ทีมข่าวช่อง 8 จึงได้สอบถามชาวบ้านที่เคยพบเจอกับนายธรรมนูญ เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดย นางผึ้ง อายุ 40 ปี เล่าว่า เท่าที่เห็นนายธรรมนูญนั้น เขาจะมีรอยสักทั้งตัวและใบหน้า บางบริเวณก็จะเป็นรอยสักอักขระโบราณ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ที่นายธรรมนูญจะเล่นของหรือทำการสะกดวิญญาณตามที่มีข่าวลือ เนื่องจากภายนอกนายธรรมนูญก็ดูเป็นคนลึกลับ และดูเป็นคนหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีคำบอกเล่าจากปากต่อปากของคนในหมู่บ้าน ว่านายธรรมนูญเคยมีคดีฆ่าคนตายและติดคุกมาแล้ว ซึ่งก็เป็นไปได้หากเขาจะพอมีวิชาหรือคาถาต่างๆ เกี่ยวกับไสยศาสตร์


ต่อมาทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายเอื้อ (นามสมมติ) อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นอาเขยของนายธรรมนูญ (คนก่อเหตุ) เปิดใจกับทีมข่าวช่อง 8 ว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อกับนายธรรมนูญได้ เนื่องจากโทรไปเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสาย หากติดต่อกับนายธรรมนูญได้ก็คงจะบอกให้หลานชายกลับมาที่บ้าน เข้ามาพูดคุยกันก่อน และจะให้ไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอน เพราะปกติหลานชายเป็นคนนิสัยดี ไม่เคยอาละวาดหรือทำร้ายคนในบ้านเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย ตนนั้นก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน เพราะปกตินายธรรมนูญก็ไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เวลาเจอกันก็จะพูดคุยแค่เรื่องทั่วๆไปเท่านั้น

"บ่าวหน้าลาย" หายตัวลับ ถูกแฉคลั่งคุณไสยเอี่ยวเหรียญสะกดวิญญาณ