เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 ความคืบหน้ากรณีนางสาวน้ำผึ้ง (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ชาวต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เสียชีวิตภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2566

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้าชันสูตรศพพบร่องรอยการทุบกระจกข้างบ้านพัก สภาพศพเสียชีวิตบนโซฟา พบมีสายไฟ ผ้าขนหนูตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยมีผู้ต้องสงสัยคือ นายคึกฤทธิ์ อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต เป็นผู้พบศพคนแรก

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายคึกฤทธิ์ มีข้อพิรุธหลายอย่าง พนักงานสอบสวนจึงส่งศพให้สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น ผ่าชันสูตรอย่างละเอียด

ต่อมาผลชันสูตรศพออกมา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566 แพทย์พบหลักฐานคือน้ำอสุจิในช่องคลอดของผู้ตาย เมื่อตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ DNA ตรงกับนายคึกฤทธิ์ ประกอบกับตามร่างกายผู้เสียชีวิต มีรอยเขียวเป็นจ้ำๆ คล้ายมีการต่อสู้กัน แพทย์ยืนยันว่าผู้ตาย จะกระทำเองคนเดียวไม่ได้ ในขณะที่ตามร่างกายของนายคึกฤทธิ์ ผู้ต้องสงสัย มีรอยเล็บทั่วทั้งตัว

อีกทั้งยังให้การขัดต่อหลักฐานในที่เกิดเหตุ ว่า นางสาวน้ำผึ้ง ใช้ผ้าขนหนูผูกคนตัวเองที่ราวเหล็กในห้องน้ำ ก็ไม่ตรงกับรอยเขียวช้ำที่ลำคอ แต่กลับไปตรงกับสายไฟที่ตกอยู่ใกล้ศพ

จึงนำไปสู่การขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม เข้าจับกุมตัวนายคึกฤทธิ์ ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ส่งตัวฝากขังโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว

 

หลังปิดคดีฆาตกรรมอำพรางรายนี้ลงได้ ว่า หลังเกิดเหตุทางตำรวจทีมสืบสวน ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานโดยละเอียด พบพิรุธหลายจุด ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง รวมถึงมีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ที่มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหลังเกิดเหตุ อีกทั้งยังให้การว่า พยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ตาย หลังพบว่าคิดสั้นผูกคอตายในห้องน้ำ แต่ทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อ รอนานกว่า 6 เดือน กระทั่งผลชันสูตรเป็นที่แน่ชัด แพทย์ยืนยันเป็นการฆาตกรรม พร้อมมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้กระทำผิด

ตำรวจพบพิรุธหลายอย่างในที่เกิดเหตุ

ประเด็นที่หนึ่ง คือ ในห้องน้ำมีผ้าขนหนูผูกอยู่ ซึ่งผูกอยู่ในราวแขวนผ้าที่ดูแล้วว่าคาดว่าจะไม่สามารถรับน้ำหนักคนได้หนักขนาดนั้น

ประเด็นที่สอง สภาพศพของผู้ตายอยู่ที่บริเวณโซฟาที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นคนไปช่วยแล้วอุ้มลงมา ซึ่งอยู่ในลักษณะของการห่มผ้าให้ด้วย

ประเด็นสาม คือ พบรอยแผลฟกช้ำ ซึ่งเห็นไม่ชัดนัก แต่ที่บริเวณคอมีรอย ลักษณะคล้ายเชือกซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นรอยผ้าขนหนู

และประเด็น 4 คือ ผู้ก่อเหตุเป็นผู้เดินทางมาแจ้งความด้วยตัวเองที่โรงพักในช่วงเวลากลางดึก ซึ่งก่อนหน้านั้นเส้นทางการเดินทางของผู้ก่อเหตุมีการแวะเข้าบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำงานอยู่(รปภ. บริษัทแห่งหนึ่ง) โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าหิวน้ำจึงแวะดื่มน้ำก่อนมาแจ้งความ ซึ่งในประเด็นนี้ตำรวจจึงตั้งข้อสงสัยว่าการพบศพหรือว่าพบผู้ผูกคอตายทำไมถึงไม่โทรแจ้งเหตุ หรือว่าทำไมถึงต้องแวะสถานที่ใดสถานที่หนึ่งก่อนมาแจ้งเหตุ

ในส่วนความมั่นใจคือ ตำรวจมีพยานหลักฐานจากการชันสูตรพลิกศพโดยมีรอยฟกช้ำคล้ายกับการใช้กำลัง นอกจากนี้ยังพบสารคัดหลั่งของผู้ตายออกมามากกว่าปกติในช่องคลอดและพบเชื้ออสุจิในช่องคลอดของผู้ตาย

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหา
1.ข่มขืนกระทำ ชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

2. ทำให้เสียทรัพย์และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน พร้อมฝากขังอยู่ที่เรือนจำกลางนครพนม

แต่ผู้ก่อเหตุได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทีมข่าวช่อง 8 ได้ไปสอบถามนายศราวุฒิ บุญรอดดิษฐ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์ ลำโขงเฟรนด์ชิพ นครพนม เล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่ามีเหตุผูกคอตาย จึงเร่งเดินทางไปที่เกิดเหตุ ขณะนั้นตนได้เข้าไปปั๊มหัวใจ พร้อมสังเกตเห็นรอยที่บริเวณคอของผู้ตาย มีลักษณะคล้ายกับรอยเชือก แต่ได้รับข้อมูลมาว่า ผู้ตายใช้ผ้าขนหนูในการผูกคอในห้องน้ำ ซึ่งจากการสังเกตคาดว่า น่าจะไม่ใช่รอยที่เกิดจากผ้าขนหนู และตนทราบข้อมูลมาอีกทีว่าบริเวณราวที่ผูกเป็นเพียงราวแขวนผ้าในห้องน้ำ คาดว่าจะไม่สามารถรับน้ำหนักของผู้ตายได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังบอกอีกว่า ตนไม่ได้พูดคุยกับทางผู้ก่อเหตุ แต่เห็นเพียงนั่งร้องไห้อยู่บริเวณหน้าบ้าน ในส่วนของรูปคดีตนไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกันทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับ ป้าเพ็ญ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน และเป็นหนึ่งในผู้ที่ไปดูเหตุการณ์ ป้าเพ็ญ เล่าว่า วันนั้นเป็นงานแต่งของคนในหมู่บ้านและในช่วงดึกมีคนมาเคาะเรียก พร้อมบอกว่าผู้ตายได้ผูกคอตายภายในบ้านพักที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน จึงรีบไปดู จากนั้นก็ทราบข้อมูลมาว่า นายคึกฤทธิ์ ผู้ก่อเหตุ เป็นคนพบศพคนแรกแล้วบอกว่า ตัวเองได้ไปช่วยพูดตาย ไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่า แต่ในขณะนั้นป้าเพ็ญและชาวบ้านเองก็เอะใจอยู่บ้างว่า ผู้ตายจะผูกคอตายหรือว่าคิดสั้นฆ่าตัวตายจริงหรือ เนื่องจากผู้ตายไม่มีปัญหาด้านเงินหรือว่าหนี้สินจึงติดใจ เมื่อผ่านวันนั้นไปทุกคนก็แยกย้ายกันปกติ ในส่วนของผู้ก่อเหตุป้าเพ็ญบอกว่า ก็เห็นว่า เขาใช้ชีวิตปกติมีการจับจ่ายซื้อของทำงานก่อสร้างรับจ้างปกติไม่ได้มีพิรุธใดๆ เวลามีเทศกาลงานบุญก็กินดื่มสังสรรค์ปกติ

ปิดเกมรวบหนุ่มฆ่ารัดคอสาวสนิท ตีเนียนน้ำตาแตกเจอศพ แถไม่รอดเจออสุจิมัดตัว