ลุงตู่ เมินกระแสบิ๊กป้อมนั่งนายกฯ รับเก็บของออกทำเนียบจริงแล้วจะทำไม

22 มิ.ย. 66 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันไม่มีวันทิ้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามที่มีกระแสข่าว โดยระบุว่า"เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย. 66) มีการรายงานข่าวทางสื่อมวลชนบางฉบับว่าผม “ทิ้งลุงตู่” หรือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่ก็ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์และมีการสอบถามผมมาอย่างเข้าใจผิดมากมายว่าผม “ทิ้ง” ท่านนายกรัฐมนตรีทำไมผมขออนุญาตเรียนให้ทราบกันครับว่าคนอย่างผมไม่มีวันที่จะทิ้งคนดีๆ อย่างท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเด็ดขาด วันนี้ผมยังอยู่กับท่านและยังคงทำงานให้ท่านในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตามปกติทุกวัน ผมพูดอยู่เสมอว่าผมมีความสุขที่ได้ทำงานกับท่านและมันก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น การได้เจอคนดีนับเป็นโชคดีของชีวิต การได้เจอและได้ทำงานกับคนดีๆยิ่งต้องถือว่าทั้งโชคดีและเป็นกำไรของชีวิตที่ได้ซึมซับและได้เรียนรู้เรื่องดีๆจากคนดีๆ ยิ่งเป็นคนดีที่รักชาติบ้านเมืองรักสถาบันยิ่งชีวิตก็ยิ่งต้องถือว่าเป็นโชคมหาศาลของชีวิตผมขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันนะครับว่าผมเลือกที่จะอยู่กับท่านจนวินาทีสุดท้ายของท่านในการทำงานและการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของคนไทยและประเทศไทย ตามนี้นะครับ"

 


ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวการขนของย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ ว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องการเก็บของ และยังคุยกับนายกรัฐมนตรีทุกวัน ท่านยังคงทำงานตามปกติ แต่เมื่อมีไทม์ไลน์ของรัฐบาลใหม่ คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็รู้อยู่แล้ว ว่า ต้องเตรียมการเพื่อส่งมอบภารกิจให้กับรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมชี้แจงถึงกรณีที่นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคไม่ได้เดินทางมา ว่า วันนี้ที่เดินทางมาบางส่วน เนื่องจากส่วนหนึ่งติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ แล้วจะทยอยมาหลังจากนี้

 

ส่วนประเด็นการโหวตประธานรัฐสภานั้น ในพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีการประชุมหารือกันและเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลเก่าทึ่มีความสัมพันธ์อันดีกันมานาน อาจจะมีการพูดคุยกัน และยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมจะทำหน้าที่ อย่างดีและพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน เพราะ ไม่ว่าจะอยู่สถานะใดก็ทำหน้าที่เพื่อประชาชนอยู่แล้วส่วนที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ยังไม่สามารถตกลงตำแหน่งประธานสภาได้นั้น ตนไม่อยากก้าวล่วงขอให้พรรคอันดับหนึ่งอันดับสองจัดตั้งรัฐบาลไป แต่ย้ำว่าทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จึงขอเป็นกำลังใจให้เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาคนที่ 1 เข้ามาชิงตำแหน่งประธานสภาเข้ามา จุดยืนของเราจะอย่างไร นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องคุยกันก่อน เพราะตนมองว่าคนที่จะเป็นประธานสภาต้องมีคุณสมบัติพิเศษ รู้กฎหมายและมีความเป็นกลางไม่ใช่ว่าใครอยากได้คนนั้นคนนี้ก็ได้ ต้องมีความเหมาะสมด้วย จะมีเสียงข้างมากอย่างเดียวไม่ได้ เพราะตำแหน่งประธานสภาเป็นตำแหน่งที่สำคัญ พร้อมอ้างอิงถึง นายชวน หลีกภัย ที่ผ่านมาทำหน้าที่ได้ดี

"ตำแหน่งประธานสภา ต้องมีบารมี ความประนีประนอม มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และความเข้มแข็งในตัวเอง เพื่อให้การทำงานในสภาเป็นไปอย่างราบรื่น"

ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภา ว่าอย่าเอาผมไปเกี่ยวข้อง ผมยืนยันไม่เกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น ยืนยันว่าผมยังอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ และผมไม่ได้เจรจาอะไรกับใคร ไม่ได้ดีลกับใคร อยู่รวมไทยสร้างขาติในเวลานี้ยังไม่ได้ไปไหน ผมไม่ได้เจรจากับใคร ไม่ได้ไปดีลกับใครทั้งสิ้น เรื่องนี้เราต้องเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องของกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ขบวนการทางการเมือง รวมพรรครวมกลุ่ม รวมฝ่ายอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่ยุ่ง ตรงนี้นะจ้ะ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามเรื่องการเก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ย้อนถามว่า อ้าว ทำไม ไม่เก็บไม่ได้เหรอ สนใจแต่เรื่องเก็บไม่เก็บ ก่อนจะยอมรับว่าทยอยเก็บของไปบ้างแล้ว เพราะต้องทำตามระยะเวลาที่ควรจะทำ ห้องเรามันก็รกเพราะเอกสารเยอะมาก อยากจะรื้อตั้งนานแล้ว เดินยังสะดุด เอกสารก็เยอะเพราะอยู่มาหลายปี

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากองทัพแสดงความเป็นห่วงหรือไม่ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ย้อนถามว่าห่วงเรื่องอะไร เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าห่วงจะมีการลงถนน พลเอกประยุทธ์บอกว่าเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงเขาจะดำเนินการมีกระบวนการอยู่แล้ว ถ้าชุมนุมโดยสงบก็ว่าไป แต่ถ้าใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น หรือเข้าไปในเขตที่หวงห้ามก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่าให้เกิดเลย เมื่อถามว่าจะมีการประชุมเพื่อเลือกประธานสภา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ จะกำหนดให้พรรคเลือกอย่างไร พลเอกประยุทธ์กล่าวว่าผมไม่ยุ่ง ผมไม่ตอบ เพราะผมไม่ได้ยุ่ง ก็จบแล้วว่าไม่ยุ่งสักอย่าง จบไหมล่ะ ดังนั้นการออกมาพูดว่านายกฯเห็นชอบตรงนั้น ตรงนี้ ผมไม่เห็นชอบกับใครสักคน ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติจะโหวตให้ใครเดี๋ยวเขาก็หารือกันเอง ตนมอบหมายให้หัวหน้าพรรคดูแลตรงนี้อยู่ ไม่จำเป็นต้องสั่งเขา ส่วนจะฟรีโหวตหรือเป็นมติพรรคแต่ละพรรคก็มีมติของเขาขณะเดียวกันพลเอกประยุทธ์ยังกล่าวถึงการดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกของนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ออกมาโพสต์ว่าจะอยู่กับพลเอกประยุทธ์จนวินาทีสุดท้าย พลเอกประยุทธ์บอกว่าดูกฎหมายแล้วมันได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความสุ่มเสี่ยงหากมีคนร้อง พลเอกประยุทธ์บอกว่าก็ไม่เคยเกิดขึ้นเพราะไม่เคยมี แต่เรื่องนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีบอก ว่าไม่มีปัญหาอะไรได้ตรวจสอบแล้วก็สามารถทำหน้าที่ได้จนถึงวันปฏิญาณตน

 

ส่วนกระแสข่าวมีชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่าผมไม่ทราบ เห็นในข่าววันนี้ แล้วเอาผมไปเกี่ยวพันด้วย ผมไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าเป็นพี่น้องกัน อาจจะอ่านใจกันได้ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่ามาถามผมทำไม คงไม่ถึงกับอ่านใจกันได้ขนาดนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมืองก็ให้กลไกการเมืองว่ากันไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า คิดว่าพลเอกประวิตรเป็นได้หรือไม่ พลเอกประยุทธ์บอกเสียงสูงว่า "ไม่เอา ผมไม่ตอบตรงนี้ เป็นเรื่องของการลงคะแนนเสียง เรื่องของกลไก ว่าใครจะรวมกับใคร ผมยังไม่รู้เลย ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่ามีพรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 อันดับ 2 ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามนี้ อย่าไปสงสัยกันมากนักเลย ผมก็ทำแบบนี้มาตลอด " เมื่อถามย้ำว่าถ้ามีนายกฯมาใหม่จริงๆจะใจหายหรือไม่เพราะอยู่ตรงนี้มา 8 ปีพลเอกประยุทธ์กล่าวว่าไม่หรอก เพราะผมถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ถึงจะไม่ 100% แต่ผมก็ทำไว้เยอะ ซึ่งถ้าได้รับการสานต่อก็จะแก้ปัญหาได้ บางอย่างไม่ได้แก้ภายในปี 2 ปีอยู่แล้ว จะเห็นว่าเราใช้เวลาถึง 8-9 ปีที่ผ่านมา ก็ทำได้เยอะพอสมควร แต่ก็ต้องทำต่อ


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าท่านยังไม่ประกาศวางมืออย่างชัดเจน พลเอกประยุทธ์ตอบว่า ถึงเวลาผมก็ว่าของผมเองผมไม่จำเป็นต้องไปตอบใคร ทำไมอยากรู้มากมายนักเหรอ ทำไมต้องชัด แต่ชัดอย่างเดียวว่าตนไม่ไปยุ่งกับเขา เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อพ้นจาก ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องย้ายออกจากบ้านพักใน ร.1 รอ.หรือไม่ พลเอกประยุทธ์กล่าวว่าเป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าวันหน้าจะแก้ไขก็ต้องไปแก้กฎกระทรวง มันเป็นระเบียบของกองทัพบกอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะดูแลผู้บังคับบัญชามันเป็นกติกาเดิม แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ผมก็พร้อมออก เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าอยู่ได้ในฐานะ อดีตผบ.ทบ. ใช่หรือไม่พลเอกประยุทธ์บอกว่าอดีตผบ.ทบ.และนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายประเทศก็ดูแลกันอยู่ มีหลายประเทศเขาไล่คนเก่าไหมล่ะ เขาก็มี รปภ.ดูแลตลอดแต่ประเทศไทยไม่ได้เลยต้องเท่าเทียม ผมก็เคารพกติกา “วันนี้ผมอยู่เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหมเล่า บ้านผมก็มี แต่มันไม่ปลอดภัย “

 

เมื่อถามว่าเขาไม่เข้าใจในเรื่องความมั่นคง พลเอกประยุทธ์บอกว่า “ไม่รู้เขา ก็เรื่องของเขา” เมื่อถามต่อว่าห่วงว่าใครจะมาทำอะไร พลเอกประยุทธ์ตอบว่า “ไม่ใช่ห่วง โธ่ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นสากลเข้าใจไหม “ก่อนจะบอกว่า “ผมก็มีแรงดูแลตัวเองอยู่เหมือนกันแหละ ผมจะต้องไปอะไรกับคนอื่นเขาเล่า” เมื่อถามย้ำว่าทำไมคิดว่า ตัวเองจะไม่ปลอดภัย พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ เขาพูดถึงหลักการ ผู้นำ อดีตผู้นำ วันนี้ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด วันนี้ผมมาก็ไม่ต้องมีใครมากับผมสิ ทำได้ไหม ไปไหนคนเดียว เดินอยู่คนเดียวได้ไหม เขาก็ต้องให้เกียรติ คุ้มครอง ดูแล เป็นหนาที่ของเขา เดี๋ยวรัฐบาลหน้ามาเขาก็ได้รับการดูแลเหมือนกันแหละ แต่เขาไม่ใช่ทหารแบบผมเท่านั้นเอง “

เมื่อถามอีกว่ากลัวจะโดยเช็คบิลย้อนหลังหรือไม่พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า “กลัวอะไรเล่า เออ ผมกลัวอะไรล่ะ” เมื่อบอกว่าพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะมีการดำเนินคดีย้อนหลังเรื่องการทำรัฐประหาร พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า ก็เรื่องของเขา ก็สู้ตามกฎหมายเอา ก็แจ้งไป มันจบไปตั้งนานแล้ว เมื่อบอกว่าเขาจะดำเนินการเอาผิดจ้อนหลังพลเอกประยุทธ์บอกว่ามันย้อนได้ไหม เขาพยายามแต่มันทำได้หรือไม่ มันผิดหลักการทางกฎหมายหรือเปล่า แก้รัฐธรรมนูญมีผลย้อนหลังได้หรือไม่

 

เก็บของเคลียร์ห้องรกผิดตรงไหน?