"เพื่อไทย" ยังไม่พร้อมจับมือ "พปชร." ขอคะแนนเสียงแลนด์สไลด์เป็นหลัก ย้ำ เพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท กับ ค่าแรง 600 บาท คนละเรื่องกัน เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครครบ 400 เขต ต้นเดือน ก.พ.นี้ ประกาศแคนดิเดตนายกฯทันทีหลังยุบสภา "อุ๊งอิ๊งค์" ยันท้องแก่ไม่เป็นอุปสรรคหาเสียง

วันที่ 18 ม.ค. 2566 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนนทบุรี ทั้ง 8 เขต ขึ้นรถสองแถว 6 ล้อ ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

โดยก่อนลงพื้นที่นางสาวแพทองธารและแกนนำพรรคได้เข้าสักการะหลวงพ่อโต ในอุโบสถ วัดหน้าโบสถ์ จากนั้นไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ที่พุทธสถานเชิงท่า-หน้าโบสถ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นทั้งคณะลงพื้นที่ตลาดกรมชลประทาน และตลาดประชานิเวศน์ 3 เพื่อสอบถามปัญหาราคาสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ แฟนคลับพรรคเพื่อไทยมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ขอถ่ายรูป พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องเศรษฐกิจ

โดยนางสาวแพทองธาร กล่าวว่าการลงพื้นที่วันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้ยินเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคนว่าอยากเลือกตั้ง ทำให้มั่นใจว่าจะต้องเดินหน้าหาเสียงต่อ หลายคนยังคงเป็นฐานเสียงเดิมที่ไว้ใจพรรคตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

ส่วนพรรคเพื่อไทยจะรักษาพื้นที่ได้หรือไม่นั้น นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีมีทั้งหมด 8 เขต มั่นใจพรรคเพื่อไทยจะสามารถปักหมุดได้ทั้ง 8 เขต เพราะ ส.ส. อยู่ใกล้ชิดประชาชน ส่วนพื้นที่ที่ ส.ส. ย้ายออกไปก็ได้ตัวผู้สมัครเข้ามาทดแทนแล้ว ทำให้มั่นใจกว่าเดิม เพราะมีความใกล้ชิดในพื้นที่

สำหรับกรณีพรรคพลังประชารัฐ ประกาศนโยบายเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาทต่อเดือน ถือเป็นการบลัฟพรรคเพื่อไทย เรื่องค่าแรง 600 บาทหรือไม่นั้น นางสาวแพทองธาร ระบุว่าพรรคเพื่อไทยสัญญาในสิ่งที่มั่นใจว่าทำได้ พรรคอื่นจะอย่างไรเป็นเรื่องที่จะพิจารณากันเอง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะทำให้ได้ตามที่บอกประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐบอกว่าจะทำให้เลยสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เป็นระบบงบประมาณหรือไม่ แต่ของพรรคเพื่อไทยเป็นการทำงานที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งนายแพทย์ชลน่าน ได้ย้ำว่า นโยบายที่พูดอยู่บนพื้นฐานที่ทำได้จริง ไม่ทราบแนวทางของพรรคอื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องของพรรคอื่น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เพื่อไทยพูดแล้ว เพื่อไทยทำได้จริง ส่วนมองนโยบายของพรรคพลังประชารัฐอย่างไร นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า ไม่ได้มอง ก็เป็นนโยบายหนึ่ง

ส่วนกรณีที่พลเอกประวิตร พร้อมที่จะทอดไมตรีกับทุกพรรค เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ ซึ่งต้องบอกว่าการเลือกตั้งต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน

นางสาวแพทองธาร จึงย้ำต่อว่า การก้าวข้ามความขัดแย้งเป็นเรื่องดี แต่เพื่อไทยยึดหลักประชาธิปไตย และการหาเสียงแบบแลนด์สไลด์ เพราะต้องการทำให้นโยบายทุกอย่างเกิดขึ้นจริง เพื่อประชาชน ถ้าต้องจับมือกับพรรคอื่น นโยบาย แนวคิด จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะผ่านการเลือกจากประชาชนแล้ว เพื่อไทยจะยึดสิ่งนั้นเป็นหลัก นายแพทย์ชลน่าน กล่าวเสริมว่า เรายึดเสียง และฟังประชาชน จะไม่ประกาศจับมือกับพรรคการเมืองใดก่อนการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า หากพลังประชารัฐทอดไมตรีมาหาเพื่อไทยก่อน เป็นไปได้หรือไม่ที่เพื่อไทยกับพลังประชารัฐจะจับมือกันหลังเลือกตั้ง นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่า เพื่อไทยอยากแลนด์สไลด์ ไม่อยากแบ่งใจไปที่อื่น ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนและพรรค เพราะประเทศไม่ไหวแล้วต้องไปต่อ ต้องใช้นโยบายที่ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น เกมการเมืองคือการเลือกตั้งเท่านั้น แต่เกมการเมืองที่เป็นดราม่านั้นไม่สำคัญ สิ่งที่จำเป็นคือ ปากท้องประชาชน

นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวอีกว่า เหตุผลที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คือผลงานของพรรคเพื่อไทย และย้อนไปถึงรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งประชาชนเชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ โดยเฉพาะนโยบายที่ทำได้จริง ขณะเดียวกันก็มีเหตุผลเรื่องบุคลากรของพรรคที่ทำงานกับประชาชนอย่างจริงจัง ..ในพื้นที่เข้าใจและเข้าถึงประชาชน และประชาชนจะเชื่อมั่น คือตัวบุคคลที่จะมานำพาประเทศ นำพานโยบายของพรรคเพื่อไทยสู่ประชาชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยชี้ขาดทำให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่าภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของพรรคครบทั้ง 400 เขต

ขณะที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 รายชื่อพร้อมกัน ส่วนจะจัดลำดับหรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ โดยจะประกาศรายชื่อทันทีหลังการยุบสภา คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่สภาจะครบวาระในวันที่ 23 มีนาคมนี้

สำหรับการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ที่รัฐบาลแจ้งว่าพร้อมตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. พรรคการเมืองฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นการทอดเวลา ซึ่งมีความผิดปกติ และจากที่หารือประธานสภาและตัวแทนวิปรัฐบาล จะขอขยับเวลาเป็นวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ หรือไม่ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด หรือหากไม่ได้ ก็จะเป็นวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ ฝ่ายค้านพยายามจะต่อรองไม่อยากให้เป็นหลังวันที่ 15

นอกจากนี้นางสาวแพทองธารยังยืนยันว่าแม้จะอายุครรภ์มากขึ้นก็ไม่เป็นปัญหาในการหาเสียง แต่ยอมรับว่าอาจจะเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น เนื่องจากได้พบแพทย์ตลอดและหัวหน้าพรรคก็เป็นหมอด้วย ก่อนที่นายแพทย์จะทิ้งท้ายว่าเด็กยิ่งเต้นแรง คะแนนยิ่งมา