ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดห้องที่พบศพหญิงวัย 40 ปี เสียชีวิตในสภาพท่อนบนเปลือย อยู่ภายในห้องเช่าย่านสมุทรปราการ ขณะที่ลูกชายของผู้ตายเห็นสภาพศพแล้วยังไม่ปักใจเชื่อว่าแม่ตายด้วยโรคประจำตัว

วันที่ 27 พ.ย. 2565 ทีมข่าวช่อง 8 ได้ลงพื้นที่ไปยัง อาคารห้องเช่าสูงห้าชั้นแห่งหนึ่งภายในซอยเทศบาลบางปู 37 (อู่ทอง) ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากเมื่อช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา (วันที่ 27 พ.ย) พบศพ นางสาวลัดดาวรรณ ทีนะกุล อายุ 40 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในห้องเช่าเลขที่ 2419 บริเวณชั้น 4 ของอาคารดังกล่าว สภาพศพนอนตะแคง ท่อนบน เปลือยกายไม่มีเสื้อสวมใส่อยู่ ส่วนท่อนล่างที่กางเกงมีร่องรอยถูกแกะกระดุมออก ในกระเป๋าของผู้เสียชีวิตพบฟอยล์ม้วนอยู่ซึ่งมีคราบสีดำติดอยู่ และมีเลือดไหลออกจมูก ปาก และ หู คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน นอกจากนี้บริเวณภายในห้องน้ำ ยังพบกองเลือดจำนวน 2 กอง และผ้าเปื้อนเลือดอีก 1 ผืน

ทีมข่าวได้ ตรวจสอบพบว่า บริเวณจุดเกิดเหตุพบว่าเป็นลักษณะตึกเปิดเป็นห้องเช่าทั้งหมด 5 ตึก ซึ่งตึกเกิดเหตุอยู่ที่ตึก 2 ด้านในสุด แต่ทางผู้ดูแลไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้านในและขึ้นไปด้านบนได้พร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ซึ่งจากการสังเกต มีผู้ที่พักอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามผู้ที่พักอาศัยอยู่ชั้น 3 ตึกเดียวกับผู้ตาย เปิดเผยว่า บริเวณตึกจะมีบันไดสองทางคือด้านหน้าและด้านหลังที่เป็นทางหนีไฟที่จะขึ้นไปบนตึกได้ แต่ก็จะมีกล้องวงจรปิดอยู่ติดตั้งอยู่ หากมีใครขึ้นไปก็จะสามารถเห็นได้ ซึ่งตึกแห่งนี้ไม่มีระบบคีย์การ์ด ในการรักษาความปลอดภัยหากมีคนนอกเข้ามาใครๆ ก็สามารถขึ้นได้

ส่วนตัวไม่รู้จักกับผู้ตายแต่ทราบว่าผู้ตายอยู่เพียงลำพังคนเดียวซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นตนเองคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องของโรคประจำตัวเพราะหากจะมีคนเข้าไปก่อเหตุฆาตกรรมไม่น่าที่จะเข้าไปได้เพราะประตูทุกห้องจะมีการล็อกกลอนจากด้านในอย่างแน่นหนาหากจะเข้าไปก็ต้องมีกันพังประตูหรืองัดแต่ที่ห้องผู้ตายไม่พบว่ามีร่องรอยการพังประตูหรืองัดแต่อย่างใด

ขณะที่ทีมข่าวได้พบกับญาติของผู้เสียชีวิตที่มาทำเอกสารขอรับศพจากการสอบถามนายบาส อายุ 17 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองพักอาศัยอยู่กับย่าแม่อาศัยอยู่ที่ห้องพักเพียงลำพังก่อนที่แม่จะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 พ.ย ที่ผ่านมา ได้ส่งข้อความมาหาตนเองว่าคิดถึง จนกระทั่งเมื่อวานพ่อของตนเองได้โทรศัพท์มาบอกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนเองทำอะไรไม่ถูกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่คิดว่าข้อความที่แม่ส่งให้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ได้ติดต่อกับตนเอง ปกติแล้ว ไม่พบว่าแม่มีโรคประจำตัวมา แต่ก่อนหน้านี้แม่เคยระบายให้ตนเองฟังว่ารู้สึกเครียดที่รถจักรยานยนต์ของแม่ถูกขโมยไปและคาดว่าเป็นคนในที่ทำงานเดียวกันเป็นผู้เอาไป ตนเองจึงอยากให้ตำรวจช่วยคลี่คลายคดีเพราะส่วนตัวตนเองยังไม่ปักใจเชื่อว่าแม่เสียชีวิตเองด้วยโรคประจำตัวเพราะจากร่องรอยเสื้อผ้าและสภาพศพของแม่ทำให้ตนเองไม่ตัดประเด็นเรื่องแม่ถูกทำร้าย แต่หากถ้าทุกอย่างมีหลักฐานยืนยันตัวเองก็พร้อมที่จะยอมรับ

ด้าน นายเซ็ง ทีนะกุล อายุ 72 ปี พ่อขอผู้เสียชีวิตเปิด ตนเองเจอลูกสาวครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่ลูกสาวจะเสียชีวิต ซึ่งตนเองไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายของลูกสาว แต่ยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยมีปัญหากับใครและไม่เคยพบว่าลูกสาวมีอาการป่วยหรือโรคประจำตัวมาก่อน โดยวันนี้หลังจากที่ทำเอกสารขอรับศพลูกสาวแล้วจะนำร่างไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่จังหวัดชัยภูมิต่อไป

ขณะที่ทีมข่าวได้สอบถามกับชุดสืบสวนทราบว่าขณะนี้ อยู่ระหว่างการ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปก่อนวันที่ 23 พ.ย. ก่อนที่จะพบศพผู้ตายว่ามีใครมาที่ห้องหรือติดตามผู้ตายมาหรือไม่ ซึ่งตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งการเสียชีวิตจากโรคประจำตัวหรือถูกฆาตกรรมต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจน เบื้องต้นพบว่าห้องถูกล็อกจากด้านในและภายในห้องก็ไม่พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ส่วนที่ตัวของผู้ตายก็ไม่พบว่ามีบาดแผล ส่วนจะมีร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่นั้นแพทย์อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงต้องรอผลชันสูตรศพของนิติเวชอย่างละเอียดเพื่อนำมาคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าจะมีความชัดเจนในหนึ่งถึงสองวันนี้