หนุ่มแชร์เรื่องราวอุทาหรณ์บ้านไหนมี "ผู้สูงอายุ" ต้องระวัง หลังคุณแม่ทำฟันปลอมหาย คาดกลืนลงคอ ด้านแพทย์เอกซเรย์ก็แล้ว ส่องกล้องก็แล้ว แต่ไม่เจอ สุดท้ายทำซีทีสแกน พบ "ฟันปลอม" อุดตันที่หลอดอาหาร
 
 
วันที่ 16 ก.ค. 65 เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์แชร์เรื่องราวของลูกเพจคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้สูงอายุและลูกหลาน พร้อมแนบรูปฟันปลอม โดยระบุว่า "จ่าครับ มีเรื่องมาฝากเป็นอุทาหรณ์ครับ คุณแม่มีภาวะเป็นอัลไซเมอร์อ่อน ๆ ประกอบกับเบาหวาน โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ตอนเช้าคุณแม่ได้ทานอาหารเช้าและทานยาตามปกติ ตัวผมนั้นไม่ได้อยู่ใกล้เขาเพราะตอนนั้นทำงานบ้านอยู่ แต่ได้ยินเสียงแม่ตะโกนว่า "ยาติดคอ" ผมเลยมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการรัดจากด้านหลัง จนแม่กลับมาหายใจได้ ต่อมาแม่ก็รู้สึกตัวว่าฟันปลอมหายไป แต่ด้วยความที่แม่ หลง ๆ ลืม ๆ ท่านคิดว่าลืมไปวางไว้ที่ไหน ส่วนตัวผมนั้นคิดว่าแม่กลืนลงคอไปแน่นอนเพราะเสียงแม่เปลี่ยน แหบแห้ง จึงพาไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แผนกฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่พาแม่เข้าไปเอกซเรย์ แต่ไม่เจออะไร ทางโรงพยาบาลจึงปล่อยกลับบ้านและให้ยาแก้อักเสบมาทาน โดยให้เหตุผลว่าเอกซเรย์ไม่เจอ แม่น่าจะลืมไปวางไว้ที่ไหน อันนี้เป็นไปได้เพราะฟันปลอมมันไม่ได้มีโลหะเป็นส่วนประกอบ โอกาสที่จะไม่เห็นจากการเอกซเรย์ เป็นไปได้ครับ

ต่อมาผมเลยพาแม่กลับบ้าน ในระหว่างที่พาแม่กลับบ้านนั้น แม่มีอาการแสบคอมาก ๆ ตนเองเลยตัดสินใจให้แม่ไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ทางนั้นได้ส่งแม่เข้าแผนกฉุกเฉิน ให้ทำการเอกซเรย์ ส่องกล้อง แต่ก็ยังไม่เจอ

ด้านอาจารย์หมอกล่าวว่า มีน้ำลายค้างอยู่ที่หลอดอาหารส่วนบน จึงพาเข้าซีทีสแกน จึงเห็นว่ามีก้อนอะไรสักอย่างอุดตันที่หลอดอาหารส่วนบน คุณหมอจึงตัดสินใจให้คุณแม่ดมยาสลบและส่องกล่องไปตรงที่เจอสิ่งแปลกปลอม สรุปว่าเป็นฟันปลอมจริง ๆ คุณหมอจึงใช้วิธีการดึงออก จนตอนนี้แม่ผมกลับมาพักที่บ้านและปลอดภัยแล้วครับ ฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับใครที่มีญาติผู้ใหญ่ใส่ฟันปลอมครับ

อันนี้หน้าตาผู้ร้ายครับ"