"ศรีสุวรรณ" ร้อง กกต. สอบเงินบริจาคพรรค "สส.ไอเดียร์" ส่อเข้าข่ายยุบ "ภูมิใจไทย"?!
วันนี้ (16 ตุลาคม 2569) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้ทำคำร้องยื่นไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวน น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ สส.ไอเดียร์ กรณีบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยว่า เข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 72 มาตรา 74 ประกอบ ม.92(3) แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 หรือไม่ หากฝ่าฝืนให้ดำเนินการยื่นศาล รธน.ตาม ม.92 (4) ต่อไปตามครรลองของกฎหมาย นั่นคือ ยุบพรรค
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “ไอเดียร์” ที่มีการบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยรวม 150,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ., 8 มี.ค. , 19 เม.ย. , 17 พ.ค.65 และ 27 ก.พ. , 27 มี.ค. , 27 เม.ย 66 ซึ่งก่อนที่น.ส. สุชาดา จะได้เป็น สส. พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของทรัพย์สินของเจ้าตัวและสามี ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาทด้วย
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินบริจาคที่ กกต.เปิดเผยดังกล่าว จะพบว่ามีการบริจาคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนละ 10,000 บาท ก่อนเพิ่มเป็นเดือนละ 30,000 บาท หลังเข้าสภา นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงคอนโดมิเนียมโครงการสินธร ลุมพินี มูลค่าที่ทั้งคู่แจ้งรวม 75.028 ล้านบาท และรถ Mercedes-Maybach มูลค่า 11.3 ล้านบาท อีกด้วย
"กรณีดังกล่าวถูกตั้งคำถามด้วยว่า น.ส.สุชาดา แจ้งรายได้ต่อปีประมาณ 1.7 ล้านบาท ขณะที่สามีระบุว่าไม่มีอาชีพและไม่มีรายได้ต่อปี แต่กลับมีทรัพย์สินจำนวนมากรวมทั้งมิใช่คนไทย แต่ถือสัญชาติออสเตรเลีย แต่ในทางกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 102 กำหนดให้บุคคลซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส หรือจดทะเบียนเป็นสามี-ภรรยากัน ต้องยื่นรายงานบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ออกมาแถลงแล้วว่า ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับที่มาทรัพย์สิน รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในขณะนี้"
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับเงินบริจาคของพรรคการเมืองนั้น ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 72 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า"ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย" และมาตรา 74 ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามรับบริจาคจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย หรือจากนิติบุคคลต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งหากพบการรับเงินที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย อาจมีบทลงโทษร้ายแรง ตามมาตรา 92(3) นั่นคือ กกต.ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคที่ฝ่าฝืนได้ ตามมาตรา 92(4)
ดังนั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาชี้เบาะแสให้ กกต.เร่งดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่เป็นการด่วน เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยกันของสังคมต่อไป

















